หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 40 พบหบ้าครั้งแรก (1)
40 พบหบ้าครั้งแรก (1)
ยามราตรีลึกสงัด เสียงทุกสรรพสิ่งดับลิ้นจนเหลือเพียงลมหายใจ ของความเงียบงัน ซือถูซวี่ อาศัยความชํานาญที่คุ้นเคย ลัดเลาะมาถึงสวน ชุนฮุย อย่างเงียบเชียบ ดุจเงายาวที่ลอยมาตามสายลม เขาเปิดหน้าต่าง อย่างแผ่วเบา แล้วก้าวเข้าสู่ห้องดังเช่นที่เคยทํามา
นับแต่วันนั้น วันที่บังเอิญได้ยินเสียงพิณของจ้าวเข่อหรัน เขาก็มัก อาศัยยามดึกมาลอบมองนาง แม้ทั้งสองจะยังไม่เคยพบหน้ากันอย่างเป็น
ทางการ แม้แต่นางเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ําว่ามีบุรุษเช่นเขาอยู่บนโลกนี้ วันนี้ หลังฟังรายงานจากอี้ หัวใจเขาก็พลันกระสับกระส่าย อยากพบหน้านางยิ่ง
นัก กว่าจะรอให้ฟ้ามืดสนิทก็แทบขาดใจ
เยาเดินมาหยุดข้างเตียง มองหญิงสาวที่หลับใหล แววตาลึกล้ําฉาย แสงอ่อนโยนเจือความปวดร้าว ทว่าในวินาทีนั้นเอง ดวงตาบนเตียงก็ลืมขึ้น วันนี้จ้าวเย่อหรันเผชิญเรื่องราวมากมาย เหน็ดเหนื่อยจนควรจะหลับตั้งแต่ หัวค่ํา ทว่าพอคิดถึงเหตุการณ์ยามบ่าย นางกลับพลิกกายไปมา ไร้ซึ่งความ ง่วงงุน จ้าวเย่อเหริน…. นางคิดสิ่งใดกันแน่? วางแผนอะไรไว้?
ความสงสัยกัดกินใจดุจหนามแหลม จนกระทั่งยามดึกสงัด ความง่วง เพิ่งจะคืบคลานมาเล็กน้อย ทว่าท่ามกลางครึ่งหลับครึ่งตื่น นางได้ยินเสียง บางอย่าง พลันสะดุ้งตื่นทันที แต่ยังคงหลับตาแน่น นางอยากรู้ว่าเป็นผู้ใด และมีจุดประสงค์ใด เมื่อหลับตา ประสาทสัมผัสกลับยิ่งเฉียบคม นางได้ยิน เสียงหน้าต่างถูกเปิด ตามด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ เคลื่อนจากริมหน้าต่างเข้ามา ใกล้เตียง แล้วไม่นาน นางก็สัมผัสได้ถึงสายตาร้อนแรงที่จ้องมอง
ใครกัน? ควรลืมตาหรือไม่? ขณะที่ใจครุ่นคิด เงาร่างชุดยาววาบผ่าน ความทรงจํา หรือว่า….พอนึกถึงตรงนั้น นางก็ลืมตาขึ้นทันที คืนนี้เป็นคืนวัน เพ็ญ แสงจันทร์ขาวนวลสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา อาบห้องทั้งห้องให้ สว่างเรื่อ ในแสงนั้น เงาร่างข้างเตียงปรากฏชัดเจน
จ้าวเย่อหรัน อดทอดถอนใจมิได้ สวรรค์ช่างลําเอียงนัก เบื้องหน้า เป็นบุรุษรูปงามหาใดเปรียบ ร่างสูงสง่า หน้าผากอิ่มเต็ม คิ้วคมดุจสลัก ดวง ตาลึกดั่งสระน้ําไร้ก้นบึ้ง ส่องประกายราวจะดูดกลืนวิญญาณผู้มอง จมูกโด่ง สง่างาม ริมฝีปากบางได้รูป เรือนกายรูปสามเหลี่ยมกลับงดงามใต้ชุดคลุมสี ยาวบริสุทธิ์ ปลายชายอาภรณ์ทอดนุ่มบนพื้น สามพันเส้นผมดําสนิทพลิ้ว ไหว ตัดกับชุดยาวดุจหิมะ กลับดูลงตัวอย่างประหลาด
ในดวงตานางวาบประกายตะลึงงันเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยน เป็นความสงสัย เยาเป็นใคร? เหตุใดจึงปรากฏในห้องนางกลางดึก? เงายาว ที่นางเคยเห็นเลือนรางก่อนหน้านี้ คือเขาหรือไม่? ปิ่นหยกดําที่วางไว้ข้าง เตียง… เยาเป็นคนวางหรือเปล่า? เขาต้องการสิ่งใดกันแน่? คําถามนับร้อย แล่นผ่านใจ แต่ไม่มีคําตอบ สิ่งเดียวที่นางมั่นใจ คือบุรุษผู้นี้มิได้มีเจตนาร้าย
สองสายตาประสานกันโดยไร้คําพูด ดวงตานางใสกระจ่าง แฝงเพียง ความฉงน ส่วนดวงตาเขา กลับมีคลื่นอารมณ์บางเบาไหลเวียน เงียบงัน ทว่า เต็มไปด้วยบางสิ่งที่เอ่อล้นเกินคํา ซื้อชวี่สะดุ้งเมื่อเห็นนางลืมตา แต่ไม่นาน
ก็สงบลง ยืนนิ่งมองนางอย่างไม่คิดปริปาก
ทว่าสิ่งที่ทําให้เยาประหลาดใจคือ นางมิได้แตกตื่น หากเป็นสตรีใน เรือนหอทั่วไป เห็นบุรุษแปลกหน้าบุกเข้ามายามวิกาล คงร้องกรีดร้องจนสิ้น สติ แต่นางกลับจ้องเขาอย่างสงบนิ่ง ไม่มีแม้เงาความหวาดหวั่น หรือว่านาง ไม่กลัวเลยว่าเขาอาจมีเจตนาไม่ดี? ไร้ซึ่งสํานึกถึงอันตรายเพียงนี้เชียวหรือ?
ยิ่งคิด เปลวเพลิงโทสะก็ลุกวาบในอกโดยไม่รู้ตัว แววตาเขาเจือความ ขุ่นเคืองอย่างควบคุมมีอยู่ จ้าวเข่อหรัน เห็นเขาทําท่าเหมือนจะโกรธ ก็ยิ่ง งุนงง ผู้บุกรุกคือเขาแท้ ๆ เจ้าของห้องยังไม่ทันโกรธ กลับเป็นเขาที่ทําหน้า บึ้งตึง ช่างหน้าไม่อายเสียจริง!
คิดดังนั้น นางก็ถลึงตาใส่เขาอย่างไม่เกรงใจ ท่าทางดื้อรั้นคล้ายเด็ก ของนาง ทําให้ชือถูชวี่อดหัวเราะไม่ได้ เสียงหัวเราะเบา ๆ ทําลายความเงียบ งันในห้อง เห็นเขาหัวเราะเยาะ จ้าวเข่อหรัน ก็ยิ่งขุ่นเคือง ถลึงตาแรงขึ้นอีก หากสายตาเป็นคมมีด เขาคงถูกนางแล่เป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว
แต่ภาพแก้มพองด้วยความโกรธของนาง กลับยิ่งทําให้เขาขบขัน หัวเราะยิ่งกว่าเดิม บุรุษผู้นี้เสียสติหรืออย่างไร? หรือมาที่นี่เพียงเพื่อหัวเราะ เยาะนาง? ความไม่พอใจฉายชัดในแววตา นางอดไม่ได้จึงเอ่ยเสียงเย็น
“ท่านเป็นใครกันแน่?”
ซือถูชวี่พยายามกลั้นหัวเราะ พลางตอบด้วยน้ําเสียงเจือรอยยิ้ม
“ข้านึกว่าเจ้าจะไม่ถามเสียอีก”