หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 191 งานอภิเษก (ตอนจบ)
191 งานอภิเษก (ตอนจบ)
หลังจาก จ้าวเข่อเฟิง และ จ้าวเข่อหรี่ ถามคําถามจนครบทุกอ แล้ว ท่าทีของพวกเขาที่มีต่อ ซ๊อชวี่ ก็พลิกกลับราวฟ้ากับดิน ตอนแรกทั้ง สองยังแอบไม่พอใจอยู่ลึก ๆ คนผู้นี้กําลังจะพาพี่สาวที่พวกเขารักที่สุด ออกจากจวน แต่เมื่อได้เห็นว่าไม่ว่าคําถามจะยากเพียงใด ซื้อชวี่ก็ตอบได้ อย่างสง่างาม ไร้ที่ติ ความไม่พอใจในตอนแรก จึงค่อย ๆ กลายเป็นความ เลื่อมใสโดยไม่รู้ตัว
บุรุษผู้รอบรู้ มีปัญญา และหนักแน่นเช่นนี้ ถึงจะคู่ควรกับพี่สาวของ พวกเขา ทันใดนั้น ทั้งสองก็เริ่มเรียกเขาว่า
“ท่านพี่เยย!”
เสียงหนึ่งต่อหนึ่งอย่างสนิทสนม จนคนรอบข้างอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อเห็นการเปลี่ยนท่าทีรวดเร็วปานพลิกฝ่ามือเช่นนี้
“คุณหนู ท่านทําแบบนั้นไม่ได้!”
ภายในห้องหอของ จ้าวเชอเหริน สาวใช้ชื่อ เสียนอวิน รีบร้องห้าม ทันทีเมื่อเห็นนางยกมือขึ้น
a!”
“ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว… ห้ามเจ้าสาวเปิดเองนะเจ้าคะ มันเป็นลางไม่
‘ลางไม่ดี?”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น โทสะในอกพลุ่งพล่านจนแทบระเบิด ‘ถ้าเปิดเองไม่ได้ งันเจ้าก็ไปเรียกองค์รัชทายาทมา!”
ไปเรียกเขามาให้เปิดผ้าคลุมหน้าข้าเอง!”
เสียงนางเต็มไปด้วยความแค้นเคือง
ในขณะเดียวกัน ภายในจวนไท่ซือ เมื่อสองพี่น้องยอมเปิดทางให้ แล้ว ซ๊อชวี่จึงประสานมือคารวะ
ขอบคุณสองน้องเขยมาก วันหน้า ข้าจะหาโอกาสเชิญพวกเจ้ามา
ดื่มสุราด้วยกัน”
บรรยากาศครึกครื้นทันที ทุกคนพากันโห่ร้อง
‘เจ้าสาวออกมาได้แล้ว!”
“เจ้าบ่าวมารออยู่หน้าประตู!”
ไม่นาน ประตูห้องก็เปิดออก จ้าวเย่อเฟิง ก้าวเข้าไปในห้อง ก่อนจะ อุ้มพี่สาวขึ้นบนแผ่นหลัง ตามธรรมเนียม เจ้าสาวก่อนเข้าบ้านสามี เท้า ห้ามแตะพื้น เขาจึงต้องแบกนางออกจากเรือนชุนฮุย ไปจนถึงหน้าประตู จวน ตอนนั้น ผ้าคลุมแดงได้ปกปิดใบหน้าของจ้าวเข่อหรันเรียบร้อยแล้ว ในมือของนางถือ หยกหยูอี้ กับ แอปเปิล สื่อความหมายถึงชีวิตที่ราบรื่น
และสงบสุข
เมื่อถึงหน้าประตู จ้าวเย่อเฟิงจึงแบกนางขึ้นสู่เกี้ยวเจ้าสาว ทันทีที เกี้ยวถูกยกขึ้น ขบวนแต่งงานก็เคลื่อนตัวออกจากจวน
ขบวนของ อ๋องซวี่ ยิ่งใหญ่โอ่อ่าราวกับขบวนหลวง ซือชวี่ขี่ม้า ก ตัวสูง ชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดลายทองสะท้อนแสงแดด กลองและฆ้องดังสนั่น น่าขบวน เจ้าหน้าที่เปิดทาง นางกานัลถือโคมวังเรียงราย ทหารองครักษ์ แน่นเต็มถนน สินสอดสิบลี้เป็นสีแตง เกี๊ยวด้านหน้าออกไปไกลแล้ว แต่หีบ สินสอดด้านหลังก็ยังไม่พ้นถนน ผู้คนสองฝั่งทางออกมายืนดูแน่นขนัด งานมงคลยิ่งใหญ่จนทั้งเมืองต้องพูดถึง
ในเวลาเดียวกัน ที่จวนองค์รัชทายาท
กลับเงียบงันจนน่าขมขื่น ไม่มีเสียงกลอง ไม่มีงานเลี้ยง ไม่มีแยก เหรื่อ มีเพียงเครื่องประดับสีแดงแขวนอยู่ประปราย แต่บรรยากาศกลับ
หนาวเย็นอย่างน่าประหลาด พิธีของจ้าวเย่อเหริน ไม่มีแม้แต่พิธีกราบฟ้า ดิน มีเพียงขุนนางจากกรมพิธีการมาคุมพิธีตามระเบียบ นางถูกส่งเข้าห้อง หอเงียบ ๆ วันแต่งงานที่ควรเป็นวันที่สําคัญที่สุดในชีวิต กลับผ่านไปอย่าง
เย็นชา
ในจวนอ๋องซวี่
งานแต่งกลับยิ่งใหญ่อลังการ วันนี้จักรพรรดิ ชื่อหลิงจื้อ เสด็จมา ทรงเป็นประธานด้วยพระองค์เอง พระองค์ประทับบนบัลลังก์ ฉลองพระ องค์มังกรสีเหลืองทอง ใบหน้าประดับรอยยิ้มกว้าง ข้างกายคือฮองเฮา แม้ ริมฝีปากจะยิ้มเช่นกัน แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่เคยแตะถึงดวงตา
ภายใต้การน่าพิธีของขุนนางกรมพิธีการ ชื่อ ซวี่กับจ้าวเข่อหรันทา พิธีคารวะกัน กราบฟ้าดิน กราบบิดามารดา จากนั้นจึงถวายคํานับ จักรพรรดิและฮองเฮา สามคุกเข่า เก้าก้มกราบ พิธีเสร็จสิ้น
ฮ่องเต้ซือถูหลิงจื้อมองลูกชายด้วยสายตาลึกซึ้ง ตลอดชีวิตที่ผ่าน
มา เขาไม่เคยเห็นซือชวี่ยิ้มอย่างมีความสุขเช่นวันนี้ ในใจอดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาเป็นหนี้ลูกชายคนนี้…มากเกินไป สายตาของจักรพรรดิเลื่อนขึ้นไปยัง ท้องฟ้า ในความทรงจํา เหมือนจะเห็นเงาของหญิงคนหนึ่ง
เซียวเชียว…เจ้ามองเห็นหรือไม่ ลูกชายของพวกเราแต่งงานแล้ว เขาได้แต่งกับหญิงที่รักที่สุด พวกเขาจะต้องมีความสุขแน่
ถ้าในวันนั้น เขามีความกล้าหาญแบบลูกชาย
บางที… ชะตาระหว่างเขากับนาง อาจไม่ลงเอยเช่นนั้น ฮองเฮามอง เห็นแววตาของจักรพรรดิ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย แววอ้ามหิตวาบผ่าน นาง รู้ดีว่าเขากําาลังคิดถึงใคร เขียวเชียว…หญิงแพศยาคนนั้น แม้ตายไปแล้ว ก็
ยังเกาะกินหัวใจจักรพรรดิไม่ยอมปล่อย
หลังพิธีเสร็จ
คู่บ่าวสาวถูกส่งเข้าห้องหอ
ภายในห้อง ชือ ชวี่รับคันชั่งทองจากแม่นม แล้วค่อย ๆ ยกผ้าคลุม หน้าแดงของจ้าวเข่อหรานขึ้น แสงสว่างพลันสาดเข้ามาในสายตาของนาง ทันใดนั้น ใบหน้าหล่อเหลาของชื่อ ชวี่ก็ปรากฏตรงหน้า เขามองนางนิ่งงัน ดวงตาลึกซึ้งมีประกายตะลึงงัน จ้าวเย่อหรันเหลือบมอง ก็เห็นสายตาอ่อน โยนของเขาที่จับจ้องนางไม่วาง หัวใจพลันอ่อนยวบ
ราวกับจมอยู่ในน้ําอุ่น นุ่มนวล….และปลอดภัย แก้มของนางแดงขึ้น ทันที งดงามยิ่งกว่าดอกไม้แรกแย้ม ซื้อชวี่ยิ้ม ต่ํา ๆ สายตาร้อนแรงจน จ้าวเย่อหรานเผลอสั่น เหมือนเขาจะกลืนกินนางทั้งคน
หลังจากพิธีโปรยเตียงและตัดผมผูกปมเสร็จ แม่นมถามขึ้น
“จะมีหรือไม่?”
จ้าวเย่อหรันหน้าแดงจัด ตอบเสียงเบา
“…”
เสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นทันที ต่อมา มีการยกเกี้ยวแห่งลูก
หลานมาให้ จ้าวเย่อหรันกัดค่าหนึ่ง อ้างในบสนิท นางเผลอพ่นออกมา เสียงหัวเราะยิ่งดังขึ้นอีก ไม่นานนัก แม่นมคลายชายเสื้อของทั้งสองที่ผูก กันไว้ ช๊อช จับมือจ้าวเข่อหรันไว้แน่น เหมือนยังไม่อยากปล่อย แต่สุด ท้ายก็จ่าต้องลุกขึ้น
ข้าต้องไปต้อนรับแยกก่อน รอช้ากลับมา
จ้าวเข่อหรันพยักหน้าเบา ๆ หัวใจเต็มไปด้วยความอบอุ่น นางไม่ ต้องการความรักที่เร่าร้อนจนเผาผลาญ เพียงแค่ความรัก ค่อย ๆ ใหล ผ่านวันเวลา อ่อนโยน มั่นคง อยู่เคียงกัน…จนแก่เฒ่า เมื่อซือถูซ ออกไป
แล้ว สาวใช้ ฉินเซียง ก็ยกถาดขนมเข้ามา
“ท่านอ๋องสั่งไว้เจ้าค่ะ ให้คุณหนูกินรองท้องก่อน ท่านอ๋อง ต้อง เลี้ยงแยก คงมาช้า”
จ้าวเย่อหรันยิ้มบาง จากเช้า กินเพียงโจ๊กนิดเดียว ตอนนี้นางหิว จนแทบหมดแรงแล้ว จึงเริ่มกินอย่างไม่เกรงใจ
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง
จ้าวเย่อเหรินนั่งอยู่ในห้องหอเงียบงัน หลังจากฟังค่าของ เสี่ยว หว่าน นางก็ฝืนข่มความโกรธ คลุมผ้าคลุมหน้าใหม่ จุดเทียนให้สว่าง นั่ง รอ รอคนที่ไม่มีวันมา เสี่ยวหว่านยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าเรียบเฉย แต่ใน
ดวงตา…กลับมีประกายเย็นเยียบแวบผ่าน
คืนนี้ เจ้าสาวสองคน แต่งงานในวันเดียวกัน คนหนึ่ง อยู่ท่ามกลาง ความยิ่งใหญ่และเสียงอวยพร อีกคน จมอยู่ในความเงียบงันและความ อัปยศ ชะตากรรมของพวกนาง ตั้งแต่วินาทีนี้ ได้แยกออกเป็นสองเส้นทาง
แล้ว.