หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 90 ภาพรวมจวนโหวเจิ้นเป่ย
90 ภาพรวมจวนโหวเจิ้นเป่ย
ระยะทางจากจวนไท่ซือถึงจวนโหวเจิ้นเป่ยนั้น จะว่าไกลก็ไม่ไกล จะ ว่าใกล้ก็ไม่ใกล้ ทว่าครั้นนั่งรถม้าผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็ถึงที่หมาย
เมื่อรถม้าหยุดลง เบื้องหน้าที่ปรากฏคือประตูใหญ่สูงตระหง่านของจวน โหวเจิ้นเป่ย สิงโตหินสองตัวตั้งตระหง่านดุจผู้พิทักษ์อํานาจ แผ่รัศมีข่ม ขวัญผู้มาเยือน ป้ายไม้เหนือประตูสลักคําว่า “จวนโหวผู้พิทักษ์แดนเหนือ” ตัวอักษรพริ้วไหวดุจเมฆลอย ลายพู่กันเฉียบคมราวม้าศึกหลุดบังเหียน ทะยานกลางเวหา เปี่ยมชีวิตชีวาจนผู้มองอดสะท้านมิได้ แม้ผ่านกาลเวลา
ฝนลมกลับยิ่งทวีความหนักแน่นดุจภูผา
จ้าวเข่อหรันลงจากรถม้าโดยมีหลงเอ๋อ และ อเชียงประคอง สายตา กวาดมองทุกสิ่งอย่างเงียบงัน สถานที่คุ้นเคย ทว่าหัวใจกลับแปลกแยก
“คุณชายใหญ่กลับมาแล้วหรือขอรับ”
ชายชราผมขาวโพลนก้าวเข้ามาต้อนรับ สีหน้าสงบมั่นคง เขาคือฟู ป๋อ พ่อบ้านผู้ดูแลจวนแห่งนี้มาหลายสิบปี ผู้เป็นดั่งเงาของโหวเจิ้นเป่ยคน ปัจจุบัน ท่านโหวจ้าวหลิน แม้เป็นเพียงบ่าว แต่ไม่มีผู้ใดในจวนกล้าดูแคลน เขา เพราะเขาคือผู้ที่ท่านโหวจ้าวหลินไว้วางใจยิ่งกว่าผู้ใด เรื่องสําคัญใด ๆ ล้วนปรึกษาเขาเสมอ จ้าวชงเอ่ยด้วยน้ําเสียงให้เกียรติ
“ลําบากพ่อบ้านฟูป๋อแล้ว”
“เป็นหน้าที่ของบ่าวขอรับ” พ่อบ้านฟูป๊อบึ้มบาง ๆ จ้าวเข่อหรันมองภาพนั้นอย่างเงียบงัน นางรู้ดี ตราบใดที่ท่านปู่ยังมี ได้เลือกผู้สืบทอด ตําแหน่งพ่อบ้านผู้นี้ก็เปรียบดั่งลิ้นชักเก็บความลับ ใคร เผลอทําให้ขุ่นเคือง คําพูดเพียงประโยคเดียวก็อาจตัดสิทธิ์สืบทอดตระกูล
ได้
ระหว่างเดินไปสวนลงไป สองข้างทางงดงามราวภาพวาด ไม้เขียว ชอุ่ม ดอกไม้แปลกตา สายน้ําใสไหลเลาะโขดหิน ศาลาเรือนชานช้อนลด หลั่น หรูหรากว่านิ่งขรึม ทุกสิ่งสะท้อนอํานาจเก่าแก่ที่ฝังรากลึก จ้าวเข่อหรันแอบถอนหายใจ มิน่าเล่า บิดาและอาของนางจึงดิ้นรนแย่งชิง ตําาแหน่งโหวเจิ้นเป่ยกันถึงเพียงนั้น
ในราชวงศ์ต้าหลี่ นอกจากราชวงศ์แล้ว ยังมีสี่ตระกูลใหญ่ จงอี้โหว เจิ้นเป่ยโหว ฉินก้วกง และโจวถั่วกง อ้านาจของพวกเขาแทบจะรองเพียง ราชสกุล แม้บางตระกูลรุ่งเรือง บางตระกูลโรยรา แต่รากฐานล็กแน่นดั่งต้น สนพันปี กลับถึงสวน ง ป้ จ้าวเข่อหรันสั่งให้บ่าวรับใช้จัดการสัมภาระ ก่อน จะเรียกหลงเอ๋อ และ อเชียงเข้ามา
“อีกครู่ต้องไปคารวะท่านย่า พวกเจ้าจงสํารวมให้มาก
นางเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงคมมีด นางเล่าเรื่องราวในจวนอย่าง ละเอียด ท่านย่าของนางคือเชียวหลิง ธิดาของแม่ทัพผู้พลีชีพเพื่อแผ่นดิน ได้รับพระราชทานตําแหน่งจวิ้นจี่และเลี้ยงดูในวังหลวง จึงไม่ใช่สตรีสามัญ ภรรยาเอกคนแรกของท่านปู่คือสกุลหลี่ ปัจจุบันเป็นภรรยาร่วมฐานะ แม้ดู สงบ แต่ฝีมือมิธรรมดา
“อย่าได้หลงเชื่อรอยยิ้มนั้นเด็ดขาด”
จ้าวเข่อหรันกล่าวเนิบ ๆ
“ในจวนนี้ นํ้าตื้นหรือไม่ มีอาจวัดด้วยสายตา”
ไม่นานก็มีสาวใช้มาเชิญไปคารวะ เมื่อมาถึงเรือนหลิงอวี่ ท่านย่า เซียวหลิงนั่งอยู่เบื้องบน ใบหน้าอ่อนโยน ดวงตาอบอุ่น หากมิใช่ผู้รู้สึก ย่อม หลงคิดว่านางคือหญิงชราใจดี ทุกคนคุกเข่าคารวะ เซียวหลิงยิ้มพลางเรียก หลาน ๆ เข้าใกล้ มือเหี่ยวย่นจับมือจ้าวเย่อเหรินก่อนผู้ใด
“เหรินเอ๋อ งามขึ้นทุกวันจริง ๆ”
เสียงหวานเอ่ยตอบ
“เพราะหลานเหมือนท่านย่าเจ้าค่ะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างพอใจ จ้าวเข่อหรันยืนมองภาพนั้น ดวงตา อ่อนโยนแต่ใจเย็นเฉียบ นางรู้ดี ความรักของท่านย่านั้นมีเงื่อนไข เห รินเอ๋อ คือหมากตัวสําคัญในกระดานอ้านาจ ส่วนตน…ก็เป็นเพียงตัว สํารอง หลังสนทนาไม่นาน เขียวหลิงให้คนอื่นกลับ เหลือเพียงจ้าวชง ทันทีที่ ประตูปีด รอยยิ้มบนใบหน้าหญิงชราก็เลือนหาย
“เรื่องหมั้นหมายของเหรีนเอ๋อร์ เป็นมาอย่างไร” จ้าวชงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด
ปัง!
ฝ่ามือกระแทกโต๊ะ
“เหลวไหล!”
เสียงนั้นไม่ดังนัก แต่เย็นเฉียบดุจเหล็ก
“เจ้ารู้หรือไม่ ข้าตั้งใจให้เหรินเอ๋อร์เข้าวัง!”
จ้าวชงหน้า ต
เดิมที ข้าวางแผนให้เย่อหวั่นแต่งเข้าจวนจงอี้โหว ส่วนเห
รินเอ๋อ เข้าสู่ราชวงศ์ จะได้เสริมอํานาจให้เจ้า”
เขียวหลิงกล่าวเสียงต่ําา
“แต่เจ้ากลับทําลายทุกอย่างเพราะตื่นตระหนก
คํานําหนิไม่หยาบคาย ทว่าคมกริบดุจคมดาบเชือดเนื้อ จ้าวชงนิ่งงัน ดวงตาเต็มไปด้วยความสํานึกผิด เขียวหลิงถอนใจ
“ช่างเถิด เรื่องมาถึงขั้นนี้ ต้องวางหมากใหม่”
จากนั้นนางเอ่ยถึงหลิวชื่อ อนุผู้ตั้งครรภ์
“นางเป็นเพียงนักร้อง ต่อให้คลอดบุตรชาย ก็ไม่คู่ควรสืบสาย จงทุ่ม เทเลี้ยงเฟิงเอ๋อร์ให้ดี นั่นคือทายาทของเจ้า”
จ้าววงก้มศีรษะรับค่า เมื่อทุกถ้อยคํากล่าวจบ เขียวหลิงลุกจากไป เหลือเพียงจ้าวชงยืนนิ่งท่ามกลางห้องโถงกว้างใหญ่ ความทะเยอทะยาน ความผิดพลาด และความเสียดาย ทั้งหมดกดทับหัวใจเขาจนแทบหายใจไม่
ออก
ส่วนอีกฟากหนึ่ง จ้าวเข่อหรันยืนมองท้องฟ้าเหนือจวนโหว แววตา ลุ่มลึก ศึกในจวนเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…. และครั้งนี้ นางจะไม่เป็นเหยื่ออีกต่อ
ไป