หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 39 บทที่ 39
39 บทที่ 39
หลังจากจ้าวอิงจากไป หลงเอ๋อ ก็อดกลั้นไม่อยู่ เอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้า
“คุณหนู เหตุใดท่านต้องช่วยคุณหนูสามด้วยเจ้าคะ? ก่อนหน้านี้นาง ก็รังแกพวกเราไม่น้อย แล้วยังคราวที่ท่านตกน้ํา นางเห็นกับตาแท้ ๆ ก็ไม่คิด จะไปกราบเรียนนายท่านหรือฮูหยิน อีกอย่าง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องที่ นางเล่าเป็นความจริง มิใช่แต่งขึ้นเพื่อให้ท่านช่วย?”
“หลงเอ๋อร์ เจ้าก็ยังเด็กนัก หลายเรื่องยังมองไม่ทะลุ”
แม่นมเยว่ ลูบศีรษะเด็กสาวอย่างเอ็นดู พลางยิ้มบาง
“เชื่อในตัวคูณหนูเถิด นางย่อมมีเหตุผลของตน”
แม่นมเยว่เข้าใจบ้าที่สุด”
จ้าวเย่อหรันยิ้มอ่อน ก่อนจะอธิบายอย่างสงบ
“ที่ผ่านมา จ้าวอิงอาจเคยหาเรื่องพวกเรา ทว่าล้วนเป็นเพียงเรื่องจุก จิก แต่เรื่องวันนี้… มิใช่เรื่องเล็ก ย้าแม้มิได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทว่าถ้ารู้ สึกว่า นางถูกใส่ร้ายจริง”
“คุณหนูหมายความว่า คุณหนูรองเป็นผู้ใส่ร้ายหรือเจ้าคะ?”
หลงเอ๋อร์เคยคิดว่าคุณหนูรองอ่อนโยนงดงาม เป็นสตรีแสนดีที่หาได้
ยาก แต่ตั้งแต่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจผลักคุณหนูใหญ่ตกน้ํา ความเลื่อมใสทั้งหมด
ก็พังทลาย
“ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น”
คําตอบของจ้าวเย่อหรันคลุมเครือ ราวหมอกบางที่มิอาจจับต้อง
“คุณหนู…”
หลงเอ๋อร์ทําหน้ามุ่ย ไม่พอใจในความกํากวม
“พอเถิด”
แม่นมเยว่ รีบตัดบท เมื่อเห็นแววเหนื่อยล้าในดวงตานายหญิง
“คุณหนูคงหิวแล้ว เจ้าไปสั่งสํารับจากครัวเถิด”
กล่าวจบ นางก็ยิ่งหลงเอ๋อ ออกจากห้อง ปล่อยให้จ้าวเย่อหรันอยู่ลํา พัง เมื่อประตูปิดลง จ้าวเย่อหรันเดินช้า ๆ ไปยังหน้าต่าง เงยหน้ามองจันทร์ เต็มดวงที่ลอยสูงบนฟากฟ้า แล้วถอนหายใจแผ่วเบา นับแต่หวนคืนชาติภพ นางดําเนินทุกก้าวอย่างระมัดระวัง ราวเดินบนคมมีด กลัวเพียงเผลอไผล เพียงครู่ จะตกลงสู่เหวลึกไร้ทางกลับ
มิใช่นางคิดมากเกินเหตุ แต่เพราะจ้าวเย่อเหริน…. ร้ายกาจเกินกว่าจะ ประมาท เมื่อนึกถึงน้องสาวร่วมสายเลือด คิ้วของนางก็ขมวดแน่น เรื่องบ่าย วันนี้ แน่นอนว่าเป็นแผนของจ้าวเย่อเหรินเพื่อใส่ร้ายจ้าวอิง ทว่า…. มันง่าย
ตายเพียงนั้นจริงหรือ?
หากเพียงต้องการกําจัดจ้าวอิง เหตุใดจึงต้องเลือกนาง กับหลินซีหร่านมาเป็นพยาน? หรือเป้าหมายแท้จริงมิได้หยุดเพียงเท่านั้น? และหากเป็นเพียงการใส่ร้ายผู้อื่น เหตุใดต้องเอาชีวิตตนเองเข้าเดิมพัน? หรือยังมีแผนซ่อนอยู่ในเงามืด? ความคิดสับสนประดังเข้ามาไม่รู้จบ
ขณะนั้นเอง เงาร่างสีดําพลันโผผินจากหลังคาเรือน หายลับไปใน ความมืดโดยมิทําให้ผู้ใดระแคะระคายแม้แต่น้อย ไม่นานนัก ณ ชั้นห้ายอง หอวิ่งเยว่ ภาพเดิมดังครั้งก่อน บุรุษในชุดยาวเอนกายครึ่งนอนครึ่งนั่งบน ตั่ง ดวงตาปิดสนิทคล้ายกําลังพักผ่อน ต่างกันเพียง… ข้างกายเขามีชายชุด าคุกเข่าครึ่งหนึ่ง รายงานทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในจวนใหชีออย่างละเอียด
เมื่อฟังรายงานของชายชุดดํา
ลืมตาขึ้นทันที
น้อย”
อี้
“แล้วนางตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
เขาถามเสียงเรียบ
จบลง บุรุษชุดยาวนามว่า ชื่อชวี่ ก็
“ทูลนายท่าน คุณหนูจ้าวมิได้รับอันตราย เพียงแต่อาจอ่อนล้าเล็ก
อี้ตอบหลังไตร่ตรอง
“อืม… ถอยไปเถิด”
“ขอรับ”
อี้หายวับไปดุจเงา ภายในห้องเงียบสงัด ซื้อถูกวี่ทอดสายตาเหม่อ ลอย ครุ่นคิดถึงรายงานเมื่อครู่ นางเคยถูกน้องสาวแท้ ๆ ผลักตกน้ําหรือ? แล้วก่อนหน้านั้นเล่า… ถูกใส่ร้ายมาแล้วกี่ครั้ง? คนที่โหดร้ายกับผู้อื่น ไม่น่า กลัวเท่าคนที่โหดร้ายกับตนเอง…. ใช่หรือไม่?
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงพิณของนาง เขาก็รู้ว่าในหัวใจนั้น ซ่อนสิ่ง หนักอึ้งเกินจะเอ่ย นางเคยผ่านเรื่องราวเช่นใดกันแน่? ความรู้สึกปวดร้าว แผ่วเบาแล่นผ่านหัวใจบุรุษผู้เย็นชาเป็นนิตย์ เขา…. สงสารนางอย่างไม่รู้ตัว
ท่านผู้อ่านที่รัก ตอนต่อไปพระเอกกับนางเอกจะได้พบหน้ากันแล้ว การพบกันครั้งนั้นจะก่อประกายเช่นใด?
และจ้าวเย่อเหริน… แท้จริงแล้วเพียงต้องการใส่ร้ายจ้าวอิงเท่านั้น
หรือ? หรือยังซ่อนแผนการอื่นไว้?
อย่าเพิ่งใจร้อน ความจริงกําลังจะเปิดเผยในไม่ช้า