หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 6 ถูกใส่ร้าย (6)
6 ถูกใส่ร้าย (6)
โดย : ข่าวโพดผจญภัย
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
จ้าวเข่อเหรินยิ้มหวานราวบุปผาแรกแย้ม หากในแววตากลับเย็น
เยียบดุจนํ้าค้างเหมันต์
“หรือเจ้าจะยังหลงคิดว่าข้าจริงใจเข้าหาเจ้า? ข้าจะบอกให้ก็ได้ ที่ ข้าใกล้ชิดเจ้า ก็เพื่อจะได้ทําร้ายเจ้าให้เจ็บยิ่งกว่าเดิมเท่านั้นเอง อง เจ้าโดน ข้าใส่ร้ายมาตั้งกี่ครั้งแล้ว ยังไม่รู้จักจํา จะโทษผู้ใดได้เล่า?”
จ้าวเข่อหรันชะงักงัน ความทรงจํามากมายที่เคยถูกใส่ความผุด ขึ้นมาทีละฉาก เมื่อนํามาปะติดปะต่อกับท่าทีของน้องสาวในวันวาน
นางก็หัวเราะออกมาอย่างอื่นขม
“ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…. ดูท่าที่เจ้าว่ามาจะไม่ผิด ข้า… ข้ามันโง่เอง โง่ที่ไม่ รู้จักตื่น จึงได้มีจุดจบเช่นนี้
“ก็ใช่น่ะสิ”
จ้าวเข่อเหรินเอียงหน้ามองพี่สาวอย่างไร้เดียงสา
“เพราะเจ้าโง่แท้ ๆ จึงได้มีวันนี้ ข้ายังมีเรื่องหนึ่งจะบอก เจ้าเรียก เขาว่า “ชื่อจื่อ” อย่างเกรงใจมาตลอด แต่ข้ากลับเรียกเขาว่า “ซีหร่าน อย่างสนิทสนม เขาที่เจ้าคิดว่าเป็นคู่ครองแท้จริงนั้น ที่แท้ชอบข้ามา ตลอด ไม่เคยมีใจให้เจ้าแม้เพียงครึ่งส่วน
คําพูดนั้นราวค้อนเหล็กฟาดลงกลางอก
“ทุกครั้งที่เจ้าพบเขา ข้าล้วนอยู่ด้วย เขานัดเจ้าออกไป ก็เพียง เพื่อจะได้พบข้า เขาบอกข้าว่า ข้าต่างหากคือรักแท้แห่งชีวิต การแต่งกับ เจ้าเป็นเพียงคําสัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลเท่านั้น เขายังให้สัญญา
ว่า หลังแต่งกับเจ้าแล้ว จะขอท่านพ่อรับข้าเป็นภรรยารอง
รอยยิ้มหวานค่อย ๆ แปรเป็นเย็นชา
ๆ
“แต่ข้าจะยอมให้เจ้ากดหัวข้าได้อย่างไร? หากเจ้าตาย ข้าก็จะได้ เป็นภรรยาเอกโดยชอบธรรม ข้ารู้ดีว่าถ้าเจ้ามีอันเป็นไป ท่านพ่อไม่มี ทางปล่อยโอกาสเกี่ยวดองกับจวนโหวหลุดมือ ท่านย่อมให้ข้าแต่งแทน เพราะฉะนั้น เจ้า.. ต้องตาย”
จ้าวเข่อหรันรู้สึกราวหัวใจถูกบีบขยี้ เลือดสีแดงสดไหลทะลัก
ออกจากริมฝีปาก นางเคยคิดว่าเขาคือคนดีของชีวิต แต่แท้จริงกลับลอบ
คบชูกับน้องสาวตนเอง ส่วนตนกลับโง่งม คอยเปิดทางให้คนทั้งสองได้
ใกล้ชิด
“แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ?”
จ้าวเข่อเหรินหัวเราะเบา ๆ
“พี่หญิงช่างอ่อนแอนัก ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะ เจ้าไม่คิดเลยหรือว่า แม้แต่สาวใช้คนสนิทก็ทรยศเจ้าได้?”
นางหัวเราะเบา ๆ ราวสายลมพัดผ่านใบไผ่ ๆ
“หลิงเอ๋อร์เป็นคนของข้ามานานแล้ว ข้าเพียงสัญญาลม ๆ
แล้ง ๆ ว่า หากวันหนึ่งข้าได้เป็นชื่อจื่อเฟย จะยกนางให้เป็นอนุของ ชื่อจื่อ เท่านั้นเอง นางก็หันหลังให้เจ้าแล้ว เจ้าว่าเจ้าล้มเหลวเพียงใด? แต่เจ้าอย่าห่วง ข้าไม่เลี้ยงหมาป่าขาวตาไว้ข้างกายแน่ อีกไม่นานข้าจะ ส่งนางไปหาเจ้า ให้ไปคุกเข่าขอขมาที่ปรโลก เจ้าจะได้ไม่เหงา”
เสียงนั้นค่อย ๆ เลือนหายไปในห้วงสติที่พร่าเลือน พิษในกาย กําเริบ ความหนาวเย็นคืบคลานเข้าสู่กระดูก เลือดลมไหลเวียนช้าลงราว หยุดนิ่ง ร่างกายเบาหวิวราวจะปลิวไปกับสายลม ทบทวนชีวิตที่ผ่านมา จ้าวเข่อหรันรู้สึกว่าตนเองช่างโง่เขลานัก ตั้งแต่เล็กจนโต นางยอมทุกสิ่ง ให้น้องสาว บิดามารดาสั่งสอนว่าเพราะน้องร่างกายอ่อนแอ นางจึงต้อง
หลีกทาง แม้ความรักความเอ็นดูของบิดามารดาที่เอนเอียง นางก็ยังคิด ว่าเป็นเรื่องสมควร
ทว่าในบั้นปลาย ผู้ผลักนางลงเหวลึกกลับเป็นน้องสาวที่นางทะนุ ถนอมที่สุด บิดามารดานิ่งดูดาย สาวใช้คนสนิทหักหลัง มีเพียงซุน เหนียงและน้องชายต่างมารดา จ้าวเข่อเฟิง ที่ออกปากขอความเมตตาให้
นาง
แม้ไม่รู้เหตุใดคนทั้งสองจึงจริงใจกับนาง แต่ในห้วงสุดท้ายของ ชีวิต นางรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นเพียงน้อยนิดนั้น นางช่างตาบอดเสีย จริง มองไม่ออกว่าใครจริงใจ ใครจอมปลอม สมควรแล้วที่ต้องมีจุดจบ เช่นนี้
หากมีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง นางจะต้อง…. จะต้องไม่ยอม เป็นคนโง่งม เช่นเดิมอีกเด็ดขาด….