หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 43 พบหน้าครั้งแรก (4)
43 พบหน้าครั้งแรก (4)
เมื่อสบตากับบุรุษตรงหน้าชื่อถูกวี่ ใจของจ้าวเข่อหลัน พลันสั่นไหว อย่างประหลาด นางไม่รู้ควรเอ่ยถ้อยคําใดดี สองสายตาประสานกันแน่นิ่ง ราวโลกทั้งใบเหลือเพียงพวกเขา ในห้องเงียบสงัดเสียจนได้ยินแม้กระทั่งลม หายใจของกันและกัน บรรยากาศอ้อยอิ่งคล้ายม่านหมอกอ่อนบาง ทว่าแฝง ความร้อนรุ่มที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
หัวใจของจ้าวเข่อหลันเต้นแรงขึ้นทุกขณะ ราวจะทะลุออกมาจากอก นางคิดจะเอ่ยบางอย่างเพื่อทําลายความเงียบงันนี้ แต่เพิ่งอ้าปาก
“ท่าน”
“เจ้า”
เสียงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน ซื้อชวี่หัวเราะเบา ๆ แววตาอ่อนโยน
“เจ้าพูดก่อนเถิด”
จ้าวเย่อหลันเม้มริมฝีปาก ก่อนเอ่ยถามอย่างสงบ
“ท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใด? แล้ว…. เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือไม่?”
ในใจนางเต็มไปด้วยความสงสัย บุรุษผู้นี้ที่เรียกตนเองว่าซือถูชวี่ นาง มั่นใจว่าไม่เคยพบหน้า ไม่เคยแม้แต่เฉียดผ่านในความทรงจํา แต่เหตุใดเขา จึงทําท่าราวกับคุ้นเคยนัก? เหตุใดจึงกล้าบุกเข้าห้องหอของสตรีที่ยังมิได้ ออกเรือนซ้ําแล้วซ้ําเล่าในยามดึก? ภาพเงาร่างเลือนรางในค่ําคืนก่อน ๆ ผุด ขึ้นในใจ นางแทบจะแน่ชัดแล้วว่าเงานั้น… ก็คือเขา
“เราไม่เคยพบกันมาก่อน
ซือถูซวี่ตอบตรงไปตรงมา ทว่า สําหรับคําถามแรก เขากลับเลือกจะ เงียบงัน จะให้เขาบอกได้อย่างไร ว่าเพียงเพราะได้ยินเสียงพิณของนางครั้ง หนึ่ง ก็ฝังอยู่ในใจไม่เลือนหาย ถึงขั้นยอมลอบเข้ามามองนางในยามวิกาล? หากนางรู้เข้า คงมองเขาเป็นบุรุษไร้ยางอายแน่ คิดถึงตรงนั้น ใบหน้าคมคาย ยองเขาพลันร้อนวูบ โชคดีที่แสงจันทร์สลัว มิฉะนั้นคงเห็นได้ชัดว่าแก้มของ เยาแดงเรื่อเพียงใด
แต่เขากลับลืมคิดไปว่า การลอบเข้าห้องสตรีกลางดึก แล้วยังถูกจับ ได้ซ้ําแล้วซ้ําเล่า ต่อให้แก้ตัวสักพันคํา ก็ยังหนีคําว่า “บุรุษหน้าด้าน” ไม่พ้น จ้าวเย่อหลัน มองออกว่าเขาจงใจเลี่ยงตอบ แต่ในใจกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้
แตนอย
หากเขาคิดร้าย นางคงมิอาจต่อต้านได้ตั้งแต่แรก อีกทั้งเขาก็มิใช่เพิ่ง มาครั้งเดียว หากจะคิดทําสิ่งต่ําช้า นางคงไม่มีวันได้นอนสงบเช่นนี้ เมื่อคิด เช่นนั้น นางจึงปล่อยวาง
“ดึกมากแล้ว ท่านยังมีธุระอื่นอีกหรือไม่?”
นางถามเสียงเรียบ
“หา?”
ซือถูชวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ยังไม่ทันตั้งตัว มองสีหน้าเหมือนคนหลงทาง ยองบุรุษรูปงาม จ้าวเข่อหลัน พลันอยากหัวเราะ
“หากไม่มีเรื่องใด ก็กลับไปพักเถิด”
กล่าวจบ นางมิได้สนใจเขาอีก กลับล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นคลุม กายอย่างสง่างาม ก่อนหลับตา ยังไม่ลืมชี้ไปที่หน้าต่าง
“ท่านเข้ามาทางใด ก็กลับออกทางนั้นเถิด และก่อนจากไป กรุณาปิด หน้าต่างให้ข้าด้วย….. ราตรีสวัสดิ์”
ซือถูชวี่มองภาพนั้นแล้วหัวเราะเบา ๆ เพราะในถ้อยคําของนาง เขามิ ได้ยินแม้เศษเสี้ยวของความรังเกียจ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีนัก แม้ตอนนี้นาง ยังมิได้ไว้ใจเขาทั้งหมด แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่งดงามมิใช่หรือ? เมื่อนึกถึง ตรงนั้น หัวใจของเยาพลันเบิกบาน ราวกับแม้แต่ดวงจันทร์นอกหน้าต่างยัง
กลมสว่างเป็นพิเศษ
ไม่นาน เขาก็จากไปทางหน้าต่างดังเดิม และไม่ลืมปิดมันตามคําของ นาง ความมีดกลับเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ครู่หนึ่งหลังจากเขาจากไป จ้าวเข่อหลัน ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้น เปลือกตาหนักอึ้ง แต่ไร้เงา ยองความง่วงงุน
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังวนเวียนในใจ ราวคลื่นที่ไม่ยอมสงบ ค่ําคืนนี้… สําหรับนาง มิใช่คืนที่หลับง่าย และ ณ เรือนเชียอวี่อีกฟากหนึ่ง ก็เป็นราตรี ที่ไร้การพักผ่อนเช่นกัน ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน บางคนหัวใจสั่นไหวด้วยความ อ่อนหวานที่มิอาจเอ่ย
บางคน…. กําลังเผชิญพายุที่ก่อตัวเงียบงันในความมืด.