หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 86 เยี่ยมหลิวอี๋เหนียง
86 เยี่ยมหลิวอี๋เหนียง
โดย : ข้าวโพดผจญภัย
จ้าวเข่อหรันพาฉันเชียงกับชื่อเชียงกลับถึงเรือนชุนฮุยอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูเข้าไป แม่นมเยว่ก็รีบรุดมาต้อนรับ สีหน้าฉายแวว
กังวล
“คุณหนูกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ เหตุใดวันนี้ช้านัก บทเรียนสุดท้ายยืด
เยื้อถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง แววตานิ่งสงบ
“เปล่าเจ้าค่ะ เลิกเรียนตั้งนานแล้ว เพียงแต่พี่อี๋เหมียวชวนพวกเรา นั่งจิบชา จึงกลับช้าไปเล็กน้อยเท่านั้น
แม่นมเยว่พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูสนิทสนมกับคุณหนูฉินย่อมเป็นประ โยชน์ อย่างไรเสีย นางก็เป็นบุตรีเอกแห่งจวนฉินกั๋วกง หากได้คบหากัน ดี ๆ ภายภาคหน้าคุณหนูก็จะมีที่พึ่งพา
จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มรับโดยมีเอ่ยสิ่งใด การพึ่งพาฉินอี้เหมี่ยวหาใช่ เรื่องง่าย อีกทั้งนางก็มิได้ต้องการพึ่งใคร เพียงแต่คําเหล่านี้ไม่จําเป็นต้อง หลุดจากริมฝีปากนาง
“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ แม่นมเยว่ ข้าโตแล้ว ย่อมรู้ว่าควรทําสิ่งใด” คําตอบอ่อนโยนท้าให้แม่นมเยวยิ้มอย่างปลาบปลื้ม
“จริงสิ คุณหนูโตเป็นสาวแล้ว… อ้อ ของขวัญที่คุณหนูสั่งเตรียม บ่าว เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว จะไปเรือนเจียอวี่เก๋อเลยหรือไม่เจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ต้องรีบ พาย้าไปดูเสียก่อนว่าเลือกสิ่งใดไว้บ้าง
กลับถึงห้องพัก จ้าวเข่อหรันครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนหันไปสั่งฉินเชียง
“อีกประเดี๋ยวให้ อเชียงกับหลงเอ๋อร์ไปกับข้า เจ้าจงไปทําเรื่องที่ข้า
สั่งเมื่อเช้า”
ฉินเสียงเข้าใจทันที
“คุณหนูหมายถึงให้บ่าวสืบเรื่องครรภ์ของหลิว เหนียงหรือเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
“ใช่ ถ้าไม่รู้เหตุใด แต่รู้สึกว่าครรภ์นี้ผิดปกติอย่างบอกไม่ถูก เจ้าลอง
ไปตรวจดูให้แน่ชัด”
หลังฉินเชียงออกไปแล้ว จ้าวเข่อหรันหันไปถามชื่อเชียงชิ่งเชี่ยวชาญ
วิชาแพทย์
“หากสตรีผู้หนึ่งกินยาคุมกําเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อ
การตั้งครรภ์หรือไม่?”
ชือเชียงนิ่งคิด
“ต้องดูว่าเป็นยาชนิดใดเจ้าค่ะ แต่ส่วนมากล้วนเป็นโทษต่อร่างกาย โดยเฉพาะหงฮวาและเชียงเช่อ ทั้งสองทําร้ายครรภ์อย่างยิ่ง หากกินต่อ
เนื่องยาวนาน เกรงว่าจะมีอาจมีบุตรได้อีก”
จ้าวเข่อหรันเงียบงัน หลายปีมานี้ มารดาของนางลอบใส่ยาคุมใน อาหารบรรดาอนุภรรยาทุกครั้งหลังบิดาไปค้างคืน โดยเฉพาะหลิว เหนียง กินสะสมมานานเพียงนั้น ต่อให้ร่างกายแข็งแรงเพียงใดก็น่าจะเสียหายแล้ว แล้วเหตุใดจึงตั้งครรภ์ได้เล่า? หรือหลิวอี้เหนียงรู้เท่าทันและหาทางป้องกัน? แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ในจวนไท่ซือ ผู้คนล้วนอยู่ใต้ เมือมารดา นางเป็น เพียงอดีตนักร้องหอนางโลม จะล่วงรู้กลศึกในเรือนในได้อย่างไร?
ยิ่งคิด ยิ่งคล้ายมีม่านหมอกบดบัง ไม่นาน แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์ก็ นําของขวัญมาให้ตรวจดู เป็นรังนก เขากวาง และสมุนไพรบํารุงครรภ์ทั้ง
หลาย แม่นมเยว่อธิบายด้วยรอยยิ้ม
หนู”
มาแทน”
“หลิว เหนียงมีครรภ์แล้ว ของบํารุงย่อมเหมาะสมที่สุดเจ้าค่ะ คุณ
จ้าวเข่อหรันมองเพียงครู่ ก่อนส่ายหน้า
“เก็บกลับไปเถิด แม่นมเยว่ นําหมูทองคําตัวเล็กที่ข้าเคยสั่งทําออก
แม่นมเยว่ขมวดคิ้ว
“หมูทองคํา? ของชิ้นนั้นคุณหนูรักมากมิใช่หรือเจ้าคะ เหตุใดต้อง
มอบให้เล่า?”
ผิด”
จ้าวเข่อหรัน มอย่างมีนัย
ทําตามที่ย้าบอกเถิด”
ชีอเชียงเอ่ยเบา ๆ
“คุณหนูระวังภัยไว้ก่อน หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะได้มีถูกโยนความ
แม่นมเยวกับหลงเอ๋อ เพิ่งเข้าใจ สีหน้าซีดลงทันที จ้าวเข่อหรัน
อธิบายอย่างอ่อนโยน
“เวลานี้สายตาทั้งจวนจับจ้องครรภ์นั้น หากเราส่งของกินไป แล้วเกิด
สิ่งใดขึ้น เราอาจกลายเป็นแพะรับบาปได้ ของกินปรุงแต่งง่ายนัก
แม่นมเยว่ถอนใจ
“คุณหนูรอบคอบ ง บ่าวช่างมองไม่ทะลุ
จ้าวเย่อหรันจับมือแม่นมเยว่เบา ๆ
“มิใช่ความผิดของท่าน เพียงแต่เรือนใหญ่ซับซ้อนนักเท่านั้น”
เมื่อมาถึงเจียอวี่เก๋อ บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม บ่าวไพร่ เดินขวักไขว่ ใบหน้าเปี่ยมความหวัง ราวกับเรือนนี้ได้เกิดใหม่อีกครั้ง หลิวอี้ เหนียงเอนกายบนเตียง พึ่งหมอนสูง ท่าทางสําราญ เมื่อเห็นจ้าวเข่อหรันก็
ทําท่าจะลุกขึ้น
ใหญ่”
“อย่าเพิ่งลุกเลยเจ้าค่ะ ท่านกําลังมีครรภ์ หากสะดุดล้มจะเป็นเรื่อง
คําพูดนุ่มนวล แต่ในใจจ้าวเข่อหรันกลับหัวเราะเย็นชา สองเดือนเท่า นั้น จะลุกจะนั่งก็ทําได้สบาย เพียงแสร้งทําท่าให้ดูสําคัญ
ประกาย
“ข้ามาแสดงความยินดี”
นางกล่าวพลางรับกล่องแพรจากหลงเอ๋อร์
“ของเล็กน้อย มิได้ล้ําค่าอะไร”
หลิวอี้เหนียงเปิดดู เห็นหมูทองคําหนักแน่นวาววับ แววตาพลันเปล่ง
“จากร้านเจินเป่าใจหรือ?”
นางถามเสียงตื่นเต้น จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
“ใช่เจ้าค่ะ ข้าคิดว่าเหมาะกับครรภ์นี้ยิ่งนัก”
หลิว เหนียงกล่าวเกรงใจ แต่กลับกอ กล่องแน่นราวสมบัติมีชีวิต จ้าวเข่อหรันปรายตามองรอบห้อง แล้วหยุดที่เตาหอมบนโต๊ะ กลิ่นหอม ลอยคลุ้ง แฝงความฉุนแปลกประหลาด หลิวอี้เหนียงเห็นสายตานั้น รีบเอ่ย
หรือ?”
“คุณหนูมองสิ่งใดหรือ?”
น้ําเสียงรีบร้อนเกินควร จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
“เพียงรู้สึกว่ากลิ่นหอมแรงไปเล็กน้อย สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงมิใช่
หลิว เหนียงเหมือนถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ข้าจะระวัง”
แต่สายตาที่หลบเลี่ยงชั่ววูบนั้น มีอาจรอดพ้นสายตาจ้าวเข่อหวั่น ชือเชียงเองก็ขมวดคิ้วจาง ๆ หลังสนทนาอีกครู่ จ้าวเข่อหวั่นจึงลากลับ ทันที ที่นางก้าวพ้นประตู รอยยิ้มบนใบหน้าหลิวอี้เหนียงก็หายวับ ดวงตาฉายแวว
หม่นคล้ํา
“คุณหนูใหญ่ดูเตาหอมนานเกินไปหรือไม่?”
บ่าวชื่อพ่านเอ๋อร์กระซิบอย่างหวาดหวั่น
“อย่าพูดเพ้อเจ้อ”
หลิวอีเหนียงตวาดเบา ๆ แม้ในใจจะว้าวุ่น
“นางยังเด็ก จะรู้อะไร
พ่านเอ๋อ ยังไม่วางใจ
“แต่สายตาคุณหนูใหญ่เหมือนจับผิดเลยนะเจ้าคะ”
หลิว เหนียงลูบท้องตนเองแน่น
“เรื่องนี้หมอเฉินก็มีส่วน หากเปิดโปง เขาก็ไม่รอดเช่นกัน”
นํ้าเสียงแผ่วตั่าแฝงความตื่นกลัว
“สิ่งที่ต้องระวังคือนายท่าน หากเขารู้ความจริง ข้าย่อมไม่มีชีวิตรอด
พ่านเอ๋อ รีบปลอบ
“นายท่านไม่อาจรู้เจ้าค่ะ อี๋เหนียงต้องดูแลครรภ์ให้ดี ให้กําเนิดบุตร ชาย แล้วชีวิตท่านจะมั่นคง”
หลิว เหนียงพยักหน้า แม้หัวใจยังสั่นไหว
“ต่อไป ใครจะมาหาให้ปฏิเสธทั้งหมด อ้างว่าต้องพักฟื้น และจับตาดู
เรือนชุนฮุยให้ “
นางมองเตาหอมที่ควันยังลอยกรุ่น ดวงตาวาวด้วยความกังวล หมาก กระดานในเรือนใน เริ่มขยับอีกครั้ง ใต้กลิ่นหอมอ่อนละมุน ซ่อนคมมีดเย็น
เยียบไว้เงียบงัน