หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 45 หยั่งเชิง
45 หยั่งเชิง
รุ่งอรุณเพิ่งทอแสงบางเบา ฟ้ายังคล้ายถูกม่านหมอกคลุมไว้จาง ๆ ทว่าเจ้าเรือนผู้หนึ่งกลับลืมตาตื่นเสียแล้ว จ้าวเข่อหรันค่อย ๆ เอนกายขึ้น จากเตียง แสงสลัวในห้องยังไม่แจ่มชัดนัก นางรู้สึกมึนงงราวกับศีรษะถูกห่อ หุ้มด้วยหมอกหนา แม้เปลือกตาจะหนักอึ้ง แต่กลับไม่อาจข่มตาหลับต่อได้ จึงทําได้เพียงนั่งนิ่ง ๆ พิงหมอน มองไปรอบห้องที่คุ้นตา
ๆ
ส่งของทุกชิ้นล้วนเป็นของเดิม ทว่าหัวใจกลับปั่นป่วนราวโคลนตมถูก คนกวน คนทั้งคนเหมือนยังไม่ตื่นจากความฝัน ครู่หนึ่งผ่านไป นางจิง ค่อย ๆ ได้สติ และความทรงจําเมื่อวานก็ทะลักกลับเข้ามา สายตาเหลือบมอง หน้าต่างที่ปิดสนิท จ้าวเข่อหรัน อดถามตนเองมิได้ เรื่องเมื่อคืน…เป็นเรื่อง จริง หรือเป้นเพียงความฝันอันเลือนราง?
ชายผู้นั้น….ฮือกูชวี่ เพียงนึกถึงชื่อ หัวใจก็เต้นแรงอย่างควบคุมมีอยู่ แววตาจริงจังของเขา น้ําเสียงหนักแน่นที่เอื้อนเอ่ย ทุกถ้อยคําล้วนสะท้าน ลิกถึงขั้วหัวใจ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะไม่มีวันทําร้ายเจ้า” นางยังจ๋าแววตาขณะเขาพูดได้ชัดเจน ราวกับในโลกทั้งใบ มีเพียงนางผู้ เดียวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น มัน….เป็นเรื่องจริงหรือ?
“คุณหนู ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ วันนี้เหตุใดตื่นเช้านัก?”
เสียงของหลงเอ๋อร์ดังขึ้น เมื่อหลิงเอ๋อร์กับหลงเอ๋อร์ยกอ่างล้างหน้า
เข้ามา ทั้งสองเห็นจ้าวเย่อหวั่นนั่งเหม่ออยู่บนเตียง ใบหน้าละมุนกลับสอย ล่องไม่รู้คิดสิ่งใด
“คุณหนูคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ถึงได้ใจลอยเพียงนี้ แม้พวกบ่าวจะ
เข้ามาก็ยังไม่รู้ตัว”
หลิงเอ๋อร์เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง สายตาแฝงแววหยั่งเชิงบางอย่าง เช้าตรู่วันนี้ เสียนอนแวะมาหานาง บอกว่าคุณหนูรองอยากรู้ท่าทีของคุณ หนูใหญ่กับเรื่องเมื่อวาน หลิงเอ๋อร์จึงตั้งใจมาหยั่งดูเสียก่อน จ้าวเข่อหรัน สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรวบรวมสติกลับคืน ใบหน้ากลับเรียบสงบดั่งเดิม “ไม่ได้คิดอะไร เพียงเพิ่งตื่น ยังไม่ทันตั้งสติดีเท่านั้น”
นางลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว ให้ทั้งสองช่วยปรนนิบัติชําาระล้างกาย หลังเสร็จสิ้น หลงเอ๋อร์ยกอ่างน้ําออกไป พร้อมจะไปเตรียมอาหารเช้ากับแม่ นมเยว่ ภายในห้องจึงเหลือเพียงหลิงเอ๋อ ที่ยืนหวีผมให้ จ้าวเข่อหรัน มือที่ จับหวีดูเหม่อลอย ใจกลับค้านวณถ้อยคําว่าจะเปิดประเด็นอย่างไรจึงจะไม่ ให้คุณหนูใหญ่ระแคะระคาย แต่ยังได้คําตอบที่ต้องการ จ้าวเข่อหรันมองเงา สะท้อนในกระจก เห็นสีหน้าลังเลของอีกฝ่ายชัดเจน นางขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเฝ้ารอให้อีกฝ่ายเปิดปาก ผ่านไปครู่หนึ่ง หลิงเอ๋อร์จึงเอ่ยขึ้นอย่างลอง
เชิง
คะ?”
“คุณหนูใหญ่ ได้ยินว่าเมื่อวานบ่ายคุณหนูรองตกน้ํา จริงหรือเจ้า
“จริงสิ”
ๆ
จ้าวเข่อหรันตอบเรียบ ๆ น้ําเสียงไม่สะทกสะท้าน ทว่าภายในกลับ เย็นเยียบ ข่าวไวเสียจริง ทั้งที่เมื่อวานนางสั่งกักตัวไว้แท้ ๆ กลับรู้เรื่องเร็ว นัก…มีใครไปกระซิบหรือ? หรือจะเป็นคนของน้องรองเอง?
“แล้ว…ท่านกับชื่อจื่อหลินก็เห็นเหตุการณ์ใช่หรือไม่เจ้าคะ? แท้จริง
แล้วเป็นคุณหนูสามผลักคุณหนูรองตกน้ําจริงหรือ?”
ดวงตาของจ้าวเข่อหรันวาบแสงคมกริบเพียงชั่วพริบตา ถ้อยคําานี้…
ชัดเจนยิ่งนัก จุดประสงค์ของหลิงเอ๋อร์ถูกเปิดโปงแล้ว เมื่อวาน ณ ศาลา บัว มีเพียงห้าคน นาง จ้าวอิง หลินซีหร่าน เสียนอวิ๋น และจ้าวเข่อเหรินผู้ตก น้ํา จ้าวอิงกับหลินซีหร่านย่อมไม่มาถามนาง เช่นนั้นผู้ที่ไม่วางใจย่อมมีเพียง คนเดียว จ้าวเย่อเหริน….นางคงยังไม่วางใจสินะ
“หลิงเอ๋อร์ เจ้ารู้รายละเอียดไม่น้อยเลยนะ”
จ้าวเข่อหรันหันมามองด้วยรอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“หากข้าไม่รู้ว่าเมื่อวานเจ้าถูกกักตัวอยู่ในชุนฮุย ข้าคงนึกว่าเจ้าก็อยู่ใน
เหตุการณ์เสียอีก”
หลิงเอ๋อ หน้าซีด ใจสะดุ้งวาบ รีบแก้ตัว
“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ! เมื่อวานบ่าวไม่เคยออกจากชนฮุยหยวน
เลย”
“อืม”
จ้าวเข่อหรันไม่ชกใช้ อ เพียงกล่าวเรียบ ๆ
“ไม่ว่าเจ้าจะรู้มาอย่างไร ก็ไม่ควรพูดเรื่องของเจ้านายลับหลัง หากผู้
อื่นได้ยินเข้า จะกลายเป็นความผิดของเจ้าเอง”
คําพูดนั้นเบานัก แต่กลับเย็นชืดราวคมมีดหุ้มแพร หลิงเอ๋อร์รู้สึกขน ลุกวาบ คล้ายถูกสายตานั้นมองทะลุถึงใจ ทว่าไม่นานก็ปลอบตนเอง หาก คุณหนูใหญ่รู้ว่านางแอบช่วยคุณหนูรอง นางคงไม่สงบนิ่งเพียงนี้หรอก คิด ดังนั้น จึงถอนหายใจโล่งอกเบา ๆ
แต่หลังจากนั้น นางก็ไม่กล้าถามอะไรอีกแม้แต่ค่าเดียว ภายในห้อง เงียบงัน มีเพียงเสียงหวีเสียดสีกับเส้นผม ทว่าใต้ความสงบกลับ อนคลื่นลม
เชี่ยวกรากที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้…