หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 97 จ้าวชงสํานึกเสียใจ ฉันเชียงเรือวางกลศึก
97 จ้าวชงสํานึกเสียใจ ฉันเชียงเรือวางกลศึก
พรุ่งนี้ก็คือวันไหว้พระจันทร์ กลางฤดูใบไม้ร่วงที่ผู้คนต่างรอคอย ตามธรรมเนียมของราชสํานัก ทุกปีในวันนั้น วังหลวงจะจัดงานเลี้ยงขึ้นใน ยามเที่ยง มิใช่ยามค่ําา เพราะคืนพระจันทร์เต็มดวงควรเป็นเวลาของครอบ ครัว มิใช่ของพิธีการ งานเลี้ยงหลวงจึงถูกกําหนดไว้ยามกลางวัน เพื่อให้ค่ํา คืนยังคงเป็นของสายใยเลือดเนื้อ
ทว่า งานเลี้ยงนั้นมิใช่ใครจะเข้าร่วมได้ มีเพียงผู้มีบรรดาศักดิ์ และ เชื้อพระวงศ์เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์เหยียบย่างเข้าสู่ตําหนักทอง วันพรุ่งนี้ จ้าวหลิน จะพาภรรยาทั้งสองเข้าสู่วังหลวง ค่ําคืนนี้จึงเงียบผิดปกติ แต่ละ เรือนต่างเตรียมตัวอยู่ในเขตของตน ไม่มีการร่วมโต๊ะใหญ่ดังเช่นวันอื่น
ณ สวนชงไป่หยวน จ้าวชงนั่งร่วมโต๊ะกับภรรยาและบุตรสาว บรรยากาศภายนอกดูเรียบร้อย หากแต่ใต้โต๊ะอาหารกลับคล้ายมีคลื่นลมชัด กระหนําอย่างเงียบงัน
“ท่านพ่อ พรุ่งนี้งานเลี้ยงในวังคงคึกคักมากกระมังเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อเหรินเอ่ยขึ้น น้ําเสียงเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน
จ้าวชงยิ้มบาง
“พ่อไม่เคยร่วมงานไหว้พระจันทร์ในวัง แต่เคยเข้าร่วมงานอื่น ๆ ก็
ล้วนยิ่งใหญ่โอ่อ่า”
ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินเป็นประกาย
“ลูกเองก็อยากเห็นสักครั้ง ยังไม่เคยเข้าวังเลย”
“ไม่ต้องอิจฉาหรอก”
จ้าวชงหัวเราะเบา
“เมื่อพ่อสืบทอดบรรดาศักดิ์สําเร็จ พ่อจะพาเจ้าก้าวเข้าสู่วังหลวง
อย่างสง่างาม”
“จริงหรือเจ้าคะ?”
นางยิ้มสดใสราวบุปผาแรกแย้ม
“ลูกเชื่อว่าท่านพ่อต้องได้เป็นท่านโหวแน่ ท่านคือบุตรภรรยาเอกโดย
ชอบธรรม จะไปด้อยกว่าอาสองที่ได้ตําแหน่งมาเพียงในนามได้อย่างไร”
คําเยินยอประดุจน้ําผึ้งเคลือบคมมีด จ้าวซึ่งหัวเราะอย่างพอใจ
“ยังเป็นเจ้าที่เข้าใจพ่อที่สุด”
เสียงหัวเราะดังอยู่เพียงฝั่งหนึ่งของโต๊ะ อีกมุมหนึ่ง จ้าวเข่อหรันกับ
จ้าวเย่อเฟิงเพียงก้มหน้ารับประทานอย่างเงียบงัน ฉินเชียงเหอเห็นจังหวะ
จึงเอ่ยแทรกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เหรินเอ๋อ อย่ากังวลไปเลย วันหน้าหลังแต่งกับหลินชื่อจื่อ โอกาส
เข้าวังคงมิใช่น้อย”
ใบหน้าของจ้าวเย่อเหรินแข็งไปชั่ววินาที ก่อนฝัน ม
“อย่างนั้นหรือเจ้าคะ…
ฉันเชียงเหอหัวเราะเบา คิดว่านางเข็นอาย
“เอ่ยถึงคู่หมั้นก็หน้าแดงแล้วหรือ?”
แต่ในอกของจ้าวเข่อเหรินกลับร้อนรุ่มราวไฟสุม ทุกครั้งที่ได้ยิน
ชื่อหลินซีหร่าน ใจของนางเต็มไปด้วยความเสียดายและขุ่นแค้น หากวันนั้น ไม่รีบร้อน หากไม่ต้องการเอาชนะจ้าวเข่อหรันจนเกินงาม วันนี้นางอาจมิได้
ถูกผูกมัดกับสัญญาหมั้นหมายนี้
องค์รัชทายาททอดพระเนตรนางแล้ว หากไร้ พันธะ นางอาจเป็น ชายาเอกในตําาหนักบูรพาแล้วก็ได้ ทุกอย่าง…ล้วนเพราะจ้าวเข่อหรัน ความ
ผิดทั้งหมดถูกผลักไปยังฝาแฝดของตนโดยไม่ลังเล
จ้าวเข่อหรันซึ่งก้มหน้ารับประทานอยู่ รับรู้ถึงความปั่นป่วนได้
ชัดเจน แม้จะเป็นศัตรู หากสายเลือด ฝาแฝดกลับผูกพันแน่นหนาเกินผู้ใด นางเข้าใจอีกฝ่ายดีพอ ๆ กับที่เข้าใจตนเอง มุมปากจ้าวเข่อหรันยกขึ้น น้อย ๆ “เราอาจเป็นศัตรูที่ใกล้ชิดที่สุดในโลกก็เป็นได้
ส่วนจ้าวชงนั้น ความยินดีพลันแปรเปลี่ยนเป็นหม่นมัว คําของมารดา ย้อนก้องในหัว เหรินเอ๋อร์เคยมีโอกาสเข้าสู่ราชวงศ์… สีหน้าเขาพลันเคร่ง
เครียด
“พอเถิต เหรินเอ๋อร์ยังเล็ก เรื่องแต่งงานอย่าเพิ่งพูด
ฉันเชียงเหอชะงัก
“ท่านเป็นอะไรไปเล่า?”
แววตาจ้าวชงมืดลง เขาโทษนางในใจ หากวันนั้นมิใช่นางยุยง…เรื่อง คงมีเป็นเช่นนี้ เขาตวาดเบา ๆ
“กินข้าวเถิด!”
บรรยากาศที่เคยละมุน กลับเย็นเยียบในพริบตา โต๊ะอาหารเต็มไป ด้วยความอึดอัด มีเพียงสองคนที่ยังคงสงบนิ่งคือจ้าวเข่อหรันและ จ้าวเย่อเฟิง ราวกับคลื่นลมมิอาจแตะต้องทั้งสองคนได้
หลังอาหาร ทุกคนแยกย้าย ระหว่างทางกลับเรือน จ้าวเข่อหรัน กระชับกับ อเชียงไม่กี่คํา นางให้คนไปติดต่อ “ขี้” เงาดําผู้คอยคุ้มกันอยู่ ลับ ๆ คืนนี้ นางต้องรู้ให้ได้ เหตุใดบิดาจึงเปลี่ยนอารมณ์เฉียบพลัน และตั้ง ที่คาด ทันทีที่เข้าห้อง ฉันเชียงเหอก็เอ่ยเสียงสั่น
“ท่านเป็นอะไรไป? ข้าพูดผิดตรงไหน?”
จ้าวชงระงับอารมณ์
“ข้าใจร้อนไปเอง”
ครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยเสียงหนัก
“หากมิใช่รีบร้อนหมั้นหมาย เหรินเอ๋อร์อาจได้เข้าสู่ราชวงศ์”
ฉันเชียงเหอหน้าต
“อะไรนะ?”
จ้าวชงเล่าความตั้งใจของมารดา เดิมทีจะให้เข่อหรันแต่งกับจงอี้โหว ส่วนเหรินเอ๋อร์…หมายมั่นไว้กับราชวงศ์ แต่ตอนนี้ ทุกอย่างสายเกินไป ฉินเชียงเหอนั่งนิ่ง หัวใจเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้ แต่งกับโหว? หรือเข้าสู่ ราชวงศ์? ต่อให้ต่ําสุดก็เป็นชายา หากสูงสุด อาจถึงบัลลังก์หงส์
“ถ้า…เรายกเลิกหมั้นล่ะ?”
“ความคิดนั้น จงตัดทิ้งเสีย”
จ้าวชงตวาด
“ยกเลิกโดยไร้เหตุ เหรินเอ๋อร์จะถูกตราหน้า ทั้งยังท้าลายความ
สัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล”
ห้องเงียบงัน แต่ในความเงียบ ความคิดร้ายค่อย ๆ ก่อตัว ฉินเชียง
เหอเงยหน้า ดวงตาเปล่งแสงคมวาว
คะ”
“หากเรามีเหตุผลเล่า?”
จ้าวชงชะงัก
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“หากฝ่ายนั้นมีความผิดเสียเอง…เราย่อมถอนตัวอย่างสง่างาม”
แววตาจ้าวชงสว่างวาบ
“เจ้าจะทําอย่างไร?”
รอยยิ้มของฉันเชียงเหอหวานละมุน หากเย็นเยียบถึงกระดูก
“บุรุษใดจะไร้มลทินได้ตลอดกาล? หากไร้…เราก็สร้างมันขึ้นมาสิเจ้า
“เจ้าจะ…”
“หาหญิงคณิกาไปยั่วเย้า”
นางเอ่ยเบา
หากเขายืนหยัดได้ ก็ถือว่าผ่านบททดสอบ หากพลาดพลั้ง…ข่าว เพียงเล็ดลอด ก็เพียงพอให้เราถอนหมั้นโดยไม่เสื่อมเกียรติแล้วเจ้าค่ะ”
หน้า
ถ้อยคําอ่อนหวาน แต่พิษช่อนล็ก จ้าวชงสั่งเส
“จะไม่เกินไปหรือ?”
“เราเพียงเปิดโอกาสให้เขาเลือกเท่านั้น”
ฉันเชียงเหอตอบเรียบ
“หากเขาล้ม ก็เพราะใจตนเองมีบริสุทธิ์” ความทะเยอทะยานบดบังศีลธรรมจนหมดสิ้น จ้าวชงค่อย ๆ พยัก
“ดี…ทําเพื่อเหรินเอ๋อ”
ๆ
ไม่นาน เสียงม่านเตียงไหวสะท้อน เสียงกระชิบครวญแผ่วเบาใน
รัตติกาล บนหลังคา เงาดาผู้หนึ่งลอยหายไปกับลม มุ่งหน้าไปยังเรือนของ
จ้าวเข่อหรัน
แล้ว
คั่าคืนนี้ เกมการเมืองเพิ่งเริ่มต้น และหมากตัวแรก…ได้ถูกวางลง