หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 46 กับสาวใช้หลิงเอ๋อ ให้ออกไป
46 กับสาวใช้หลิงเอ๋อ ให้ออกไป
ไม่นานนัก แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์ก็จัดเตรียมสํารับเช้าเรียบร้อย จ้าวเข่อหรันนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม ท่วงท่าผ่อนคลายราวสายน้ําใหล เอื้อม หยิบตะเกียบอย่างเนิบช้า ลิ้มรสอาหารเช้าอย่างไม่รีบร้อน หลิงเอ๋อร์ยืนอยู่ ข้างกาย มองภาพนั้นด้วยใจร้อนรุ่มดุจไฟสุมอก นางยังมิได้ล้วงถามสิ่งใด ออกมาเลย หากกลับไปมือเปล่า คุณหนูรองต้องตําหนีนางเป็นแน่ ทว่าบน ใบหน้ากลับต้องเสแสร้งสงบนิ่ง ราวกับไม่มีสิ่งใดคาใจ
จ้าวเข่อหรันแม้จะกําลังรับประทานอาหาร แต่สายตากลับเหลือบ
มองหลิงเอ๋อร์อยู่เนือง ๆ เห็นท่าทีอยากเอ่ยแต่ไม่กล้าเอ่ยของอีกฝ่าย นางก็ แค่นหัวเราะในใจ ดูท่าแล้ว หลิงเอ๋อร์คงร้อนใจไม่น้อย ช่างขยันขันแข็งต่อคํา สั่งของจ้าวเข่อเหรินเสียจริง ไม่รู้ยามทํางานให้นาง จะทุ่มเทได้ครึ่งหนึ่งของ วันนี้หรือไม่
อย่างไรก็ดี… ก็ควรให้นางได้สิ่งใดกลับไปบ้าง จะได้มีคําตอบไปกราบ เรียนเสียที อีกทั้งอีกประเดี๋ยวนางก็มีธุระ หากพาหลิงเอ๋อร์ติดตามไปด้วย ย่อมไม่สะดวก สู้โยนเศษข่าวให้ไปสักหน่อย ทั้งยังเบี่ยงตัวนางออกไปได้ใน คราเดียว
แต่ข่าวนั้น… จะจริงหรือเท็จ ก็สุดแท้แต่นางจะกําหนด หลิงเอ๋อร์ยืน รอจนแทบจะเหยียบไฟในอกดับไม่ลง แต่ก็ยังข่มใจเอาไว้ ขณะกําาลังชั่งใจว่า จะลองหยั่งเชิงอีกครั้งหรือไม่ เสียงของจ้าวเข่อหรันก็ดังขึ้นเสียก่อน
“แม่นมเยว่ เดี๋ยวแม่นมเย่วไปที่คลังในสวนชุนฮุย เอาโสมที่ท่านย่า ประทานมาเมื่อคราวก่อนออกมาบางส่วน”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
แม่นมเยว่รับค้า จ้าวเข่อหร้นครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อ “ไปเดี๋ยวนี้เลยเถิด”
แม่นมเยว่มิได้ถามเหตุผล รีบไปยังคลั่งทันที ไม่นานก็กลับมาพร้อม
กล่องไม้ใบหนึ่ง ภายในย่อมเป็นโสมล้ําค่านั้น
“หลิงเอ๋อร์”
เพียงได้ยินชื่อของตน หลิงเอ๋อร์ก็สะดุ้ง รีบตั้งสติ
“คุณหนู มีสิ่งใดรับสั่งเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้าให้แม่นมเยว่ ส่งกล่องให้นาง หลิงเอ๋อ รับมา
อย่างงุนงง เงยหน้ามองผู้เป็นนาย
“เมื่อวานบ่าย เชอเหรินตก า สุขภาพนางไม่แข็งแรงนัก เกือบก๋าเริบ โรคเก่าอีกแล้ว เจ้าจงนําาโลมนี้ไปส่งที่เรือนเชียอวี่ บอกนางว่า ข้ายังไม่ไป เยี่ยมในวันนี้ ให้นางพักฟื้นให้ดี อีกสองสามวันข้าจะไปเยือน”
ຈະ
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
ดวงตาหลิงเอ๋อ กลอกไปมา ก่อนจะฉวยจังหวะถามอย่างระมัด
“คุณหนูทราบหรือไม่เจ้าคะ ว่าคุณหนูรอง…. ตกน้ําได้อย่างไร?”
จ้าวเข่อหรันถอนหายใจเบา ๆ ราวกับอ่อนแรง ๆ
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก เพียงแต่เรื่องนี้… เกรงว่าคงเป็นความพลั้งเผลอ ยองน้องสามกระมัง”
คะ?”
หลิงเอ๋อ ชะงัก
“คุณหนูหมายความว่า คุณหนูรองลูกคุณหนูสามทําให้ตกน้ําหรือเจ้า
“จะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูกนัก
จ้าวเข่อหรันทอดเสียงแผ่ว
“ข้าเชื่อว่าน้องสามคงมิได้เจตนา”
คําพูดกํากวนเช่นนั้น กลับทําให้หลิงเอ๋อร์ปักใจเชื่อเองว่า คุณหนู ใหญ่ย่อมคิดว่าเป็นฝีมือคุณหนูสามแน่แท้ ดีแล้ว… เช่นนี้พอกลับไป นางก็มี เรื่องเล่าให้คุณหนูรองฟัง ด้านแม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์ที่ยืนรับใช้ ต่างตก ตะลึงอยู่ลึก ๆ เพราะเมื่อคืนคุณหนูสามมาที่นี่ พวกนางย่อมรู้ดีว่า คุณหนู ใหญ่มิได้เชื่อว่าคุณหนูสามเป็นคนผลักคุณหนูรองลงน้ํา แล้วเหตุใดจึงกล่าว
วาจาเช่นนี้เล่า?
จ้าวเข่อหรันปรายตามองแม่นมเยว่และหลงเอ๋อร์ เห็นสีหน้าตกใจ ชัดเจน ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาเฉียบเย็นดุจคมมีด แม่นมเยวกับ หลงเอ๋อ สะดุ้ง รีบเก็บสีหน้าโดยพลัน โชคดีที่หลิงเอ๋อร์กําลังหมกมุ่นอยู่กับ “ข่าวดี” ของตน มิได้สังเกตความผิดปกติ จ้าวเข่อหรันลอบถอนใจเบา ๆ ดู ท่าแล้ว… แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์ยังอ่อนหัดนัก
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าไปเดี๋ยวนี้เถิด”
นางสั่งเสียงเรียบ
“ส่งโสมแล้ว ออกนอกจวนไปที่หอวิ่งเยวี่ย ซื้อขนมฝูหรงมาให้ข้าหนึ่ง ห่อ เข้าใจหรือไม่?”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
หลิงเอ๋อร์ถือกล่องโสม พร้อมกับข่าวที่นางคิดว่าได้มาด้วยความชาญ
ฉลาด เด็นออกจากสวนชุนฮุย มุ่งหน้าไปยังเรือนเชี่ยอ
เบื้องหลังรอยยิ้มละมุนของจ้าวเข่อหรัน คือเงาเงียบงันที่ซ่อนคม
คาบไว้ใต้แพรไหม
บางครั้ง… เร้ง… คําพูดเพียงครึ่งประโยค ก็ร้ายแรงยิ่งกว่าการด่าทอทั้ง
ประโยคเสียอีก