หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 42 พบหน้าครั้งแรก (3)
42 พบหน้าครั้งแรก (3)
“ข้า…จะเชื่อท่านได้จริงหรือ?”
เสียงพึมพําาแผ่วเบาดังราวกับคํารําพันกับตนเอง หากไม่ตั้งใจฟัง ย่อมไม่มีทางได้ยินชัด คนอื่นอาจมิได้ยิน แต่สําหรับซือถูซวี่ที่มีวรยุทธ์ล้ําลึก เพียงลมหายใจก็ไม่รอดพ้นหูเยา เมื่อเห็นแววตาพร่าเลือน ว่างเปล่า ราวกับ เด็กน้อยที่หลงทางในม่านหมอก หัวใจของเขาก็พลันเจ็บแปลบ หญิงสาว ตรงหน้า….เคยผ่านเรื่องใดมาบ้าง เหตุใดจึงไม่กล้าเชื่อใจผู้ใดเลยแม้แต่น้อย?
คําถามไร้เสียงนั้นทําให้เขารู้สึกว่า นางทั้งเปราะบาง ทั้งโดดเดี่ยว แม้ ในส่วนลึกของหัวใจจะโหยหาการพึ่งพา โหยหาการไว้วางใจใครสักคน แต่ กลับหวาดกลัวจนไม่กล้ายื่นมือออกไป
ความย้อนแย้งเช่นนี้ กลับทําให้เขาเวทนายิ่งนัก ชื่อชวี่เอื้อมมือทั้ง สองข้างวางบนไหล่ของจ้าวเข่อหรัน บังคับให้นางหันมาเผชิญหน้าเขา โดยตรง จ้าวเข่อหรัน สะดุ้ง รีบตั้งสติ ดิ้นรนจะหลุดพ้น
“อย่ายยับ…มองย้า
เสียงเขาต่ําหนักแต่เด็ดขาด นางชะงักงัน เงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ รู้ตัว ใบหน้าคมคายของบุรุษตรงหน้าเคร่งขรึม แววตาลุ่มลึกดุจวังวนสีดํา หากพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจถูกดูดกลืนจนไม่อาจถอนตัว เมื่อเห็นแววจริง จังแน่วแน่เช่นนั้น จ้าวเข่อหรันก็ไม่ขัดขืนอีก
“พิงยาไหล”
เขากล่าวช้า ๆ ทีละคํา
“เจ้าสามารถเชื่อใจข้าได้ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใด ข้าจะไม่มีวันทําร้ายเจ้า”
เสียงทุ้มต่ําแฝงพลังหนักแน่น
“บางทีตอนนี้เจ้าอาจยังไม่อาจเชื่อข้าได้หมดหัวใจ ข้าไม่บีบบังคับ แต่ อย่าปฏิเสธข้า ให้กาลเวลาเป็นผู้พิสูจน์ทุกอย่างเถิด”
ถ้อยคําเรียบง่าย หากหนักแน่นจนไม่มีผู้ใดกล้าสงสัย จ้าวเข่อหรัน มองใบหน้าหล่อเหลาสง่างามของเขา แววตาจริงใจที่แฝงประกายความรู้สึก บางเบาแทบมองไม่เห็น เสียงทุ้มอบอุ่นดังก้องอยู่ข้างหู นางจําต้องยอมรับ ว่า…หัวใจตนกําลังสั่นคลอน ไม่รู้เพราะเหตุใด นางกลับรู้ กราวกับถูกเกลี้ย กล่อมไปทีละน้อย ในส่วนลึกของใจ เหมือนจะเริ่มเชื่อคําพูดของเขาแล้ว
ทว่า ภาพในอดีตชาติพลันผุดขึ้นทีละฉาก นั่นคือบาดแผลที่ไม่มีวัน สมาน นางเคยรักและไว้ใจน้องสาวร่วมสายเลือด แต่คนผู้นั้นกลับวางแผน ร้าย ทําให้นางเสียชื่อเสียง ถูกเหยียบย่ําจนสิ้นชีวิตด้วยความคับแค้น นาง เคยเชื่อใจหลิงเอ๋อร์ ผู้ติดตามเคียงข้างมาตั้งแต่เยาว์วัย แต่กลับถูกทรยศ เพื่อประโยชน์ส่วนตน นางเคยเชื่อใจบิดามารดา แม้จะรู้ว่าท่านลําเอียงเข้า ข้างน้องสาว แต่นางยังหลอกตนเองว่าหัวใจของพวกเขายังมีที่ว่างให้นางอยู่ บ้าง
ๆ
ผลลัพธ์เล่า? บิดาแท้ ๆ เป็นผู้สั่งกรอกสุราพิษเข้าปากนาง มารดา แท้ ๆ ยืนมองอย่างเย็นชา ราวกับสิ่งที่ตายไปไม่ใช่เลือดเนื้อของตน ความ หนาวเย็นนั้นกัดกินหัวใจนางจนแทบแตกสลาย แม้แต่คนที่ใกล้ชิดที่สุด นาง ยังมิอาจเชื่อใจได้ แล้วบุรุษตรงหน้าซึ่งเพิ่งพบกันครั้งแรก แถมยังบุกเข้าห้อง
นางในยามวิกาลโดยไร้คําอธิบาย
เหตุใดเล่า นางกลับรู้สึก…ปลอดภัย ปลอดภัยเสียจนอยากเชื่อเยา สติเตือนนางว่าอย่าได้หลงเชื่อโดยง่าย โดยเฉพาะบุรุษที่ปรากฏตัวในยามค่ํา คืนด้วยเจตนาไม่ชัดเจน ทว่า ความรู้สึกกลับทรยศเหตุผลอย่างสิ้นเชิง น่า
ยันนัก…หัวใจของนางเองก็ช่างย้อนแย้งเหลือเกิน
ซือถูชวี่เห็นสีหน้าดิ้นรนของนางทุกประการ ความเจ็บปวดฉายชัดใน ดวงตาคู่นั้น จากท่วงทํานองพิณในวันก่อน เขารู้ดีว่าสตรีผู้นี้เฉลียวฉลาด และแข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้ใดจะประเมินต่ําได้ เช่นนั้นแล้ว….นางต้องผ่านเรื่อง
โหดร้ายเพียงใด จึงกลายเป็นคนที่ปิดหัวใจแน่นหนาถึงเพียงนี้? เขาเอ่ยเสียง อ่อนลงเล็กน้อย
“ไม่ต้องรีบร้อน ข้ารู้ว่าการให้เจ้าวางใจในทันทีนั้นยากเพียงใด” เยามองนางแน่นิ่ง
“แต่ดังที่ข้ากล่าวไว้ กาลเวลาจะพิสูจน์เอง บัดนี้ เจ้าไม่ต้องคิดสิ่งใด อีก ข้าจะใช้การกระทํายืนยันคําพูดของข้า”
คํามั่นนั้นมิได้เอ่ยเสียงดัง หากกลับหนักแน่นดุจคําสาบานใต้ฟ้า และ ในความเงียบยองค่ําคืน หัวใจสองดวงก็สั่นไหวอย่างเงียบงัน ท่ามกลางเงา อดีตที่ยังคงหลอกหลอน…