หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 56 หนทางหนีเอาตัวรอดเพียงหนึ่งเดียว
บทที่ 56
หนทางหนีเอาตัวรอดเพียงหนึ่งเดียว
เสียงตะโกนจากบรรดาผู้รอดชีวิตดึงดูดเหล่าซอมบี้ พวกเขาทั้งสามต่อสู้อย่างสบาย ๆ ขณะค่อย ๆ รุกคืบเข้าไป
หยางเซวี่ยกลับมาอยู่ข้างเฉินเทียนเซิงอย่างว่องไว
“หัวหน้า ทางเดินของตึกแรกถูกปิดกั้นเอาไว้จากข้างใน เราเข้าไปไม่ได้เลย”
หลังเฉินเทียนเซิงฟันซอมบี้ด้วยขวานขณะสั่ง “ไปเจรจากับพวกผู้อยู่อาศัย บอกว่าเรามาช่วยคน ให้พวกเขาเปิดประตูออกเดี๋ยวนี้!”
หยางเซวี่ยหันหลังและตะโกนไปทางอาคารอยู่อาศัย
“รีบเปิดประตู เรามาที่นี่เพื่อช่วยพวกคุณ ทางเดินถูก ล็อกไว้จากด้านใน เราเข้าไปไม่ได้”
สิ้นคำเธอ ชายหน้าตาน่ากลัวก็แผดเสียงเถียงกลับ
“มาช่วยงั้นเหรอ พวกคุณสี่คุณก็แค่คนอ่อนแอ กล้าพูดว่าจะมาช่วยคนได้ยังไง!”
“แหกตาดูให้ดีซะบ้าง พวกคุณตกเป็นเป้าของซอมบี้ทั้งถนนแล้วเนี่ย เฝ้ารอความตายได้เลย”
หยางเซวี่ยหน้าแดงด้วยความโกรธ เธอมองหน้า เฉินเทียนเซิงทั้งหน้าแดงก่ำ
“หัวหน้า”
“ไม่ต้องสนใจคนตึกนี้ ไปตึกต่อไป!”
เฉินเทียนเซิงฟันหัวซอมบี้ ก่อนเงยหน้ามองผู้ชายที่ตะโกนเมื่อครู่
อีกฝ่ายสีหน้าเกรี้ยวกราด ดวงตาแดงฉายแววอาฆาตอย่างกับฆาตกรฆ่าคน
แววตาเฉินเทียนเซิงเย็นชา เขามาช่วยแต่กลับถูกต่อว่า ชายคนนี้ปิดทางเดินเอาไว้ ทั้งยังเป็นเพียงคนเดียวในตึกที่ตะโกนออกมา เมื่อครุ่นคิดดูก็เข้าใจว่าเจ้าตัวคงเป็นขาใหญ่ กักขังผู้อยู่อาศัยเอาไว้ และอาจถึงขั้นกินมนุษย์ด้วยกันเอง
ตอนนี้ถือกำเนิดปีศาจขึ้นมาแล้ว!
ไม่ได้การ!
ทว่าตอนนี้เขาไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้มากนัก!
เสียงโหวกเหวกยิ่งดึงดูดพวกซอมบี้ ลมไฟส่งไกลไปกว่า 100 เมตร ถึงกระนั้นฝูงซอมบี้ก็ยังกรูกันเข้ามา หากไม่ได้เข้าตึกโดยเร็ว คงมีแต่ต้องถอยทัพเป็นการชั่วคราวก่อน
ตอนนี้นี่เองที่หยางเซวี่ยปรากฏตัวอีกครั้ง
“หัวหน้า ตามฉันมา ประตูตึกหน้าเปิดอยู่”
เฉินเทียนเซิงเปิดทาง ทั้งสามล่าถอยขณะสู้ไปด้วย ก่อนรีบเข้ามาในตึกที่สอง เขาเดินรั้งท้ายหลังเข้ามาถึงทางเดินอย่างว่องไว ก่อนปิดประตูทางเดิน
“หยางเซวี่ยนำทาง ลัวหลง ลัวเฟิงตามฉันมา!”
หยางเซวี่ยพุ่งตัวไปอยู่ด้านหน้าทันที ซอมบี้ 2 ตัวเดินวนเวียนอยู่ตามทางเดิน เธอฟันหัวมันในคราวเดียว
เฉินเทียนเซิงใช้ขวานทุบกระจกบริเวณมุมบันไดชั้น 2
“ลัวหลง ลัวเฟิง พวกเธอก่อกองไฟที่นี่ เผามันซะ!”
สั่งเสร็จเขาก็แผดเสียงตะโกน
“คนที่อยู่ที่นี่ฟังให้ดี เราเป็นทีมกู้ภัยจากฐานผู้รอดชีวิต คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมให้เวลา 2 นาทีออกจากบ้านมาเดี๋ยวนี้ เราจะปกป้องทุกคนไปยังเขตปลอดภัย ถ้ายังอยู่ในบ้านเราก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้!”
เสียงตะโกนของเฉินเทียนเซิงได้ผลดี ในตอนนี้แม้แต่คนที่ขี้ขลาดยังพร้อมอพยพ
หลายบ้านเปิดประตูออกมา ทั้งหญิงชราและอ่อนแอ เด็กเล็ก ผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวไปจนกลางคนอุ้มลูกหลานออกมา หญิงสาวพยุงคนแก่ มีมากกว่า 20 คนท่ามกลางความมืด
“เรามาช่วยครับ!”
หลังเขาว่าจบก็ปล่อยให้ลัวหลงกัยบลั่วเฟิงเผา ก่อนหยางเซวี่ยกับเขาจะเดินไปที่ประตูและตะโกนบอก
“ลัวหลง ลัวเฟิง พอฉันนับสามถอยหลัง พวกเธอก็เลิกแล้วไปคุ้มกันผู้รอดชีวิตรีบออกไปภายใน 10 วินาที ตามมาอย่างใกล้ชิด เข้าใจไหม!”
“รับทราบ อาจารย์!”
“สาม สอง หนึ่ง”
“ตู้ม”
ประตูทางเดินระเบิดออก ซอมบี้ที่ถูกเผาหน้าประตูล้มลงไปเช่นกัน
เฉินเทียนเซิงเหวี่ยงขวานก่อนรีบออกไป
“ใครขวางทางฉันได้ตายแน่!”
ไม่ว่าคมขวานจะฟันไปทางใดก็โจมตีโดนศีรษะอย่างแรง ซอมบี้ในตึกที่กรูกันเข้ามาต่างถูกเขาตัดหัว อย่างกับจูล่งบุกค่ายเฉาเชา ฆ่าสามก็ตายสาม
“ลุย!”
เขาเปิดทางหลุดรอดออกมาพร้อมแผดเสียงตะโกน ไม่ทันซอมบี้ด้านหลังจะตามมา เขาก็รีบพุ่งตัวออกมาและนำไปอีกทางหนึ่ง
หนทางรอดเปิดออก ลัวหลงกับลัวเฟิงพาผู้รอดชีวิตหนีออกมา ทักษะเรื่องลมไฟปกป้องผู้รอดชีวิตไม่ให้ถูกซอมบี้ทำร้าย
หยางเซวี่ยใช้มีดเข้าช่วยฆ่าส่วนที่หลุดรอดตาข่ายออกมา
พวกเขาทั้งสี่คุ้มกันผู้รอดชีวิตกว่า 20 คนออกจากตึกและกลับมาที่ท้องถนนอีกครั้ง เฉินเทียนเซิงสู้กับซอมบี้ด้วยตัวคนเดียว ขณะให้ทุกคนขึ้นรถไปให้ได้ก่อน
“อาจารย์ เราจะออกไปกันยังไง?”
“อย่ามัวแต่รีรอ พาผู้รอดชีวิตขึ้นรถให้ได้ก่อน แล้วมาช่วยเป็นกำลังเสริมให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย!”
เขาตะโกนบอกพลางฆ่าไปด้วย
ลัวหลงกับลัวเฟิงไม่รอช้า พาผู้รอดชีวิตวิ่งไปที่รถบรรทุก เปิดด้านหลังรถและช่วยพาพวกเขารีบขึ้นไป
ทั้งหมดกินเวลาเพียง 5 นาที ซึ่งเร็วกว่าการทำงานหลายครั้งของกลุ่มทหารก่อนหน้านี้
ทว่าตอนนี้เองที่มีดทำครัวเล่มหนึ่งถูกปาแหวกอากาศ พุ่งตรงมาทางเฉินเทียนเซิง
หยางเซวี่ยตาไวรีบตวัดมือเหวี่ยงมีดไปกันเอาไว้ เธอกับเฉินเทียนเซิงหันไปมองต้นทางของมันด้วยความโมโห
ชายคนหนึ่งตะโกนสาปส่งเสียงดังลั่นด้วยสีหน้าร้ายกาจ
“ในวันสิ้นโลกเส็งเคร็งแบบนี้ ทุกคนควรตายให้หมด ถ้าฉันไม่รอดคนอื่นก็ต้องไม่รอด ตายด้วยกันให้หมดนี่แหละ!”
เขาหยิบมีดทำครัวอีกเล่มปามาทางเฉินเทียนเซิงขณะแผดเสียงลั่น
เพียงแค่เห็นก็ทำให้หงุดหงิด
ด้วยระยะไกลขนาดนั้น ลำพังกำลังคนธรรมดาไม่สามารถปามาได้อย่างแน่นอน ทว่าชายคนนี้ไม่เพียงแต่จะปามันมาแต่ยังมีพละกำลังไม่น้อย
“หลบไป!”
เฉินเทียนเซิงเหวี่ยงขวานในมือ คมขวานปะทะกับมีด แรงกระแทกรุนแรงทำเอาแขนของเขาชา
เขามองหน้าตัวการด้วยความคับแค้น สายตาเจ้าตัวแดงก่ำ สีหน้าซีดเผือด
พระเจ้าช่วย!
ยักษ์กินคนกลายพันธุ์!
“เวรแล้ว หนีเร็ว!”
เขาไม่ใช่คนชอบสู้ เขาสู้ไปถอยไป ก่อนค่อย ๆ ถอยกลับมาอยู่ในตำแหน่งหลังรถบรรทุกราว 10 เมตร
ตอนนี้ผู้รอดชีวิตขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว แม้จะหวาดกลัวแต่พวกเขาก็มองมาที่เฉินเทียนเซิงอย่างลุ้นระทึก คนแก่บางคนพนมมือสวดภาวนา หวังให้พวกเรารอดพ้นไปจากความตาย
“อาจารย์ เรามาช่วยแล้ว!”
ลัวหลงกับลัวเฟิงวิ่งมาช่วยป้องกัน ลมผสานไฟแผดเผาซอมบี้นับร้อยที่วิ่งไล่มาบนสะพาน อีกทั้งยังก่อแนวกองไฟกันซอมบี้ไล่ตามมาก่อกวนพวกเขา
“ไปเร็วเข้า!”
เขารีบขึ้นรถฝั่งคนขับพร้อมตะโกนบอก ปลดเบรกมือ ติดเครื่อง และเหยียบคันเร่ง ทำทั้งหมดนี้อย่างรวดเร็ว
“บรื้น~”
เสียงเครื่องยนต์ร้องคำรามราวกับอสุรกายก่อนเคลื่อนตัวออกไป
“ฉันจะไปรับลัวหลงลัวเฟิง”
หยางเซวี่ยรีบลงจากรถไปคว้าตัวคนแรกขึ้นมาที่รถ ตามด้วยคนที่สอง
ทั้งสามขึ้นรถเรียบร้อย ซอมบี้ที่กรูกันมาเสียเป้าหมายไป พวกมันถูกรถบรรทุกชนอย่างแรง ทั้งร่างติดไฟ กรีดร้องโหยหวนอยู่ตรงหน้า ก่อนเกาะกลุ่มวิ่งไล่ตามมา
เฉินเทียนเซิงเหยียบคันเร่งมิด เร่งความเร็วอย่างรวดเร็ว
จาก 40 ไมล์ 60 ไมล์ 80 ไมล์ เป็น 100 ไมล์ในระยะเวลาไม่นาน!
ซอมบี้ที่ไล่ตามมาอยู่ห่างออกไปเรื่อย ๆ พวกเขาทั้งสามยกเว้นเฉินเทียนเซิงมีอาการตื่นเต้นกับการเอาตัวรอด!
“เจ๋งมาก!”