หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 73 เข้าร่วมงานฉลอง
73 เข้าร่วมงานฉลอง
ในที่สุด วันฉลองอายุวัฒนะของฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนถั่วกงก็มาถึง ตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนก็รับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ครั้นวางตะเกียบ แล้ว จ้าวชงกับฉินเสียงเหอก็พาบุตรสาวทั้งสอง จ้าวเข่อหรันและจ้าวเย่อเห ริน ออกเดินทางจากจวน ท่ อ
วันนี้พวกเขาแยกขึ้นรถม้าถึงสามคัน คันหน้าเป็นของจ้าวชงกับฉินเซี ยงเหอ คั่นกลางเป็นของสองพี่น้อง คันสุดท้ายเป็นของบ่าวไพร่ติดตาม ใน วันสําคัญเช่นนี้ ทั้งสี่คนจําาต้องไปปรากฏตัว ส่วนคนอื่น ๆ มีหน้าที่เพียงออก มาส่งถึงหน้าประตู
จ้าวอิง จ้าวเหมย และจ้าวหลิน ยืนมองรถม้าที่ค่อย ๆ แล่นไกลออก ไป ดวงตาแต่ละคนเต็มไปด้วยริษยาและคับแค้น แม้ทุกคนล้วนเป็นธิดาของ จ้าวลงเหมือนกัน เป็นคุณหนูแห่งจวนใท่ชื่อเช่นเดียวกัน แต่คําว่า “บุตร ภรรยาเอกกับบุตรอน” สายตรงกับสายรอง กลับเป็นกําแพงที่สูงชันราวฟ้า
กั้น
งานใหญ่ระดับงานฉลองของฮูหยินผู้เฒ่าจวนถั่วกงเช่นนี้ พวกบุตร สาวที่เกิดจากอนุอย่างพวกนางไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปในงาน ทั้งที่ก็
รู้ดีว่า เฉพาะในงานเช่นนี้เท่านั้น จึงจะมีโอกาสพบเจอบุตรหลานตระกูล ใหญ่ หากโชคดีอาจได้ผูกสัมพันธ์ดี ๆ สักสายหนึ่ง ทว่าโอกาสนั้นกลับไม่เคย
เผื่อแผ่มาถึงพวกนาง
อนาคตของบุตรสาวสายรองมีเพียงสองทาง มิใช่ถูกส่งไปเป็นอนุของ ตระกูลใหญ่ ก็ต้องแต่งกับขุนนางชั้นผู้น้อยเพื่อหวังตําแหน่งภรรยาเอก นี่ คือชะตา และชะตานั้นก็เกิดจากคําว่า “มารดาต่างกัน” เพียงสั้น ๆ จะขมขื่น เพียงใด รถม้าก็ยังคงแล่นต่อไปโดยไม่เหลียวหลัง
ภายในรถม้าคั่นกลาง เบาะนุ่มฟูหนา กลิ่นหอมจากเตาเครื่องหอม ลอยกรุ่น โต๊ะเล็กกลางรถมีชาและขนมจัดวางพร้อมสรรพ จ้าวเข่อหรันนั่ง สงบเงียบ ยกถ้วยชาจีบเบา ๆ ท่าทางผ่อนคลายราวกับกําลังไปเยี่ยมญาติ ธรรมดา มิใช่งานใหญ่ที่รวมสายตาคนทั้งเมืองหลวง จ้าวเข่อเหรินมองพี่สาว ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างเรียบ ๆ
“พี่หญิงตั้งใจจะมอบฉากกั้นฝันนั้นจริงหรือเจ้าคะ?”
“ใชส”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“แต่ยังมีอีกชิ้นหนึ่งด้วย
อีกชิ้นหนึ่ง? หัวใจจ้าวเข่อเหรินกระตุกวูบ นางคิดมาตลอดว่าพี่สาวมี เพียงฉากกั้นเท่านั้น หากของอีกชิ้นล้ําค่ากว่า รูปสลักหยกกวนอิมยาวของ ตนจะมีถูกกลบรัศมีหรือ?
เบา ๆ
“พี่หญิงเตรียมอะไรไว้อีกหรือเจ้าคะ?”
นํ้าเสียงยังอ่อนหวาน ทว่าภายในกลับตึงเครียด เข่อหรันหัวเราะ
“เหตุใดเจ้าถึงสนใจของขวัญของข้าถึงเพียงนั้นเล่า? ว่าแต่ของเจ้าจะ
มอบสิ่งใด ข้ายังไม่รู้เลยนะ”
ชอบ”
ใบหน้าเย่อเหรินแข็งเล็กน้อย
“ถึงเวลาพี่หญิงก็จะทราบเองเจ้าค่ะ”
เย่อหรันมิได้ กต่อ เพียงเอ่ยเนิบ ๆ
“ของอีกชิ้นมิได้ใช้เงินซื้อ เป็นสิ่งที่ข้าตั้งใจทําเอง คิดว่าท่านยายคง
ได้ยินเช่นนั้น เย่อเหรินจิงคลายใจ ของทําเอง… ย่อมมิอาจเทียบหยก ยาวล้ําค่า นางเผลอยิ้มอยู่ในภวังค์ของตน เข่อหรันมองเห็นทุกอย่างชัดเจน
พลางหัวเราะเย็นในใจ หัวเราะไปเถิด อีกไม่นานเจ้าคงหัวเราะไม่ออก
เมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวนถั่วกง ภาพรถม้าหรูหราจอดเรียงราย ผู้คน หลั่งใหลเข้าออกไม่ขาดสาย แสดงให้เห็นฐานะของจวนนี้ในเมืองหลวงได้ อย่างชัดเจน ถั่วกงคนปัจจุบันคือฉินเย่าจื้อ พี่ชายแท้ ๆ ของฉันเชียงเหอ ดํารงตําแหน่งทั้งเสนาบดีกระทรวงกลาโหมและดูแลทะเบียนราษฎร์ ที่องค์
จักรพรรดิทรงไว้วางพระทัยอย่างยิ่ง
อีกทั้งฮองไทเฮายังสนิทกับฮูหยินผู้เฒ่าฉันมาก เมื่อก่อนที่จ้าวชงได้ แต่งกับฉุนเชียงเหอ ผู้คนต่างรู้ดีว่าเป็นการ “ปีนป่ายสูงส่ง” จ้าวเข่อหรันยืน มองภาพคุ้นตา หัวใจราวย้อนคืนอดีต ชาติที่แล้ว คนที่รักนางที่สุดคือท่าน ตากับท่านยาย หากมิใช่เพราะพวกท่านจากไปเสียก่อน ชะตานางคงมีอาภัพ ถึงเพียงนั้น
“พี่หญิงเป็นอะไรหรือเจ้าคะ?”
จ้าวเย่อเหรินถาม
“ไม่มีอะไร เพียงคนมากไปหน่อย
ในเรือนด้านใน ฮูหยินผู้เฒ่าฉันกําลังสนทนากับเหล่าฮูหยินตระกูล
ใหญ่ รวมถึงฮูหยินผู้เฒ่าหลินแห่งจวนจงอี้โหว ทันทีที่เห็นหลานสาวทั้ง สอง นางก็ยิ้มกว้าง
“มานี่เร็ว ให้ยายดูให้ชัด ๆ หน่อย”
สองพี่น้องคุกเข่าทําความเคารพ
“เย่อหรันคารวะท่านยาย
“เย่อเหรินคารวะท่านยาย”
“ดี ๆ ลุกขึ้นเถิด”
เย่อเหรินเข้าไปนั่งแบบแขนท่านยาย เอียงศีรษะออดอ้อน
“สระบัวบ้านเราคงไม่ถูกกับพวกข้า ทั้งข้าและพี่หญิงต่างตกน้ํากัน
หมด”
เสียงหัวเราะดังทั่วห้อง ทว่าจ้าวเข่อหวั่นเพียงยืนยิ้มสงบ สายตาของ ฉินเสียงเหอเต็มไปด้วยความพึงพอใจ สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าหลินเต็มไป ด้วยความภูมิใจ ว่าที่สะใภ้ของนางช่างรู้จักวางตัว ส่วนจ้าวเข่อหรันในสายตา ยองนาง… ก็เพียงหญิงสาวจืดจางคนหนึ่ง
นางไม่เคยอยากได้บุตรชายของท่านเลย เบื่อหรานคิดเย็นชา ชายเส
แสร้งเช่นนั้น ใครจะอยากครอบครอง?
ไม่นาน ฮูหยินผู้เฒ่าฉินเรียกเข่อหรันเข้าไปใกล้
“ผอมลงหรือไม่? ยังไม่หาย อีกหรือ?”
แววตาห่วงใยนั้นจริงแท้ ในบรรดาหลานสาวทั้งหมด คนที่นางรักที สุดกลับเป็นเข่อหรัน แม้เด็กคนนี้มิได้โดดเด่นเท่าใครก็ตาม เข่อหรันยิ้มบาง
“ข้าสบาย เจ้าค่ะ ท่านยาย”
ฮูหยินผู้เฒ่าฉันมองนางอย่างพินิจ วันนี้หลานสาวผู้นี้ดูต่างออกไป
มิใช่งานล่มเมือง แต่มีกลิ่นอายสงบ มั่นใจ ยืนอยู่เฉย ๆ ก็ชวนให้คนหันมอง นางรู้สึกแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก จู่ ๆ สะใภ้ใหญ่จางม่านเอ๋อร์ก็เอ่ยขึ้นด้วย
รอยยิ้มหวาน
“ได้ยินว่าคุณหนูรองเพิ่งหมั้นหมายกับชื่อจื่อแห่งจวนจงอี้โหว ขอ
แสดงความยินดีด้วยนะเจ้าคะ”
บรรยากาศพลันแข็งค้าง ผู้ที่รู้เบื้องหลังต่างกระอักกระอ่วน เพราะ
เดิมทีคู่หมั้นนั้นควรเป็นของเข่อหรัน ฮูหยินผู้เฒ่าฉันสีหน้าเย็นวาบ คําพูดนี้ ไม่ใช่คํายินดี แต่เป็นมีดที่จงใจเชือด จ้าวเข่อหรันยิ้มอ่อน เอ่ยเรียบ ๆ
“ข่าวท่านอาสะใภ้รวดเร็วยิ่งนัก ใช่แล้ว เพิ่งหมั้นหมายไม่นานนี้เอง”
เพียงประโยคเดียว ความอึดอัดก็สลาย ฮูหยินผู้เฒ่าฉันมองหลาน สาวด้วยความชื่นชม เด็กคนนี้โตแล้วจริง ๆ ในใจนางกลับปวดร้าว ยอมสละ คู่หมั้นให้น้องสาวเช่นนี้ ช่างน่าสงสารนัก เข่อหรันเพียงยิ้ม ข้าไม่เคยเสียใจ เลย ท่ามกลางเสียงสนทนาครื้นเครง บ่าวคนหนึ่งรีบเข้ามารายงาน
“คุณหนูใหญ่มาถึงแล้วขอรับ”
เสียงชุบบเบาบางดังขึ้นอีกระลอก งานเลี้ยง… กําลังจะเริ่มบทต่อไป
แล้ว.