หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 71 ฐานะที่แท้จริงของชิงจู
71 ฐานะที่แท้จริงของชิงจู
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยสามวัน
เต็ม ตลอดสามวันนี้ ฉันเชียงและชือเชียงคอยรับใช้อยู่ข้างกายจ้าวเข่อหรัน พร้อมกับหลงเอ๋อ อย่างแนบเนียน ทั้งสองเฉลียวฉลาดนัก เพียงไม่กี่วันก็ จดจําอุปนิสัย ความชอบ และจังหวะชีวิตประจําวันของคุณหนูใหญ่ได้ครบ ถ้วน งานทุกอย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ แม้กระทั่งแม่นมเยว่กับหลงเอ๋อร์ยังอด เอ่ยชมมิได้
จ้าวเข่อหรันเองก็พึงพอใจในตัวสองสาวใช้ใหม่นี้ไม่น้อย เพียงแต่… สามวันมานี้ นางแทบไม่เห็นฉันเชียงออกไปไหนเลย จนบางครั้งอดคิดไม่ได้
ว่าอีกฝ่ายลืมคําสั่งที่นางเคยทําชับหรือไม่
ทว่า คนของ ฮือ ลวี่ จะธรรมดาได้อย่างไร? ดังนั้นนางจึงเลือก “รอ ดู” แทนการเอ่ยถาม ครั้นคิดถึงเขา….จ้าวเข่อหรันก็รีบสะบัดความคิดนั้นทิ้ง นางไม่ได้คิดถึงเขาเสียหน่อย! ยามนี้นางนั่งอ่านหนังสืออย่างสงบ ภาพปัก สองหน้าที่เคยตั้งใจปักเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้แม่นมเยว่ จะนําออกไปใส่ กรอบ นางจึงมีเวลาว่างมากกว่าปกติ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
“เข้ามา”
นางเอ่ยโดยไม่เงยหน้า ผู้มาเยือนคือฉันเชียง นางค้อมกายทําความ เคารพก่อนกล่าวอย่างนอบน้อม
“คุณหนู เรื่องที่ท่านให้บ่าวไปสืบ….บัดนี้ได้ความแล้วเจ้าค่ะ ไม่ทราบ คุณหนูสะดวกฟังหรือไม่?”
แววตาจ้าวเข่อหร้นวาบหนึ่งด้วยความประหลาดใจ สามวันนี้นางจับ ตาฉินเสียงแทบทุกฝีก้าว มีเห็นว่านางทําสิ่งใดเป็นพิเศษ แล้วเหตุใดจึงสืบ เรื่องของชิงจูได้แล้วล่ะ? ดูท่าว่าสาวใช้ผู้นี้มิใช่คนธรรมดา
“ว่ามาเถิด”
นางวางหนังสือลง ฉันเชียงรายงานอย่างเป็นลําาดับ
“ชิงจู อายุสิบปี บิดาเสียตั้งแต่นางยังเล็ก ที่บ้านเหลือเพียงมารดา ร่างกายอ่อนแอ กับน้องชายวัยเจ็ดขวบ ภาระทั้งบ้านเคยตกอยู่ที่พี่สาวของ
นาง”
มาอีก?”
“เดี๋ยวก่อน”
จ้าวเข่อหรันขมวดคิ้ว
“ก่อนหน้านี้มิใช่ว่ามีเพียงมารดากับน้องชายหรือ? เหตุใดมีพี่สาวโผล่
ฉินเชียงนิ่งเล็กน้อยก่อนตอบ
“เพราะพี่สาวของนาง…เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานนี้เจ้าค่ะ”
หัวใจจ้าวเข่อหรันกระตุกวูบ
“นางชื่อเต็มว่า ชิงหลิง ต่อมาเข้าไปทํางานในจวนไท่ อ เปลี่ยนชื่อ เป็น ‘หลิงเอ๋อร์’ เป็นสาวใช้ใกล้ชิดคุณหนูใหญ่…แต่ไม่นานมานี้ ถูกลงโทษ ประหารด้วยไม้เพราะลักทรัพย์และนําของพระราชทานไปขาย
คําพูดนั้นดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจ
“ชิงจู…คือน้องสาวแท้ ๆ ของหลิงเอ๋อ ?”
จ้าวเข่อหรันนึกออกทันที ชิงหลิง นั่นคือชื่อเดิมของหลิงเอ๋อ จริง ๆ เพียงแต่ภายหลังนางเป็นผู้เปลี่ยนชื่อให้ ทว่าสิ่งที่ทําให้นางตกตะลึงยิ่งกว่า คือความจริงที่ว่า งจูเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของคนที่ถูกลงโทษ แล้วเหตุใดเด็ก คนนั้นจึงมองนางด้วยแววตาเกลียดชังเช่นนั้น? หลิงเอ๋อ ตายเพราะตนท้า ผิดเอง หาใช่เพราะใคร สร้ายไม่ นางถามต่อ
“แล้วชิงจูเข้าจวนมาได้อย่างไร?”
ฉันเชียงตอบเสียงเรียบ
“ครอบครัวของนางเข้าใจว่าคุณหนูเป็นต้นเหตุที่ทําให้หลิงเอ๋อร์ตาย ชิงจูจิงเข้ามาเพื่อหาทางแก้แค้น และผู้ที่ไปติดต่อครอบครัวนางคือ เสีย นอวีน’ สาวใช้ข้างกายคุณหนูรองเจ้าค่ะ”
ทุกอย่างพลันกระจ่าง จ้าวเข่อหรันหัวเราะเย็น
“ดีจริง ๆ น้องสาวที่แสนดีของข้า… เพื่อทําร้ายข้า ถึงกับลากครอบ ครัวผู้ตายเข้ามาเป็นหมากในกระดาน เลวได้ใจข้าถึงเพียงนี้
นํ้าเสียงนางนุ่มนวล หากแต่เย็นเยียบเสียดกระดูก หลิงเอ๋อร์ตายไป แล้ว แต่น้องสาวยังโง่เขลาเชื่อคํายั่วยุ เข้าถ้ําเสือด้วยตนเอง
“อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น
จ้าวเข่อหรันสั่ง
“เจ้ากับ อเชียงคอยจับตาซึ่งจูไว้ หากมีสิ่งผิดปกติ รีบรายงาน ห้าม ลงมือเองโดยเด็ดขาด”
ฉินเชียงรับค้าแล้วถอยออกไป เหลือเพียงความเงียบในห้อง จ้าวเข่อหรันมองตัวอักษรในหนังสือ ทว่าหนิ่งค้าก็อ่านไม่เข้าใจ จ้าวเย่อเห รีน….ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ความเกลียดชังลึกซึ้งถึงเพียงนี้? ทั้งสองเกิดปีเดียว เดือนเดียว วันเดียว แม้แต่ยามเกิดก็ตรงกัน เป็นฝาแฝดแท้ ๆ แต่เหตุใด ในชาติที่แล้ว น้องสาวผู้นั้นถึงกับวางแผนทําลายชื่อเสียงนาง บีบบังคับให้ นางตายอย่างไร้ศักดิ์ศรี?
ครานี้ นางจะไม่เป็นเหยื่ออีกต่อไป หากชิงจูยังพอมีสติ ก็ควรถอย กลับเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่หากคิดทําร้าย….นางก็จะไม่ปรานี ดวงตาคู่สวย ฉายแววคมกริบราวคมมีต
ยามเย็น แม่นมเยว่กลับมาพร้อมฉากกั้นที่ใส่กรอบเรียบร้อยแล้ว
นางชมไม่ขาดปากว่าช่างใส่กรอบยังตะลึงในฝีมือปัก จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง “ก็เพียงงานปักผ้าธรรมดาเท่านั้น”
แม่นมเยว่หัวเราะ ก่อนเล่าเรื่องหนึ่งอย่างมีพิรุธ วันนี้นางพบเสีย นอวี้นเดินลับ ๆ ล่อ ๆ บนถนน จึงแอบตามไป และพบว่าอีกฝ่ายกําลังติด ต่อขาย “เรือนพักตากอากาศนอกเมือง” เรือนนั้น…ติดกับเรือนของ จ้าวเข่อหรัน
“ยายเรือนพักต่างอากาศหรือ?”
จ้าวเข่อหรันตกใจ
“นั่นเป็นของขวัญจากท่านปู่ หากถูกจับได้จะเกิดเรื่องใหญ่”
แม่นมเยว่เล่าว่า คุณหนูรองขาดเงินอย่างหนัก และไปที่ร้านเจินเป่า ใจ น่าจะหวังชื้อ “พระโพธิสัตว์หยกขาว” ราคาห้าหมื่นตาลิงเงิน
จ้าวเข่อหรันหัวเราะในลําคอ เพียงเพราะคําพูดของนางครั้งหนึ่ง จ้าวเข่อเหรินถึงกับคิดขายเรือนเพื่อซื้อของล้ําค่าไปเอาหน้า ทั้งที่รูปสลักนั้น
ญาติผู้พี่หมายตาไว้ก่อนแล้ว ช่างสายตาสั้นเสียจริง
อีกครั้ง
“อย่าเพิ่งทําอะไร”
นางสั่ง
“ลืมเรื่องนี้ไปเสีย
แม่นมเยว่งุนงง แต่ก็รับคํา ครู่หนึ่ง จ้าวเข่อหรันเรียกฉินเซียงเข้ามา
“ข้าอยากพบ ชือ ชวี่ ช่วยติดต่อให้ข้าได้หรือไม่?”
ฉินเขียงแปลกใจเล็กน้อย
“คืนนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี”
ยามชวีสามเค่อ ปกติจ้าวเข่อหรันหลับไปแล้ว แต่คืนนี้นางยังนั่งอ่าน
หนังสือ รออยู่ข้างหน้าต่างที่เปิดไว้ ไม่นาน เงาร่างชุดสีขาวนวลก็ทะยานเข้า มาทางหน้าต่าง ฮือ ชวี่มองภาพตรงหน้าอย่างตะลึง หญิงสาวในชุดสีจันทร์ นั่งอ่านหนังสือเงียบงามราวภาพวาด ความสงบนิ่งของนางทําให้ทั้งห้องดู
อ่อนโยนขึ้น
“มาแล้วหรือ?”
นางเอ่ยโดยไม่เงยหน้า เขาจึงรู้สึกตัว พลันหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว ทั้ง
สองพูดคุยกันอย่างเรียบง่าย นางบอกว่าอยากให้เขาช่วยซื้อเรือนหลังหนึ่ง แทนตน เพราะไม่อาจออกหน้าเอง เขายิ้ม
“ตราบใดที่เจ้าต้องการ ต่อให้เป็นใต้หล้า ข้าก็จะชิงมาให้
คําพูดนั้นหนักแน่นจริงจัง ทว่าจ้าวเข่อหรันเพียงยิ้ม ไม่รู้เลยว่าใน
อนาคต ชายผู้นี้จะทําเช่นนั้นจริง ๆ
“เงินข้าจะออกเอง”
นางยืนยัน เขาเพียงยิ้มอย่างจนใจ ในใจคิดว่า ไม่มีวันรับเงินจากนาง
เด็ดขาด เมื่อสนทนาจบ เขามองฟ้าแล้วกล่าวลา
“หากมีเรื่องใด เรียกฉันเชียงได้เสมอ”
ร่างสีจันทร์เลือนหายไปในราตรี เหลือเพียงจ้าวเข่อหรันที่ยังนั่งนิ่ง
หัวใจเต้นแรงกว่าปกติเล็กน้อย… นางไม่ยอมรับว่ารอเขา
แต่คืนนี้ ห้องทั้งห้องกลับอบอุ่นกว่าทุกคืนที่ผ่านมา