หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 52 เหตุผล
52 เหตุผล
จ้าวเข่อหรันเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ถึงข้อสงสัยที่ค้างคาในใจมานาน นางไม่เคยเข้าใจเลยว่า เหตุใดซุ่นอี้เหนียงกับจ้าวเข่อเฟิงจึงคอยปกป้องนาง อยู่เสมอ แม้ตลอดมาความสัมพันธ์จะห่างเหิน มิได้สนิทชิดเชื้อ ทว่าลับหลัง
พวกเขากลับช่วยเหลือนางไม่น้อย
แม้ในชาติที่แล้ว ครั้นนางถูกใส่ร้ายจนหมดสิ้นหนทาง แม้แต่บิดา มารดายังติดใจทอดทิ้ง แต่มารดาเลี้ยงผู้นี้กับเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับ พยายามสุดกําลังจะกอบกู้สถานการณ์ เหตุใดกัน….เหตุใดถึงทําเพื่อนางถึง เพียงนั้น? ไม่ว่าคิดอย่างไร นางก็หาคําตอบมิได้
วันนี้ นางจึงอยากรู้ให้กระจ่าง เพราะมีเพียงรู้เหตุผลเท่านั้น นางจึง จะสามารถเชื่อใจพวกเขาได้อย่างแท้จริง หากไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ต่อให้รับ รู้ว่าพวกเขาดีต่อตนเพียงใด นางก็ยังไม่อาจเปิดใจทั้งหมด ครั้นคิดถึงตรงนี้ จ้าวเข่อหรันพลันนึกถึงบุรุษผู้บุกเข้าห้องหอในยามวิกาลเมื่อคืน ฮือ ชวี่
ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้าแท้ ๆ เหตุใดนางกลับอยากเชื่อเขาง่ายดาย นัก? คิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้…ไม่ใช่เวลาจะมาครุ่นคิดเรื่องนั้น นางเงย หน้ามองชุน เหนียง เงียบงันรอคําตอบ ชุน เหนียงได้ยินคําถามกะทันหัน ก็ชะงักไปชั่วขณะ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี
“ฮุน เหนียง ท่านไม่สะดวกจะตอบหรือ?”
จ้าวเข่อหรันถามอย่างสุภาพ แต่แฝงความหนักแน่น
“ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ”
ชุน เหนียงรีบกล่าว
“เพียงแต่คุณหนูใหญ่ถามกะทันหัน ข้าเลยเรียบเรียงคําไม่ทัน
“พี่ใหญ่ลืมแล้วหรือ?”
จ้าวเข่อเฟิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยขึ้นก่อน
“หากไม่มีพี่ใหญ่ ข้าคงไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกนี้ด้วยซ้ํา”
“อะไรนะ! คุณหนูใหญ่เคยช่วยชีวิตคุณชายใหญ่หรือเจ้าคะ?”
หลงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างอุทานออกมาอย่างตกใจ จ้าวเข่อหรัน
ๆ
ขมวดคิ้วน้อย ๆ หันไปมองหลงเอ๋อร์ด้วยสายตาเตือนสติ หลงเอ๋อ พลันรู้ตัว ว่าลาเส้น รีบหุบปาก ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสอดแทรกอีก แต่จ้าวเข่อหรันเองก็ สับสน นางเคยช่วยจ้าวเข่อเฟิง? ตั้งแต่เมื่อใด? เหตุใดนางไม่เหลือแม้แต่เงา ของความทรงจํา? นางจึงหันไปมองชุน เหนียงอย่างไม่เข้าใจ
“ชุน เหนียง คําพูดของเฟิงเอ๋อ หมายความว่าอย่างไร? ข้าเคยทําสิ่ง ใด เพื่อช่วยเขาไว้หรือ?”
ชุนอี๋เหนียงยิ้มอ่อนโยน
“คุณหนูใหญ่คงลืมไปแล้วกระมัง ตอนนั้นท่านเพิ่งสามขวบเอง จ๋าไม่ ได้ก็ไม่แปลก แต่ครั้งนั้น หากไม่ได้ท่านช่วยไว้ ข้าคงไม่มีเพิงเอ๋อ ที่รู้ความ เช่นวันนี้”
วันวาน
“ใช่เจ้าค่ะ ตอนนั้นคุณหนูเพิ่งสามขวบจริง ๆ คงจําไม่ได้”
แม่นมเยว่ที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งเอ่ยเสริม สีหน้าราวกับกําลังย้อนคิดถึง
“แม่นมเยว่ ก็รู้เรื่องนี้หรือ?”
จ้าวเข่อหรันยิ่งประหลาดใจ นางทําสิ่งใดไว้กันแน่? เหตุการณ์ใดการ กระทําของเด็กหญิงวัยสามขวบ ทําให้ซุน เหนียงจดจํายาวนานถึงสิบปี ไม่ สิ…ในชาติที่แล้ว ก่อนนางจะตายอย่างคับแค้น ชุนอี้เหนียงยังคงยืนหยัดปก ป้องนาง เช่นนั้นก็คือสิบสี่ปี สิบสี่ปีเต็ม…
สิ่งใดกันที่ทําให้พวกเขายอมล่วงเกินท่านพ่อ ยอมฝืนกระแสลมทั้ง
จวน เพียงเพื่อช่วยขอความเมตตาให้นาง? จ้าวเข่อหรันคิดเท่าไรก็คิดไม่ ออก สุดท้าย นางจึงทําได้เพียงมองชุน เหนียง เอ่ยถามช้า ๆ
“ซุน เหนียง…เรื่องนั้นคือเรื่องใดกันแน่?”
ชุน เหนียงถอนหายใจเบา ๆ
“เรื่องนี้…กล่าวไปก็ยาวนัก แม้วันนี้คุณหนูใหญ่จะจําไม่ได้ แต่พระคุณ นั้น ข้าจะไม่มีวันลืมตลอดชีวิต”
นางหันไปมองจ้าวเย่อเฟิงด้วยสายตาเยี่ยมรัก
“ก่อนเพิงเอ๋อร์จะเกิด ข้าเคยมีบุตรสาวคนหนึ่ง…แต่นางอายุยังไม่ทัน
ได้กี่วัน ก็จากข้าไปเสียแล้ว”
เสียงของนางแผ่วลง คล้ายถูกความทรงจํากัดกิน
“ครั้นตั้งครรภ์เฟิงเอ๋อร์ ข้าจึงเฝ้าถนอมอย่างที่สุด เพราะเขาคือ
ความหวังเดียวของข้า หากวันนั้นข้าต้องสูญเสียเขาอีก ข้าคงไม่อาจมีชีวิตต่อ
ไปได้”
กล่าวถึงตรงนี้ แววตาของซุน เหนียง เต็มไปด้วยความซาบซึ้งขณะ มองจ้าวเข่อหรัน จากนั้น นางจึงเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างช้า ๆ ละเอียด ละออ เรื่องราวที่ซ่อนเร้นมานานกว่าสิบปี เรื่องราวที่ทําให้คําว่า “บุญคุณ ฝังลึกกว่าคําว่า “สายเลือด” ในหัวใจของคนผู้หนึ่ง