หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 44 เล่ห์กลของจ้าวเข่อเหริน
44 เล่ห์กลของจ้าวเข่อเหริน
แม้ราตรีจะล่วงลึกแล้ว แต่เรือนเซี้ยอวี่ยังคงสว่างไสว ตะเกียงน้ํามัน ส่องแสงริบหรี่ท่ามกลางความเงียบงัน หน้าห้องของจ้าวเย่อเหริน ยังมีสาวใช้ เฝ้าอยู่หลายคน เผื่อมีคําสั่งใดเพิ่มเติม ส่วนในห้องมีเพียงเสียนอวิ๋นคอย ปรนนิบัติใกล้ชิด ท่ามกลางความเลือนราง จ้าวเย่อเหรินรู้สึกเพียงว่าลําคอ แห้งผาก กลืนน้ําลายยังเจ็บแสบ จึงครางแผ่วเบา
“น้ํา… น้ํา…”
เสียงแผ่วพร่านั้นปลุกเสียนอวิ๋นที่กําลังเคลิ้มให้สะดุ้งตื่น
“คุณหนูรอง ท่านพื้นแล้วหรือเจ้าคะ!”
นางรีบรินน้ําแล้วประคองดื่มอย่างระมัดระวัง หลังจากดื่มไปหนึ่ง
ถ้วยใหญ่ ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินจึงค่อย ๆ ใสขึ้น
“ตอนนี้ยามใดแล้ว?”
นางเอนกายพิงหัวเตียงเอ่ยถาม
“เรียนคุณหนู ยามไห่หนึ่งเค่อแล้วเจ้าค่ะ”
เสียนอวิ๋นจัดหมอนให้สูงขึ้นเล็กน้อย พักครู่หนึ่ง จ้าวเย่อเหรินก็ฟื้น
สติเต็มที่ ก่อนเอ่ยถามทันที
“เรื่องวันนี้… ดําเนินไปตามแผนหรือไม่?”
เสียนอวิ๋นยิ้ม
“คุณหนูวางใจ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านคํานวณไว้
“ดี…”
จ้าวเย่อเหรินถอนหายใจเบา ๆ
“ข้าตัดสินใจครั้งนี้ เสี่ยงถึงเพียงนี้ หากล้มเหลวคงน่าเสียดายยิ่ง”
“คุณหนูยังจะกล่าวเช่นนี้อีกหรือ!”
อย่างไร?”
เสียนอวิ๋นสีหน้าเป็นห่วง
“หากวันนี้หลินซือจื่อช่วยไม่ทัน โรคหืดของท่านกําเริบขึ้นมาจะทํา
จ้าวเย่อเหรินมีโรคหืดติดตัวมาตั้งแต่กําเนิด มิอาจรักษาให้หายขาด
ได้ ช่างน่าขัน… ทั้งที่เป็นฝาแฝดกับจ้าวเย่อหรัน กลับไม่คล้ายกันแม้แต่น้อย จ้าวเย่อหรับรูปลักษณ์ธรรมดา ทว่าสุขภาพแข็งแรง ส่วนจ้าวเย่อเหรินงด
งามเลิศล้ํา แต่กลับต้องทนทุกข์กับโรคเรื้อรัง ราวกับสวรรค์ตั้งใจจะมอบสิ่ง หนึ่ง แล้วพรากอีกสิ่งหนึ่งไป ทว่าในชีวิตนี้ สิ่งที่จ้าวเย่อเหรินเกลียดที่สุด…. ก็ คือโรคหืดหอบนี้ เพราะมันทําให้ชีวิตของนาง “ไม่สมบูรณ์แบบ”
“ไม่เป็นไร”
นางยิ้มอย่างมั่นใจ
“สุดท้ายก็ไม่กําเริบมิใช่หรือ? จะจับเลือก็ต้องยอมสละลูกแพะ วันนี้ ทุกอย่างอยู่ในการคํานวณของข้า ไม่มีทางผิดพลาด”
เสียนอวิ๋นอดชื่นชมไม่ได้
“คุณหนูช่างวางหมากได้แม่นยํานัก วันนี้แทบทุกอย่างอยู่ในกํามือ ท่าน นานกับฮูหยิน ก็มัวแต่เป็นห่วงท่าน ยังมิได้ไต่ถามรายละเอียดเลย”
“ดีแล้ว”
แววตาของจ้าวเย่อเหรินฉายประกายเย็นชา
“จ้าวอิงนังนั่น คิดหรือว่าเพียงกุมความลับไว้ จะข่มขู่ข้าได้? เพ้อฝัน สิ้นดี! วันนี้มีทั้งหลินซื่อจื่อและจ้าวเข่อหรันเป็นพยาน ต่อให้นางพูดสิ่งใด ใครจะเชื่อ?”
นางหัวเราะเย็น
“ยังคิดจะไปเรียนกับจินหมัวมัว…. นางมีคุณสมบัติหรือ?”
เสียนอวิ๋นพยักหน้า
“โชคดีที่คุณหนูไหวตัวทัน มิฉะนั้นคุณหนูสามคงได้ใจ”
จ้าวเย่อเหรินแค่นเสียง
“ใส่ร้ายจ้าวอิงนั้นเป็นเพียงเรื่องรอง…”
นางพลันนึกบางอย่างขึ้นได้
“จริงสิ วันนี้… ใครเป็นคนอุ้มย้ากลับมา?”
แม้ในความพร่ามัวจะรู้สึกว่าเป็นหลินซีหร่าน แต่เพื่อความแน่ใจ นาง
ยังต้องถามให้ชัด เสียนอวิ๋นยิ้มกว้าง
“วางใจเถิดเจ้าค่ะ เป้นหลินชื่อจื่ออุ้มท่านกลับมา ผู้คนเห็นทั่วทั้งทาง ต่างชุบซิบกันไปหมด”
“ดีมาก…”
เสียนอวิ๋นยังคงกังวล
“แต่คุณหนู… วิธีนี้จะทําให้หลินซี่อจื่อถอนหมั้นกับคุณหนูใหญ่ได้จริง หรือ? หากไม่สําเร็จ เกียรติคุณหนูจะเสียหายนะเจ้าคะ”
“สําเร็จแน่”
จ้าวเย่อเหรินมั่นใจเต็มเปี่ยม ใช่แล้ว…. การตกน้ําครั้งนี้ มิใช่เพียงเพื่อ กําจัดจ้าวอิง ที่สําคัญยิ่งกว่า… คือเรื่องการแต่งงานกับจวนจงอี้โหว ครั้งก่อน ที่นางผลักจ้าวเย่อหรันตกน้ํา เพราะประมาทเกินไป จึงถูกจ้าวอิงเห็นเข้า และถูกนามาข่มขู่ แต่นางไม่ใช่คนที่จะรอให้ผู้อื่นบีบคั้น
เพียงท่านพ่อท่านแม่เชื่อว่าครั้งนี้เป็นจ้าวอิงผลักนางตกน้ํา ต่อให้จ้าว
อิงเปิดโปงเรื่องเก่า ก็ไม่มีใครเชื่อ ทุกคนจะคิดว่านางใส่ร้ายเพื่อเอาตัวรอด เท่านั้น และที่นางเลือกให้หลินซีหร่านกับจ้าวเข่อหรันเป็นพยาน ก็มีเหตุผล นางรู้ดีว่าเรื่องหมั้นหมายของทั้งสองไม่มีวันเปลี่ยน…. หากปล่อยไว้เช่นนี้ นาง ต้องมองดูหลินซีหร่านแต่งงานกับพี่สาว เรื่องนั้น นางไม่มีวันยอม
เพียงเพราะนางเกิดช้ากว่าหนึ่งเค่อ จึงต้องยกคู่ครองเลิศล้ําให้ผู้อื่น หรือ? ไม่มีทาง นางรู้ว่าหลินซีหร่านว่ายน้ําเป็น เมื่อเห็นนางตกน้ํา ย่อมช่วย แน่ และเมื่อช่วย…. ย่อมต้องมีการสัมผัสเนื้อตัว เพียงเท่านี้ ก็มีเหตุผลพอจะ
ถอนหมั้น
ด้วยความลําเอียงของท่านพ่อกับท่านแม่ที่มีต่อนาง ไม่มีวันปล่อยให้
นางเสียเปรียบ เมื่อถึงเวลา การยกเลิกหมั้นของหลินซีหร่านกับ จ้าวเย่อหรัน…. ย่อมเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงมิได้ แผนการของจ้าวเย่อเหรินดูรัดกุม
ไร้ช่องโหว่
เพียงแต่นางไม่รู้ จ้าวเข่อหรันในวันนี้ มิใช่จ้าวเข่อหรันคนเดิมอีกต่อ ไป และยิ่งไม่รู้ว่า จ้าวอิงได้ขอความช่วยเหลือจากจ้าวเข่อหรันแล้ว ดังนั้น….
เรื่องราวจะดําเนินไปตามที่นางหวังจริงหรือ? เกมหมากครั้งนี้ ยังไม่มีผู้ใดรู้ว่า ใครกันแน่จะเป็นผู้ชนะ