หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 89 มุ่งหน้าสู่จวนเงินเป่ยโหว
89 มุ่งหน้าสู่จวนเงินเป่ยโหว
ยามรุ่งสาง ท้องฟ้ายังไม่ทันเผยแสงแรก จวนให่ชื่อก็ครกครื้นวุ่นวาย ราวรังผึ้งต้องลม เพราะวันนี้จ้าวชงจะพาภรรยาและบุตรกลับไปฉลอง เทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จวนเจิ้นเป่ยโหว แน่นอนว่า “ภรรยาและบุตร” ในที่ นี้ มิได้หมายถึงทุกคนในเรือนหลัง แต่มีเพียงภรรยาเอกกับบุตรสาวสายตรง สองคนเท่านั้นที่มีเกียรติร่วมขบวน ส่วนอนุและบุตรสาวอนุทั้งหลาย ล้วนไม่ มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบชายธรณีจวนโหว
ทว่า มีหนึ่งข้อยกเว้น จ้าวเย่อเฟิง บุตรชายเพียงคนเดียวของจ้าว ง เด็กหนุ่มผู้นี้ฉลาดหลักแหลมตั้งแต่วัยเยาว์ อายุเพียงเก้าขวบก็สอบได้ที่ หนึ่งระดับเจี่ยหยวน ท่านผู้เฒ่าจ้าวจึงรักใคร่เอ็นดูนัก ทุกครั้งที่ตระกูลรวม ญาติ มักสั่งให้จ้าวชงพาเด็กคนนี้ไปด้วยเสมอ
ทางด้านจ้าวเข่อหรัน ตื่นแต่ฟ้ายังสลัว ชําาระกาย แต่งองค์ รับสํารับ เช้าเรียบร้อยแล้ว หลังวางตะเกียบ นางมองไปยังแม่นมเยว่ หลงเอ๋อร์ วินเชี ยง และ อเชียงที่ยืนรอคําสั่ง
“แม่นมเยว่ ครานี้ท่านจงอยู่เฝ้าเรือนชุนฮุยหยวน พวกเราล้วนไม่อยู่ ต้องมีคนคุมงานในเรือน ท่านอยู่ดูแลให้เรียบร้อยก็พอ”
แม่นมเยวค้อมกายรับค้า
“คุณหนูวางใจเถิด บ่าวจะไม่ให้เกิดเรื่องใดเด็ดขาด”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
“ข้าเชื่อมือท่าน ส่วนฉินเซียงก็อยู่ช่วยด้วย หากมีเรื่องใดตัดสินใจ
ยาก เจ้าปรึกษานาง
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
จากนั้นนางหันไปทางซีอเชียงกับหลงเอ๋อร์ น้ําเสียงอ่อนนุ่มแต่แฝง
ความหนักแน่น
“ครานี้พวกเจ้าสองคนตามข้าไป จําไว้ให้ขึ้นใจ คําพูดทุกคํา กิริยาทุก ก้าว ต้องระวังให้ดี จวนเจิ้นเป่ยโหวมิใช่บ่อน้ําตื้น หากพลาดเพียงก้าวเดียว อาจตกลงเหวลึกไร้ทางปีนกลับ เข้าใจหรือไม่?”
สองสาวรีบค้อมกาย
“บ่าวรับทราบเจ้าค่ะ
หลังจากคนอื่นออกไป จ้าวเข่อหรันจึงเอ่ยถามฉันเชียงเสียงต่ํา
“เรื่องหลิว เหนียง สีบได้ความว่าอย่างไร?”
ฉันเชียงพยักหน้า สีหน้ายริมลง
ๆ
“แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ เมื่อสามเดือนก่อน หลิวอี้เหนียงอาละวาดหนัก ทําร้ายบ่าวในเรือนหลายคน บอกว่าร่างกายไม่สบาย เชิญหมอมาหลายราย แต่ทุกครั้งก็ขับไล่ออกไปหมด”
“ไล่ออกหมด?”
คิ้วเรียวขมวดแน่น
“แล้วรู้หรือไม่ว่านางป่วยเป็นอันใด?”
“ยังไม่ทราบแน่ชัดเจ้าค่ะ บ่าวตั้งใจจะออกไปพบหมอเหล่านั้น สืบ
ถามเพิ่มเติม
“ ทําตามนั้น”
ฉันเชียงกล่าวต่อ
“ครึ่งเดือนให้หลัง มีหมอแซ่เฉินคนหนึ่งมารักษา นับแต่นั้น หลิวอี้ เหนียงก็สงบลง สีหน้าดีขึ้น และดูจะร่าเริงกว่าเดิม…. ช่วงนั้นเองที่นางตั้ง ครรภ์”
จ้าวเข่อหรันเงียบงัน หมอเฉิน… สตรีผู้นั้นควรมีร่างกายยากต่อการ ตั้งครรภ์ เช่นเดียวกับชุน เหนียง แล้วเหตุใดจึงมีข่าวดีในทันใด ? ชั้นหมอก แห่งเล่ห์กลค่อย ๆ ปกคลุมความคิดนาง
“จับตาเรือนเจียอวี่เก๋อให้ดี รวมถึงชิงจูที่เรือนเชียอวี่หยวน อย่า
ประมาทแม้แต่น้อย
“เจ้าค่ะ”
หน้าประตูจวน ขบวนรถม้าพร้อมออกเดินทาง จ้าว งก๋าชับชุนอี้ เหนียงให้ดูแลเรือน ระวังหลิว เหนียงที่กําลังตั้งครรภ์เป็นพิเศษ นํ้าเสียง
อ่อนโยนจนภรรยาเอกฉินเชียงเหอในใจเดือดพล่าน ทว่าบนใบหน้ากลับสงบ นิ่งราวสายนํ้า การอ้าลายืดยาว จนในที่สุดรถม้าก็เคลื่อนตัว ครั้งนี้ต่างจาก งานเลี้ยงก่อนหน้า จ้าวชงกับฉินเชียงเหอนั่งคันเดียว ส่วนจ้าวเข่อหรัน จ้าวเย่อเหริน และจ้าวเย่อเฟิง ต่างแยกค้นของตน
ภายในรถม้าจ้าวเย่อหรัน เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังเป็น ระยะ หลงเอ๋อ ชบใหล่ อเชียงทําหน้าละห้อย
“คุณหนู ดุข้าอีกแล้ว…
เสียงออดอ้อนนั้นยิ่งเรียกรอยยิ้มจากคนในรถม้าได้มากกว่าเดิม ชือเชียงชะงักเล็กน้อย ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นแผ่ว เบาไหลซึมเข้าหัวใจที่เคยเย็นชา จ้าวเข่อหรันมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ความ
สัมพันธ์เช่นนี้… ทําให้นางโล่งใจ
ทว่าในรถอีกคัน บรรยากาศกลับเย็นเฉียบ จ้าวเย่อเหรินนั่งนิ่ง สีหน้า
เคร่งเครียต
“คุณหนูกังวลเรื่องหมั้นหมายกับหลินชื่อจื่อหรือเจ้าคะ?”
เสียนถั่วถามตรงประเด็น จ้าวเย่อเหรีบพยักหน้า
“ข้า… เริ่มเสียใจแล้ว”
เสียนอวีนตกใจ
“แต่คุณหนูเคยหลงใหลเขานักไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น
“หลงใหลแล้วอย่างไร? หากไม่มีองค์รัชทายาท หลินชิหร่านก็ถือว่า เหมาะสม แต่บัดนี้… โอกาสอยู่ตรงหน้าข้า ข้าจะปล่อยให้หลุดมือได้อย่าง
ไร?”
ดวงตานางเป็นประกายทะเยอทะยาน
“หากข้าได้เป็นชายาองค์รัชทายาท วันหน้าอาจได้เป็นมารดาแผ่น
ดิน…. ผู้ใดเล่าจะไม่เลือกที่สูงกว่า?”
เสียนอวิ๋นหน้าเสีย เสียนลั่วกลับยิ้มบาง แววตาแฝงแผนการ นาง
เองก็มีความฝัน หากนายหญิงได้เข้าวัง นางในฐานะสาวใช้ติดตัว… ย่อมมี โอกาสก้าวสู่ห้องบรรทมเช่นกัน เพลิงแห่งความทะยานอยากลุกโชนเงียบ ๆ
“คุณหนู หากจะถอนหมั้น ต้องคิดให้รอบคอบนะเจ้าคะ”
“ข้าตัดสินใจแล้ว”
เสียงนั้นเด็ดเดี่ยว
“พวกเจ้ามีหน้าที่ช่วย มิใช่ขัดขวางข้า”
จากนั้นจ้าวเข่อเหรินพลันนึกถึงชิงจู
“ช่วงนี้นางเคลื่อนไหวหรือไม่?”
“ไม่มีเลยเจ้าค่ะ”
คิ้วเรียวขมวดแน่น
“หรือว่านางไม่คิดล้างแค้น?”
เสียนรั่วแย้มยิ้ม
“หากคุณหนูต้องการ จัดการคุณหนูใหญ่ บ่าวมีวิธีหนึ่งเจ้าค่ะ”
“วิธีใด?”
“สิ่งที่นายท่านหวงแหนที่สุดในยามนี้คืออะไรเล่าเจ้าคะ?”
จ้าวเย่อเหรินนิ่งคิด ก่อนดวงตาจะวาววับ
“บุตรในครรภ์หลิว เหนียง…”
เสียนรั่วพยักหน้า
“หากเด็กในครรภ์เกิดเรื่องขึ้น…. ผู้ใดเล่าจะรอดพ้นเพลิงพิโรธของ
นายท่าน?”
ไว้ไม่มิด
แววตาจ้าวเย่อเหรินหม่นทิบ ลําลิกดุจห้วงเหว ช่อนประกายอํามหิต
“ดี… รอพ้นเทศกาลนี้ก่อน เราจะวางแผนให้รัดกุม ข้าจะให้ จ้าวเข่อหรันไม่มีวันลุกขึ้นได้อีก”
คําพูดแผ่วเบา แต่แฝงความอามาตร้ายล็ก รถม้ายังคงเคลื่อนผ่าน ถนนยาวไกล บนผิวถนนนั้น เงาอาทิตย์ยามเช้าเริ่มทอดยาว แต่ใต้เงาแสง อ่อนละมุน เมฆ แห่งเล่ห์กลกําลังก่อตัวช้า ๆ พร้อมพายุที่อาจพัดพาทุก ชีวิตสู่ห้วงหายนะโดยไม่ทันตั้งตัว…