หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 36 คนที่ผลักท่านลงสระ คือจ้าวเข่อเหริน
36 คนที่ผลักท่านลงสระ คือจ้าวเข่อเหริน
ร่างกายอ่อนล้า ใจเหนื่อยหน่าย จ้าวเย่อหวั่นกลับถึงสวนชุนฮุย นาง เพียงหวังจะกินข้าวให้อิ่ม แล้วนอนหลับสักคืนอย่างสงบ แต่เพียงก้าวพ้น ประตูสวน ความรู้สึกผิดปกติก็แล่นผ่านใจ เพราะยังไม่ทันตั้งตัว แม่นมเยว่ก็ รีบเดินเข้ามาหา
“คุณหนูใหญ่ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูสามมารอนาน มากแล้ว นางเฝ้ารอท่านอยู่ตลอด”
“จ้าวอิงมาหรือ?”
จ้าวเข่อหรันชะงักเล็กน้อย ปกติระหว่างนางกับจ้าวอิงแทบไม่มีความ สนิทสนม อีกทั้งนางก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบตน แล้วเหตุใดวันนี้จึงมาหาถึง
เรือน?
“นางบอกหรือไม่ว่ามีธุระอะไร?”
จ้าวเย่อหรันถามพลางก้าวเดิน
“ไม่ได้บอกเจ้าค่ะ เพียงบอกว่าจะพบท่านเท่านั้น สีหน้านางดูร้อนรน
ยิ่งนัก คงเกิดเรื่องใหญ่กระมัง”
หัวใจจ้าวเย่อหวั่นไหววูบ หรือจะเป็นเรื่องบ่ายวันนี้ เรื่องที่จ้าวเย่อ
เหรินตกสระ? แต่จ้าวอิงมาหานางเพราะอะไรเล่า
“ตอนนี้นางอยู่ที่ใด?”
“อยู่ในห้องของท่านเจ้าค่ะ หลงเอ๋อร์คอยรับใช้อยู่”
เมื่อเปิดประตูเข้าไป จ้าวเบื่อหรันเห็นจ้าวอิงนั่งอยู่ข้างโต๊ะ สีหน้าลอย ล่อง ดวงตาเหม่อเหงา มือจับถ้วยชาแน่นราวกับหาที่พึ่ง จ้าวเย่อหรันปรับสี หน้า ยิ้มอ่อนอย่างสุภาพ
“น้องสาวสาม รอนานแล้วหรือ วันนี้มีเรื่องวุ่นวายมาก ย้ากลับช้าไป
หน่อย ต้องให้เจ้าคอย เสียมารยาทจริง ๆ”
จ้าวอิงรีบลุกขึ้น สีหน้ากระอักกระอ่วน
“พี่หญิงใหญ่กล่าวเกินไป เป็นข้ามาไม่ถูกเวลาเอง”
“นั่งก่อนเถิด”
จ้าวเย่อหรันก้าวเข้าไปอย่างสง่างาม
“วันนี้ดูท่าจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงได้แวะมาหาข้าเช่นนี้
จ้าวอิงเม้มริมฝีปาก ก่อนเอ่ยตรงไปตรงมา
“พี่หญิงใหญ่ ในเมื่อท่านรู้อยู่แล้ว เราไม่ต้องอ้อมค้อมกันเถิด เรื่อง
บ่ายวันนี้… มิได้เป็นอย่างที่ท่านเห็น
“เรื่องบ่ายวันนี้? เจ้าหมายถึงตอนเย่อเหรินตกสระบัวใช่หรือไม่?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ๆ เอ่ยเข้าประเด็นทันที แม่นมเยว่และ
ๆ
หลงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองจ้าวอิงด้วยสายตาแปลกใจ เรื่องที่คุณหนูรอง ตกสระพวกนางทราบอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าคุณหนูสามจะมาหาเพราะเรื่องนี้ หรือเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับนาง? สายตาสองคู่จับจ้องอย่างมีนัยยะ ทําให้จ้าว อิงร้อนรนยิ่งขึ้น
“เรื่องบ่ายวันนี้ไม่เกี่ยวกับข้า!”
นางรีบคว้ามือจ้าวเข่อหรันไว้ น้ําเสียงร้อนรน
“ข้าไม่ได้ผลักจ้าวเย่อเหรินลงน้ํา ท่านต้องเชื่อบ้านะ!”
จ้าวเย่อหรันก้มมองมือที่ถูกจับแน่น ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แล้วอย่างไร? เจ้ามาหาข้า เพียงเพื่อบอกว่าไม่ใช่เจ้าผลักนางหรือ?”
ความสงบของจ้าวเย่อหวั่นทําให้จ้าวอิงยิ่งกระวนกระวาย
“ไม่ใช่! ข้ามาขอให้ท่านช่วยอธิบายต่อท่านพ่อและฮูหยิน ตอนนี้มี
เพียงท่านเท่านั้นที่ช่วยข้าได้”
“เหตุใดจึงมีเพียงย้า?”
จ้าวเย่อหรันถามเรียบ ๆ จ้าวอิงชะงัก
“เอ่อ…”
“ย้าถามว่า เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าข้าจะช่วยเจ้าได้”
“เพราะท่านเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด”
จ้าวอิงตอบหลังครุ่นคิด
“และเมื่อเทียบกับคําพูดของชื่อจื่อหลินกับเสียนอวิ๋น ท่านพ่อ
กับฮูหยินย่อมเชื่อคําของท่านมากกว่า”
จ้าวเย่อหรันแทบหัวเราะออกมา จ้าวอิงคิดว่านางมีหน้าที่ต้องช่วย
หรือ? โลกนี้ไม่มีใครช่วยใครฟรี ๆ โดยไร้เหตุผล
“เช่นนั้น… เกรงว่าน้องสาวสามคงต้องผิดหวัง”
นางยิ้มบาง
“เรื่องบ่ายวันนี้ ข้าเองก็ไม่กระจ่างนัก หากท่านพ่อท่านแม่ถาม ข้าก็
คงตอบเช่นนี้”
จ้าวอิงหน้าเสีย หากจ้าวเข่อหรันไม่ช่วย นางก็ต้องพึ่งคําพูดของ ชื่อจือหลินซีหร่านกับเลียนอวิ๋น ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อ นั่นหมายความว่า…..
อาจต้องรับโทษตามกฎตระกูล
“ดึกแล้ว น้องสาวสามกลับเถิด”
จ้าวเย่อหรันเอ่ยไล่เบา ๆ พลางลุกขึ้นเตรียมไปชําระล้างร่างกายและ รับประทานอาหาร จ้าวอิงใจหาย รีบลุกตาม
“พี่หญิงใหญ่ รอก่อน!”
“ยังมีเรื่องใดอีกหรือ?”
จ้าวเข่อหรันค่อย ๆ ดึงมือกลับ รอยยิ้มสุภาพแต่ห่างเหิน จ้าวอิงกัด
ริมฝีปากแน่น
นางได้!”
ๆ
“ท่านต้องการอย่างไร จึงจะยอมช่วยย้า?”
“เหตุใดข้าต้องช่วยเจ้า?”
จ้าวเย่อหรันย้อนถาม จนมุม จ้าวอิงจึงหลุดปาก
“ท่านรู้หรือไม่ว่าจ้าวเย่อเหรินใส่ร้ายข้าเพราะอะไร? เพราะถ้าจับพิรุธ
ดวงตาจ้าวเข่อหรันหรี่ลงเล็กน้อย
“พิรุธใด?”
“เป็นเรื่องเกี่ยวกับท่าน”
จ้าวอิงรีบกล่าว
“หากท่านยอมช่วย ข้าจะบอก”
จ้าวเย่อหรันยอมรับว่าสนใจ แต่หลังกลับชาติมาเกิด นางไม่เคย
ปล่อยให้ใครจูงจมูกอีก นางยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“ดูเหมือนน้องสาวสามไม่อยากบอกจริง ๆ ไม่เป็นไร ข้าเองก็ไม่ใคร่
สนใจนัก เชิญกลับเถิด”
ๆ
เห็นอีกฝ่ายเฉยชาเช่นนั้น จ้าวอิงร้อนใจยิ่งนัก จึงโพล่งออกมา
“พี่หญิงใหญ่! ครั้งก่อนที่ท่านตกสระบัว มิใช่อุบัติเหตุ… เป็นจ้าวเย่อ เหรินที่ผลักท่านลงไป ข้าเห็นกับตา!”
คําพูดนั้นดังสนั่นในห้อง เงียบงันราวเวลาหยุดเดิน ปลายนิ้วของ จ้าวเข่อหรันเย็นเฉียบ แม้ในใจรู้ความจริงอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินจากปากผู้ อื่น ความหนาวเย็นกลับแผ่ซ่านยิ่งกว่าเดิม จ้าวเย่อเหริน… ช่างกล้าดีนัก
นางยกมุมปากช้า ๆ รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน ทว่าเย็นเยียบจนคนมอง
ต้องสะท้าน
ๆ