หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 51 เหตุใดท่านจึงดีกับข้าเพียงนี้
51 เหตุใดท่านจึงดีกับข้าเพียงนี้
ชุนอี๋เหนียงทอดสายตามองจ้าวเข่อหรันตรงหน้า พลันรู้สึกว่ามีบาง
อย่างเปลี่ยนไป
อดีตคุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่มีวันลดตัวข้องเกี่ยวกับบรรดา
อนุภรรยา ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการยกมือคารวะเช่นวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ จ้าวเข่อหรันกับจ้าวเย่อเหรินจะเป็นฝาแฝด แต่บุคลิกกลับต่างกันราวฟ้ากับ
ติน
บางทีอาจเพราะเย่อเหรินโดดเด่นเกินไป เมื่อถูกเปรียบเทียบ คุณ ใหญ่เย่อหวั่นผู้นี้ จึงดูเลือนราง เงียบงัน ขลาดเขลา และเอาแต่หลบมุม ไม่ กล้าเงยหน้าสู้ใคร
แต่หญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้…แม้โฉมหน้าจะมิใช่สะคราญ
สะท้านเมือง ทว่าแววตากลับสงบหนักแน่น รัศมีจากภายในแผ่ออกมาอย่าง มั่นคง เครื่องหน้าที่เคยเพียงสะอาดสะอ้าน บัดนี้กลับดูงดงามขึ้นเพราะ ความมั่นใจนั้น
หากยืนอยู่ท่ามกลางผู้คน นางมิใช่ผู้ที่สวยที่สุด แต่เป็นผู้ที่ทําให้คน ต้องหันมอง และยิ่งมอง ยิ่งสัมผัสได้ถึงเสน่ห์บางอย่างที่มิได้อยู่บนใบหน้า หากอยู่ลึกในหัวใจ
“ชุนอี้เหนียง ท่านมองข้าเช่นนี้ มีอะไรติดหน้าข้าหรือ?”
จ้าวเข่อหรันยกมือแตะพวงแก้มตน พลางเอ่ยถามยิ้ม ๆ ชุนอี้เหนียง
สะดุ้งเล็กน้อย ราวเพิ่งตื่นจากภวังค์
“มะ…ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ”
“ท่านมองช้าเสียขนาดนี้ ข้านึกว่าบนหน้าข้ามีอะไรติดเสียอีก”
นางหัวเราะเบา ๆ
ทําให้คุณหนูใหญ่ขบขันแล้วเจ้าค่ะ”
ชุน เหนียงยังคงเรียกนางว่า “คุณหนูใหญ่” นั่นคือสิ่งที่นางยึดมั่นมา
ตลอด จ้าวเข่อหรันมิได้บังคับให้อีกฝ่ายเปลี่ยนค้าเรียก ความห่างเหินที่สะ สมมานาน มิใช่สิ่งจะลบเลือนด้วยคําสองคํา แม้ในอดีตซุน เหนียงจะช่วย นางลับหลังอยู่หลายครั้งก็ตาม
“อีเหนียง ท่านพี่ เหตุใดต้องยืนคุยกันเล่า?”
เสียงใสของจ้าวเข่อเฟิงดังขึ้น พลันดึงความสนใจกลับมา
“จริงด้วย”
ชุน เหนียงรีบเชื้อเชิญ
“คุณหนูใหญ่ เชิญนั่งก่อนเถิด”
จากนั้นหันไปสั่งสาวใช้
“เฉียวเอ๋อร์ ไปเอาขนมฝูหรงจากครัวเล็กมา
คําสั่งนั้นทําให้หัวใจจ้าวเข่อหรันสะท้านเบา ๆ ขนมฝูหรง….เป็นยอง โปรดของนาง เรื่องนี้มีเพียงแม่นมเยว่และหลงเอ๋อร์ที่รู้ แม้แต่มารดาผู้ให้ กําเนิดยังไม่เคยใส่ใจ ทว่าชุน เหนียงกลับรู้ และยังจําได้อยู่เสมอ ความอบ อุ่นแผ่วบางผุดขึ้นในอก แต่ขณะเดียวกัน ความสงสัยก็ตามมา ชุน เหนียง เป็นคนเย็นชา ไม่ชอบสุงสิงกับผู้ใด เหตุใดจึงมีเพียงนางที่ได้รับข้อยกเว้น? สามคนจึงนั่งลง จิบชาอย่างสงบ
“ท่านพี่ เมื่อวานบ่ายท่านบอกว่าจะมาหาข้า เหตุใดจึงไม่มาเล่า?”
จ้าวเข่อเพิ่งถามด้วยสีหน้าออดอ้อน เมื่อวานเขาดีใจนักที่พี่สาวจะมา เยือน แต่กลับต้องรอเก้อจนหัวใจห่อเหี่ยว จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง วางถ้วยชา
ลง
“เติมท าจะมา แต่ภายหลังหลินชื่อจื่อมาเยือน จึงต้องต้อนรับเยา
เสียก่อน”
“อ้อ…”
จ้าวเย่อเฟิงเบะปากทันที เพียงคิดว่าพี่สาวผิดนัดเพราะ
“หลินชื่อจื่อ” ผู้นั้น เขาก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาทันที คนผู้นั้นช่างน่ารําคาญเสีย จริง แย่งเวลาของพี่สาวเขาไปหมด จ้าวเข่อหวั่นไม่รู้ความคิดนั้น เพียงเห็น ใบหน้าเบะปากก็อดหัวเราะไม่ได้ ชาติที่แล้ว นางคงพลาดสั่งงดงามมากมาย
เพียงใดกันนะ…
ด้วย”
“ชุน เหนียง ครั้งนี้ที่ข้ามา นอกจากเยี่ยมเยียนแล้ว ยังมาขอบคุณ
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อน
“คราวก่อนข้าล้มป่วย พวกท่านมาเยี่ยม ข้าชานชิ่งนัก เดิมตั้งใจจะมา
นานแล้ว เพียงยังไม่มีโอกาส
“คุณหนูใหญ่เกรงใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”
ชุน เหนียงรีบตอบ
“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน นั่นเป็นเรื่องสมควร มิได้ทําสิ่งใด
พิเศษถึงต้องมาขอบคุณกัน
“ที่จริง…”
จ้าวเข่อหรันเปลี่ยนน้ําเสียงเล็กน้อย ดวงตาฉายแววจริงจัง
“ข้ามาครั้งนี้ ยังมีอีกเรื่องอยากถามท่าน”
ชุนอี้เหนียงยิ้มอ่อน
“คุณหนูใหญ่มีสิ่งใดสงสัยก็ถามมาเถิด หากข้ารู้ ย่อมไม่ปิดบัง
จ้าวเข่อหรันสูดลมหายใจเบา ๆ ครั้งนี้ นางไม่คิดอ้อมค้อม
“เช่นนั้น ข้าจะถามตรง ๆ”
ดวงตานางนิ่งลิก มองชุน เหนียงอย่างตั้งใจ
“เหตุใด…ท่านจิงดีกับข้าเพียงนี้?”