หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 32 จ้าวเข่อเหรินตกน้ํา ณ ศาลาบัวกลางสระ
32 จ้าวเข่อเหรินตกน้ํา
ณ ศาลาบัวกลางสระ
จ้าวเย่อเหรินนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ รอบกายไร้ผู้คน เงียบสงบ เสียจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดกลีบบัวไหวอ่อน ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงฝีเท้า
แผ่วเบา งมาจากระเบียงทางเดิน
“มาแล้วหรือ”
จ้าวเย่อเหรินเอ่ยโดยไม่หันกลับ
“แน่นอนสิเจ้าคะ พี่รองมีนัด ข้าจะกล้าผิดคําได้อย่างไร”
เสียงหวานใสดังขึ้น พร้อมร่างของจ้าวอิงที่เดินยิ้มละไมเข้ามา นาง นั่งลงตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจ รินชาดื่มเองราวกับเป็นเจ้าบ้าน ในศาลาบัว
AI
เสียงหวานใสดังขึ้น พร้อมร่างของจ้าวอิงที่เดินยิ้มละไมเข้ามา นาง นั่งลงตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจ รินชาดื่มเองราวกับเป็นเจ้าบ้าน ในศาลาบัว บัดนี้เหลือเพียงพวกนางสองคน จ้าวอิงอารมณ์ดีนัก ก่อนหน้านี้ได้รับจด หมายเชิญจากจ้าวเย่อเหรินว่าอยากคุยเป็นการส่วนตัว นางเชื่อมั่นว่าอีกฝ่าย คงยอมรับเงื่อนไขเรื่องก่อนหน้านี้เสียแล้ว อย่างไรเสีย ความลับก็อยู่ในมือ นาง จ้าวเย่อเหรินคงไม่กล้าเล่นลูกไม้
“วันนี้พี่รองเรียกข้ามา มีเรื่องใดจะสั่งสอนหรือเจ้าคะ?”
จ้าวอิงยิ้มกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวเย่อเหรินวาง
ถ้วยชาลงช้า ๆ สีหน้าเรียบเฉย
“วันนั้น… เจ้าเห็นอะไรบ้าง”
จ้าวอิงเลิกคิ้ว หัวเราะเบา ๆ
“พี่รองคิดว่าข้าควรเห็นอะไรเล่าเจ้าคะ?” “พี่รองคิดว่าข้าควรเห็นอะไรเล่าเจ้าคะ?”
“ดูท่า…. เจ้าก็ไม่ได้อยากเรียนกับจินหมัวมัว นักสินะ”
น้ําเสียงจ้าวเข่อเหรินยังนุ่มนวล ทว่าคมกริบ
“ด้วยสติปัญญาของเจ้า ต่อให้ไม่ได้เรียนกับนาง ก็คงยังหาทางไต่เต้า
หาคู่ครองดี ๆ ได้กระมัง”
คําพูดนั้นแทงตรงจุดอ่อน
“จ้าวเย่อเหริน เจ้า!”
จ้าวอิงตบโต๊ะผาง ลุกขึ้นทันที
“เช่นนั้นก็กลับไปเสียเถิด”
อีกฝ่ายยังคงจิบชาอย่างสบาย ไม่สะทกสะท้าน
“ถ้านึกว่าหรือว่าข้าจะเอาเรื่องวันนั้นไปของคนอื่น
อีกฝ่ายยังคงจิบชาอย่างสบาย ไม่สะทกสะท้าน
“เจ้ามิกลัวหรือว่าข้าจะเอาเรื่องวันนั้นไปบอกคนอื่น!”
จ้าวอิงยบฟันแน่น เอ่ยข่มขู่ จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น
“หลักฐานเล่า? ต่อให้เจ้าพูด ก็ไร้ผู้พิสูจน์ หากกล่าวหาพี่สาวสายตรง โดยไร้หลักฐาน โทษคือโบยด้วยกฎตระกูล เจ้าอยากลองหรือไม่?”
จ้าวอิงมิใช่คนโง่
“ต่อให้คนอื่นไม่เชื่อ ข้ายังไปบอกพี่หญิงใหญ่ เข่อหรันได้ หากนางรู้ แม้ไม่เชื่อทั้งหมด ก็คงเริ่มระแวงเจ้าแน่”
ไม่รู้ตัว
จ้าวเย่อเหรินลุกขึ้น เดินเข้าหาอีกฝ่ายทีละก้าว จ้าวอิงถอยหลังโดย
“อย่างน้อยเจ้าก็ไม่โง่เสียทีเดียว”
“อย่างน้อยเจ้าก็ไม่โง่เสียทีเดียว”
เสียงนั้นนุ่ม แต่แฝงความเย็นยะเยือก
“น่าเสียดาย…. เจ้ายังข่มขู่ข้าไม่ได้”
“เจ้า!”
จ้าวอิงเดือดดาล
“รู้ฐานะของตนเสียบ้าง”
จ้าวเย่อเหรินมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยัน
“อย่าได้คิดปีนขึ้นหัวย้า มิฉะนั้น ผลลัพธ์จะไม่งดงามนัก
“แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่!”
จ้าวอิงตะโกน
จ้าวอิงตะโกน
“ถ้าไม่กลัวข้าแพร่งพราย แล้วเรียกข้ามาทําไม!”
“ไม่มีอะไร”
จ้าวเย่อเหรินยักไหล่เบา ๆ
“เพียงเบื่อหน่าย อยากหาคนระบายอารมณ์เท่านั้น”
“จ้าวเย่อเหริน อย่ารังแกกันเกินไป!”
เพียะ!
เสียงตบดังฉับพลัน จ้าวอิงยังไม่ทันตั้งตัว แก้มก็ชาร้อนวาบ
“เจ้า!”
นางยกมือหมายจะตบกลับ ทว่าจ้าวเย่อเหรินคว้าข้อมือไว้แน่น อีก เสียงตบดังฉับพลัน จ้าวอิงยังไม่ทันตั้งตัว แก้มก็ชาร้อนวาบ
“เจ้า!”
นางยกมือหมายจะตบกลับ ทว่าจ้าวเย่อเหรินคว้าข้อมือไว้แน่น อีก
มือหนึ่งฟาดลง อย่างไม่ปรานี
“จ้าวเย่อเหริน เจ้ากล้าตบข้า!”
“ทําไมจะไม่กล้า?”
รอยยิ้มเหยียดหยามผุดขึ้นบนใบหน้างาน
“ย้าเป็นบุตรสาวภรรยาเอกแห่งจวนไท่ซือ ส่วนเจ้าเป็นเพียงบุตรอนุ มารดาเจ้าก็แค่หญิงอาศัยร่มเงาผู้อื่น หากมิใช่เพราะท่านย่าเมตตา ให้บิดา รับไว้เป็นอนุ นางจะมีวันนี้หรือ? พูดให้ไพเราะหน่อยก็ครึ่งนายหญิง พูดให้ ตรง ๆ ก็เพียงคนรับใช้ที่สวมแพรไหม เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาวางท่าเป็นคุณหนู!”
กล้า”
คําพูดคมราวมีด บาดลึกยิ่งกว่าฝ่ามือ
“ข้าจะตบเจ้าก็ตบได้ ไม่ต้องมีเหตุผล และไม่ต้องมีคําว่ากล้าหรือไม่
“ข้าจะสู้กับเจ้า!” จ้าวอิงสิ้นความอดทน พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายทันที สองร่างยื้อยุดกันกลาง ศาลา เสียงผ้าเสียดสีกันดังระงม ทว่าในความโกลาหลนั้น ดวงตาของ จ้าวเย่อเหรินกลับเหลือบไปยังมุมระเบียงทางเดิน ทันใดนั้น
“น้องสาม อย่านะ! อย่าผลักข้า!”
เสียงหวานแหลมกรีดร้องขึ้น ยังไม่ทันที่จ้าวอิงจะเข้าใจ ร่างของ จ้าวเย่อเหรินก็เอนจากราวศาลา พลั่ก! ร่างบางร่วงลงสู่สระบัว น้ํากระเซ็น สูง จ้าวอิงยืนนิ่งงัน นางแทบไม่ได้ออกแรงด้วยซ้ํา! แต่ในชั่วพริบตา นางก็ เข้าใจ… ตนถูกวางกับดักแล้ว
“ตู้ม!”
เงาร่างหนึ่งกระโดดลงสระไปช่วยทันที จ้าวอิงหันกลับไปมอง เห็น จ้าวเข่อหรันกับเสียนอวิ๋นยืนอยู่ริมสระ สีหน้าแตกตื่น ราวเพิ่งมาถึงและเห็น
เหตุการณ์ ภาพนั้นประหนึ่งค้อนทุบลงกลางใจ ความหนาวเย็นไหลซ่านจากปลายเท้าขึ้นสู่ศีรษะ
ในที่สุด…. นางก็รู้ว่า ตนตกหลุมพรางเข้าแล้ว.