หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 34 ความห่วงใยของทุกคน
34 ความห่วงใยของทุกคน
ไม่นาน หลินซีหร่านก็อุ้มจ้าวเย่อเหรินกลับมายังเรือนเชียอวี่ ระหว่าง ทาง ผู้คนในจวนต่างซุบซิบไม่ขาดสาย ใคร ๆ ก็รู้ว่า “หลินชื่อจื่อ” คือคู่หมั้น ของคุณหนูใหญ่ ทว่าบัดนี้เขากลับอุ้มคุณหนูรองอย่างเปิดเผย ท่ามกลาง สายตาผู้คน จะไม่ให้ชวนสงสัยได้อย่างไรว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่
ภายในเรือนเซี่ยอวี่
หลินซีหร่านอุ้มจ้าวเย่อเหรินเข้าไปในห้องของนางอย่างรีบร้อน
ค่อย ๆ วางร่างบางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม เวลานั้นหมอยังมาไม่ถึง เขา มองใบหน้าซีดเผือดของนางด้วยความกังวล มือกําแน่นไม่รู้จะทําอย่างไรดี ภาพนั้น…. ช่างอบอุ่นอ่อนหวานเสียจริง
จ้าวเข่อหรันที่ยืนอยู่ด้านข้าง แอบหัวเราะเย็นในใจ หากไม่ใช่ว่าชาย ตรงหน้าเป็นคู่หมั้นของนาง และหญิงบนเตียงเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของนาง นางคงปรบมือชื่นชมเสียแล้ว ดูเถิด…. ช่างเป็นคู่รักที่ลึกซึ้งกินใจเพียงใด ความคิดนั้นยิ่งทําให้หัวใจนางเย็นเฉียบ
ชาติที่แล้ว คนทั้งสองลอบพบกันมากี่ครั้งกันนะ? ดูจากท่าทีวันนี้ เกรงว่าจะลักลอบสานสัมพันธ์กันมานานแล้ว แล้วนางเล่า…. ช่างโง่งมนัก โดย เฉพาะจ้าวเย่อเหริน นางดีกับน้องสาวผู้นี้เพียงใด? แต่ตอบแทนด้วยการ แอบเกี่ยวพันกับคู่หมั้นของพี่สาว วางแผนทําลายชื่อเสียง จนผลักพี่สาว แท้ ๆ ไปสู่หนทางอับจน
ยิ่งคิด แววตาของจ้าวเข่อหรันก็ยิ่งเย็นยะเยือก หลินซีหร่านพลันรู้สึก หนาววาบโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาหันกลับไปมอง กลับเห็นเพียงสายตาเป็น
ห่วงที่จ้าวเย่อหรันทอดมองไปยังจ้าวเย่อเหริน
“ชื่อจื่อ เชิญออกไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันเอ่ยเสียงอ่อน
“ตอนนี้เย่อเหรินตัวเปียกทั้งร่าง ต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า มิฉะนั้นจะ เป็นไข้หวัดได้ อีกทั้งท่านก็เช่นกัน เสื้อผ้าเปียกเช่นนี้ หากร่างกายต้องลม หนาวนานเกินไปจะไม่สบายเอาได้”
กล่าวจบ นางไม่รอฟังคําตอบ หันไปสั่งสาวใช้ทันที
“อันเอ๋อร์ รีบพาชื่อจื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
หลินซีหร่านเองก็รู้สึกไม่สบายกับเสื้อผ้าเปียกโชก จึงตามสาวใช้ไป เมื่อเขาจากไป จ้าวเย่อหรันก็เริ่มจัดการทุกอย่างอย่างคล่องแคล่ว
“ซุนเหมย ไปแจ้งท่านพ่อกับท่านแม่ บอกว่าคุณหนูรองตกน้ํา”
“เชี่ยเหอ มาช่วยย้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง”
“ชิวชวง รีบเปลี่ยนผ้าห่มหนา อย่าให้นางหนาว”
ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบ ไม่นาน จ้าวซึ่งกับฉินเสียงเหอก็ รีบรุดมาถึงเรือนเซี่ยอวี่ ทั้งสองมีสีหน้าร้อนรน โดยเฉพาะจ้าวชง ยังสวมชุด ขุนนางอยู่ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งกลับจากราชการ ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก็รีบ มาแล้ว
“เย่อหรัน เย่อเหรินเป็นอย่างไร? อยู่ดี ๆ เหตุใดจึงตกน้ํา?”
จ้าวชงถามทันทีที่มาถึง
“เกิดอะไรขึ้น? แล้วเหตุใดหลินซื่อจื่อถึงเป็นคนอุ้มกลับมา?”
“ใช่ เย่อหรัน เจ้ารู้เรื่องใด รีบพูดมา”
ฉินเชียงเหอเร่ง
“แล้วเย่อเหรินตอนนี้เป็นอย่างไร อันตรายหรือไม่?”
มองดูบิดามารดาที่ร้อนใจเพียงนี้ แววตาจ้าวเข่อหรันวูบไหวด้วย
ความเย้ยหยัน ครั้งก่อนที่นางตกน้ํา เหตุใดจึงไม่เห็นความห่วงใยเช่นนี้บ้าง? บัดนี้เปลี่ยนเป็นจ้าวเย่อเหริน กลับรีบเร่งมาด้วยความร้อนใจถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะจ้าวชง แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่เปลี่ยน รู้ดีว่าพวกเขาลําเอียง… แต่ไม่ คิดว่าจะลําเอียงถึงเพียงนี้
คิดแล้วก็อดสมเพชตนเองไม่ได้ ทั้งที่เป็นฝาแฝดแท้ ๆ กลับได้รับ การปฏิบัติแตกต่างราวฟ้ากับเหว เมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ ทั้งสองยิ่งร้อนใจ จ้าวเย่อเหรินคือไข่มุกในอุ้งมือ คือความภาคภูมิใจของพวกเขา จะให้เกิด อันตรายได้อย่างไร
“เย่อหรัน รีบพูดสิ!”
ฉินเชียงเหอเร่งเร้า
“คือว่า”
นางเพิ่งเอ่ย ก็เห็นเสียนอวิ๋นนําหมอเข้ามา จึงรีบกล่าว
“ย้าก็ไม่ทราบรายละเอียดนัก ให้หมอตรวจดูก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
ทุกคนรีบหลีกทางให้หมอเข้าไป เพราะยืนขวางประตูอยู่ ไม่นาน หมอก็เข้าไปตรวจอาการในห้อง จ้าวซึ่งกับฉินเซียงเหอเข้าไปเฝ้าดูอย่างกระ วนกระวาย จ้าวเข่อหรันยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าดูเป็นกังวล หากมองลึกลงไป จะ เห็นประกายเย็นเยียบซ่อนอยู่ในดวงตา
ทว่าในความโกลาหลนี้ ไม่มีผู้ใดทันสังเกต ไม่นาน หลินซีหร่านก็กลับ มา เยาเข้าร่วมวงรอคอย แต่ไม่นานนัก ภายใต้สายตาสื่อความของจ้าวซง เขาจึงจําต้องขอตัวกลับ จนกระทั่งใกล้ยามชวี หมอจึงออกมา ทุกคนอ่อนล้า เต็มที อีกทั้งจ้าวเย่อเหรินยังไม่ฟื้น จ้าวซงจึงมิได้ซักถาม เพียงสั่งว่า
“พรุ่งนี้ก่อนอาหารเช้า ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่โถงหน้า”
จ้าวเย่อหรันในยามนี้ ทั้งเหนื่อยทั้งหิว เพียงอยากกลับเรือนชุนฮุย
รับประทานอาหาร แล้วพักผ่อนเสียที
ทว่านางมิอาจคาดคิดได้เลย ในเรือนชุนฮุย มี “แยกไม่ได้รับเชิญ
กําลังรอคอยนางอยู่…