หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 98 เสียนอวิ๋นเสนอกลยุทธ์
98 เสียนอวิ๋นเสนอกลยุทธ์
หลังจากฝืนกลืนอาหารเย็นลงท้องอย่างไร้รสชาติ จ้าวเย่อเหรินกิ กลับเรือนของตนเอง นางยังไม่รู้เลยว่า เรื่องคู่หมั้นที่ทําให้นางร้อนรุ่มอยู่ทุ กลมหายใจนั้น บิดามารดากําลังนั่งวางหมากคิดแผนเพื่อช่วยนางอยู่ เงียบ ๆ หากรู้เข้า บางทีหัวใจที่ว้าวุ่นคงไม่สั่นไหวถึงเพียงนี้
ทันทีที่ปิดประตูลง สีหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มอ่อนหวานก็พลันมืด ครึ้มราวฟ้าก่อนพายุ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนแปรเป็นเย็นชา นางอยากจะคว้า ถ้วยชาโยนกระแทกพื้น ระบายความขุ่นเคืองในอกให้แตกสลายไปพร้อมเศษ กระเบื้อง แต่สติยังพอเหนี่ยวรั้งไว้ได้ ที่นี่มิใช่จวนไท่ชื่อ หากเป็น จวนเจิ้นเป่ยโหว หากพลาดพลั้งให้ใครจับพิรุธได้ นางย่อมเสียเปรียบ ดังนั้น จึงได้แต่กัดฟันกลืนความโกรธลงคอ ปล่อยให้มันแผดเผาอยู่ภายใน
ข้างกายนาง มีบ่าวคนสนิทสองคน เสียนอนกับเสียนลั่ว ยืนรับใช้อยู่ เงียบ ๆ ทั้งสองต่างคาดเดาสาเหตุที่นายหญิงอารมณ์เสีย แต่กลับไม่มีใคร เอ่ยปากพูดกับอีกฝ่ายเลย ตั้งแต่เสียนลั่วกลับมา ความสัมพันธ์ของพวกนาง ก็ค่อย ๆ ห่างเหิน กลายเป็นเพียงมิตรภาพฉาบหน้า เสียนลั่วได้รับความ โปรดปรานมากขึ้น เรื่องใด ๆ จ้าวเข่อเหรินก็มักปรึกษานางเพียงผู้เดียว เสียนอวินที่เคยเป็นเงาข้างกาย กลับถูกลดความสําคัญลงทีละน้อย ความคับ แค้นย่อมก่อตัวเงียบ ๆ
ๆ
ส่วนเสียน วนั้น ในใจลึก ๆ ก็เหยียดหยันเสียนอวิ้นว่าอ่อนแอ ยลาด เขลา โดยเฉพาะในเรื่องการเลือกข้างระหว่างองค์รัชทายาทกับหลินชื่อจื่อ
นางเห็นว่าเสียนอวิ้นไร้ความกล้า มิอาจทําการใหญ่ให้สําเร็จได้ แม้ภายนอก ยังยิ้มแย้ม ทว่าภายในกลับเชือดเฉือนกันเงียบ ๆ เสียน วเป็นคนช่าง สังเกต ไม่นานก็เดาได้ว่าเหตุใดนายหญิงจึงทุกข์ใจ นางก้าวขึ้นหน้าเล็ก น้อย เอ่ยเสียงนุ่ม
คะ?”
“คุณหนูยังครุ่นคิดเรื่องที่ฮูหยินเอ่ยถึงงานแต่งในมื้อค่ําอยู่หรือเจ้า
คําถามนั้นเหมือนเข็มทิ่มกลางใจ จ้าวเข่อเหรินถอนหายใจยาว
“เสียนสั่ว เจ้านี่เข้าใจข้าดีจริง ๆ เพียงคิดถึงคู่หมั้น ข้าก็แทบหายใจไม่
ออกแล้ว”
คําชมทําให้เสียนถั่วเหลือบมองเสียนอวี้นด้วยแววตาเย่อหยิ่ง เสีย นอวี้นกําหมัดแน่น ความขมขื่นแผ่ซ่าน นางสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยขึ้น
“คุณหนู…หรือเพราะเรื่ององค์รัชทายาท จึงทําให้ท่านรังเกียจการ
หมั้นหมายครั้งนี้ถึงเพียงนี้?”
จ้าวเย่อเหรินไม่ปิดบังอีกต่อไป
“ใช่ องค์รัชทายาททรงแสดงความในใจแก่ข้าแล้ว หากข้าแต่ง
กับหลิน หร่าน อย่างมากก็เป็นเพียงภรรยาขุนนางผู้หนึ่ง แต่หากได้เป็น
ชายาเอกของรัชทายาท วันหน้าอาจได้เป็นฮองเฮา เป็นมารดาแผ่นดิน…
ตําาแหน่งนั้น ใครบ้างจะไม่ใฝ่ฝันถึง?”
คําพูดนั้นทําให้เสียนอนตกตะลึง นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าองค์รัช ทายาทได้สารภาพรักแล้ว หันมองเสียนลั่ว เห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉย แสดงว่านางรู้ เรื่องนี้มานานแล้ว ความเจ็บแปลบแล่นผ่านหัวใจ เสียนลิ่วฉวยโอกาสกล่าว
ต่อ
“คุณหนู
เรื่องนี้ยิ่งช้า ยิ่งเสียเปรียบ องค์รัชทายาทสูงศักดิ์เพียงใด ท่านย่อมรู้ดี รอบพระวรกายมีหญิงงามมากมาย ความหลงใหล หากไม่ได้รับ การตอบสนอง ก็ย่อมค่อย ๆ เลือนหาย อีกทั้งพระชนมายุของพระองค์ก็ถึง วัยต้องคัดเลือกชายาแล้ว หากทรงเลือกผู้อื่นก่อน คุณหนูจะทําเช่นไร?”
คําวิเคราะห์เย็นเฉียบ จคมมีด จ้าวเย่อเหรินใจสั่น
“เจ้าหมายความว่า หากข้าลังเล พระองค์อาจแต่งกับผู้อื่น?”
“เป็นไปได้สูงเจ้าค่ะ และเมื่อถึงวันนั้น ต่อให้พระองค์ยังมีใจ ฮ่องเต้และฮองเฮาก็อาจไม่ทรงเห็นด้วย เพราะคุณหนูยังมีคู่หมั้นอยู่ หาก ข่าวแพร่งพราย ชื่อเสียงอาจจะย่อยยับ
ความกังวลถาโถม จ้าวเย่อเหรินกัดริมฝีปาก เสียน วิ้นที่ยืนเงียบมา นาน ตัดสินใจครั้งสําคัญในใจ นางต้องทวงคืนความไว้วางใจ
“คุณหนู…หากท่านต้องการยกเลิกสัญญาหมั้นหมายจริง ๆ บ่าวมีวิธี
หนึ่งเจ้าค่ะ”
คําพูดนั้นทําให้ทั้งสองหันมามองอย่างประหลาดใจ เพราะเสีย
นอวิ๋นเคยคัดค้านมาตลอด นางยิ้มบาง
“ก่อนหน้านี้บ่าวเกรงความเสี่ยง แต่บัดนี้องค์รัชทายาททรงชัดเจน แล้ว หากยังยืดคู่หมั้นไว้ ก็เท่ากับขวางอนาคตของคุณหนู”
จ้าวเย่อเหรินสีหน้าอ่อนลง
“พูดมา วิธีอะไร”
“การถอนหมั้น ต้องเป็นฝ่ายเราขอถอน เพื่อรักษาชื่อเสียง แต่ต้องมี เหตุผล…เช่นหลินชื่อจื่อทําผิดประการใดประการหนึ่ง หากมีมลทิน คุณหนู
จึงจะถอนหมั้นได้อย่างสง่างาม
ค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้า แต่ยังนั่งเล
“แล้วจะหาความผิดนั้นได้อย่างไร?”
เสียนอวิ๋นตอบช้า ๆ
“เรื่องนี้ คุณหนูท้าคนเดียวไม่ได้ ต้องมีผู้ใหญ่ช่วย…เช่น ฮูหยินเจ้า
“ท่านแม่?”
“ใช่เจ้าค่ะ ฮูหยินย่อมปรารถนาให้คุณหนูได้คู่ครองสูงศักดิ์ เพียงเล่า เรื่องคุณหนู ถูกคุณหนูฉินอี้เหมี่ยวข่มขู่เพราะหลงรักองค์รัชทายาท เต็ม แต่งอีกเล็กน้อย ฮูหยินย่อมไม่ยอมปล่อยผ่าน
ๆ
จ้าวเข่อเหรินดวงตาเป็นประกาย นางรู้ดีว่ามารดากับสะใภ้ตระกูล ฉิน ภายนอกดูราบรื่น แต่ภายในแข่งกันเงียบ ๆ หากรู้ว่าบุตรสาวถูกข่มเหง ย่อมลุกเป็นไฟ เสียนลั่วกัดฟันแน่น เห็นสถานการณ์พลิกผัน แต่ยังฝืนยิ้ม สุดท้าย จ้าวเข่อเหรินจับมือบ่าวทั้งสอง
“พวกเจ้าคือคนของช้า เติบโตมาด้วยกัน ต่อไปต้องร่วมมือกัน อย่า
ให้ย้าต้องผิดหวัง”
ทั้งสองรับคําพร้อมรอยยิ้ม แต่แววตากลับเย็นชา จ้าวเข่อเหรินเห็น ทุกอย่าง ทว่ายังคงแสร้งไม่รู้ นางเชื่อมั่นว่าการแข่งขันจะทําให้พวกนางทุ่ม เทยิ่งกว่าเดิม นางมั่นใจว่าตนควบคุมได้ ทว่าชะตากรรมชอบเย้ยหยัน ความ มั่นใจในวันนี้ วันหน้าอาจกลายเป็นคมดาบย้อนเชือตตนเอง
อีกฟากหนึ่ง จ้าวเย่อหรันกลับห้องแล้วมิได้นอน นางเปิดตําราอ่าน เงียบ ๆ ไม่นาน ชีอเชียงส่งสัญญาณลับ หลังสั่งหลงเอ๋อ ออกไป ชือเชียง เปิดหน้าต่าง เงาอ๋าวาบเข้ามาในห้อง ชายชุด คุกเข่าครึ่งหนึ่ง นามว่า “อี้” ผู้ใต้บัญชาของชือถูอี้ ที่ถูกส่งมาคุ้มกันนางอย่างลับ ๆ รัศมีสังหารแผ่จาก ร่างเขา ดวงตาคมดุจดาวหนาว หากเป็นหญิงอื่นคงหวาดหวั่น แต่ จ้าวเย่อหวั่นกลับสงบนิ่ง เพียงมองอย่างพินิจ
“เจ้าคือ อี หรือ?”
“ขอรับ ข้าน้อยรับบัญชาจากท่านประมุข มาคุ้มกันคุณหนู”
เขารายงานทุกถ้อยคํา สืบมา รวมถึงแผนของจ้าวชงและฉินเชียง เหอ จ้าวเข่อหรันยกมือห้ามเมื่อเริ่มล่วงเลยถึงเรื่องบนเตียงของบิดามารดา หลังฟังจบ นางหัวเราะเบา ๆ ที่แท้ท่านย่าหมายให้จ้าวเข่อเหรินก้าวสู่ราช วงศ์ บิดามารดาก็ยังทะเยอทะยานไม่สิ้นสุด…ช่างกล้าคิดเสียจริง
“คุณหนู จะขัดขวางหรือไม่เจ้าคะ?”
ชือเชียงถาม จ้าวเข่อหรันยิ้มละมุน แต่แฝงคม
“ไม่ต้อง บางครั้ง เราควรช่วยผลักดันด้วยซ้ํา”
นางรู้ดีว่า ตําแหน่งชายาเอกของรัชทายาทนั้น ถูกกําหนดไว้แล้วว่า เป็นของ ฉินอี้เหมียว ไม่มีวันเปลี่ยน หากวันหนิ่งจ้าวเข่อเหรินถอนหมั้น สําเร็จ แล้วพบว่าฝันสูงสุดเป็นเพียงภาพลวง…สีหน้าจะเป็นเช่นไรหนอ? เพียงคิดก็อดยิ้มไม่ได้ รอยยิ้มอ่อนโยน ทว่าเย็นเยียบดุจคมมีดช่อน
ในแพรไหม.