หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 59 เสี่ยงชีวิต
บทที่ 59
เสี่ยงชีวิต
เฉินเทียนเซิงไม่สนใจปืนที่ถูกยกข่มขู่ เขาคว้าคอเสื้อหวังหยาง ก่อนลากหันเดินออกไปด้วยกัน
“คุณมากับผม ผมจะให้คุณเห็นว่านรกบนดินเอง!”
“คุ้มกันหัวหน้าหวังไว้!”
นายทหารนึกคับแค้น อยากจะไปห้ามพวกเขา ทว่าตอนนี้เสียงกระจกแตกดังมาจากหน้าต่างทางเดินหน้าห้องยักษ์กินคน มีดยาวกระเด็นออกมาก่อนหล่นลงกับพื้น เขาจำได้ว่าเป็นอาวุธของหยางเซวี่ย
“เวรแล้ว!”
เฉินเทียนเซิงนิ่งค้างไป เขาปล่อยมือและรีบบุกเข้าไปในตึก
นายทหารต่างเข้าไปดูอาการหวังหยางเมื่อเห็นเช่นนั้น แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกตงิดใจไม่หาย
“ปล่อยฉัน ฉันไม่เป็นไร ไปดูสถานการณ์กับเขา ไอ้สวะเฉินพยายามจะทำบ้าอะไรอยู่กันแน่?”
เฉินเทียนเซิงเข้าไปในตึกเป็นคนแรก ประตูทางเดินยังคงถูกล็อกเอาไว้ แต่หน้าต่างชั้นสองแตกทั้งหมด คาดเดาว่า หยางเซวี่ยน่าจะเข้าไปทางนี้
เขาก้าวถอยไม่กี่ก้าว ก่อนเร่งฝีเท้าวิ่งและทุ่มแรงกระโดด โดยป้องกันใบหน้าและมือเอาไว้
“เพล้ง”
ชายหนุ่มเข้ามาบริเวณทางเดินได้ ไม่ทันได้ยืนตั้งหลักดีก็ได้กลิ่นเลือดฉุนกึก แม้แต่หน้ากากกันแก็สพิษยังยากจะกันกลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้
“อ้าก ฉันจะกินแก ฉันจะกินแก!”
เสียงการต่อสู้ดังมาจากชั้นบน พร้อมด้วยเสียงร้องคำรามของยักษ์กินคน
“ไม่ได้การแล้ว!”
เขารีบกระโจนขึ้นไปชั้นบน โฉบไปมาไม่หยุดจนมาถึงที่เกิดเหตุโดยเร็ว
หยางเซวี่ยถูกกดเอาไว้กับพื้น ยักษ์กินคนบีบคอเธอไว้ สีหน้าดูโหดเหี้ยมขณะตะโกนลั่นอย่างอวดดี
“ยัยผู้หญิงน่าอร่อย วันนี้ฉันจะกินแกให้ได้!”
“ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”
เฉินเทียนเซิงแผดเสียง มือเหวี่ยงขวานพุ่งเข้าไปหา
ฟิ้ว ๆ
ขวานเครื่องไหวรุนแรงรวดเร็ว ว่องไวไม่น้อย
ทว่าปฏิกิริยาตอบสนองของยักษ์กินคนไวเช่นกัน เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายด้านหลัง ก็ปล่อยมือและหันหลังมา คมขวานเหวี่ยงมาทางเขา
เขาเอนตัวหลบได้ฉิวเฉียด ก่อนม้วนตัวไปยังมุมหนึ่งเพื่อเลี่ยงการโจมตีครั้งต่อไป
เฉินเทียนเซิงเก็บขวาน ก่อนย่อตัวลงและค่อย ๆ พยุงหยางเซวี่ยพลางถาม
“เธอโอเคไหม”
“แค่ก ๆๆ …”
หญิงสาวไอหนัก
“พลังการป้องกันของเขาเปลี่ยนไปมาก จนทำอะไรไม่ได้เลย!”
ถูกของเธอ หยางเซวี่ยว่องไวมากแล้ว แต่ก็มีกำลังเทียบเท่าผู้หญิงธรรมดา จะใช้มีดดาบทื่อ ๆ ฟันร่างของยักษ์กินคนได้อย่างไร
“มาอีกคนแล้ว ทีนี้จะได้กินเลือดเนื้อสด ๆ อีก!”
ฝ่ายตรงข้ามเอ่ยขณะเลียปาก ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ทำมืออย่างกับกรงเล็บ พุ่งตรงมาหาเฉินเทียนเซิงในทันที
ชายหนุ่มใช้ขวานฟัน ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายอาจเสียเปรียบ ทว่าตอนนี้ด้ามขวานถูกยักษ์กินคนคว้าไว้ ทั้งพละกำลัง ความเร็ว และการป้องกันตัว ทุกอย่างแข็งแกร่งกว่าเขามากจนชวนให้หวั่นใจ
“ฉันจะกินแก!”
ขวานถูกกระชากออกจากมือเขาด้วยความโมโห ยักษ์กินคนคว้าตัวเขาเอาไว้ กรงเล็บเกาะกุมไหล่เขาแน่น
“แกได้เป็นอาหารของฉันแน่!”
“อ้าก!”
เฉินเทียนเซิงรับรู้ได้ถึงความเจ็บที่ไหล่ เขาหลบไม่พ้นและร้องลั่น
“เรียกใช้เสียงสะท้อนแห่งจิตวิญญาณ!”
เขาตาเป็นประกายระยิบระยับ พลังจิตพรั่งพรูล้นหลามส่งผลต่อสมองของยักษ์กินคน
เขาฉวยโอกาสทีเผลอต่อยอีกฝ่าย ก่อนผลักออกและรอดพ้นจากการตายเพราะความเสียสติ
หยางเซวี่ยเรี่ยวแรงกลับคืน เธอกอดขายักษ์กินคนและทุ่มลงพื้น ก่อนดึงอาวุธออกมาและแทงเข้าที่ท้องเต็มแรง
“อั่ก”
เลือดสาดกระเซ็นออกมาจากบาดแผลช้ำเลือดช้ำหนอง พร้อมกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์
“อ้าก!”
ความเจ็บปวดสาหัสทำให้ยักษ์กินคนดิ้นทุรนทุรายและร้องลั่น เฉินเทียนเซิงก้าวอาดไปหา ก่อนเหวี่ยงหมัดต่อยไม่ยั้ง
อีกฝ่ายยกมือบังหน้าเอาไว้ขณะดิ้นกระเสือกกระสน เรียกได้ว่าไม่เพียงจะป้องกันตัวได้ดี แต่ยังอึดทนมากอีกด้วย
หยางเซวี่ยแทงซ้ำอีกหลายครั้ง ตับไตไส้พุงกระจัดกระจายบนพื้น แต่เจ้าตัวกลับไม่สะทกสะท้าน ยิ่งสู้ก็ยิ่งอึดขึ้น พลังการต่อสู้แบบนี้แข็งแกร่งกว่าซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์เป็นร้อยเท่า
“ฉันจะกินแก ทำให้แกเป็นส่วนหนึ่งของฉัน!”
ยักษ์กินคนที่ถูกทำร้ายยังคงร้องตะโกนพูดจาเกรี้ยวกราด
ทว่าในตอนนี้ ทหารที่ตามมารีบกรูกันเข้ามา พวกเขาตะลึงเมื่อเห็นภาพนี้ ก่อนยกปืนขึ้นเล็ง
“ให้ความร่วมมือซะ ผมขอสั่งให้คุณให้ความร่วมมือเดี๋ยวนี้!”
“ถ้าทำร้ายประชาชนอีกเราจะยิง!”
เฉินเทียนเซิงไม่หยุดออกหมัด เขาตะโกนบอกไปด้วย “เขาไม่ใช่ประชาชนทั่วไป เขาเป็นยักษ์กินคน วันนี้ต้องฆ่าเขาให้ได้!”
“ปล่อยนะโว้ย!”
พลังของยักษ์กินคนระเบิดออก เฉินเทียนเซิงถูกต่อยกระเด็น หยางเซวี่ยถูกถีบออก เขากุมท้องขณะลุกขึ้น และรีบโผไปหานายทหารหน้าประตู
“ช่วยด้วย ช่วยผมด้วย…”
ทันทีที่นายทหารตั้งท่าจะไปช่วย หยางเซวี่ยรั้งขายักษ์กินคนและทุ่มลงพื้นอีกครั้ง อาวุธในมือแทงเข้าที่ขาขึ้นไปถึงช่วงเอว
“ปล่อยเขาไปไม่ได้ ฆ่าเขา ฆ่าเขาเร็วเข้า เขาเป็นยักษ์กินคน!”
เธอพยายามสุดความสามารถ การปรากฏตัวของยักษ์กินคนทำให้ย้อนนึกถึงความทรงจำเลวร้าย ช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนถูกจองจำเมื่อไม่กี่วันก่อน
เธอเกลียดคนพวกนี้ หากเฉินเทียนเซิงไม่ช่วยตั้งแต่แรก ภายในไม่กี่วันสัตว์ประหลาดในโกดังพวกนั้นอาจกินคน และกลายเป็นสิ่งมีชีวิตน่ากลัวอย่างนี้
นายทหารทุกคนต่างตกใจ
เฉินเทียนเซิงเสียสติไปยังพอทำเนา แต่หยางเซวี่ยก็เป็นไปกับเขาด้วย
ปืนเล็งไปยังยักษ์กินคนก่อนเลื่อนมาทางหยางเซวี่ย อย่างไม่อาจตัดสินใจได้!
เมื่อสบโอกาสยักษ์กินคนก็ขัดขืนการทำร้ายของ หยางเซวี่ย พลางตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ
“ผมไม่ใช่ยักษ์กินคน ช่วยผมด้วย พวกเขาบ้าไปแล้ว พวกเขาอยากจะฆ่าผม ผมถูกใส่ความ ผมเป็นผู้บริสุทธิ์!”
เขาทำทีเป็นอ่อนแอเต็มที แสร้งทำเป็นน่าสงสาร
นายทหารตัดสินใจได้ในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะผิดหรือถูกก็ไม่อาจเมินเฉยได้ ถึงอย่างไรภารกิจของทหารก็คือการช่วยคนไม่ใช่ฆ่าคน
ทว่าในจังหวะที่จะเข้าช่วยเหลือ กลับมีคนมาแทรกแซง
ขวานฟันศีรษะยักษ์กินคนขาดอย่างเลือดเย็น มันกลิ้งไปหยุดอยู่ที่เท้านายทหาร ทำเอาไม่อยากเชื่อสายตา
“คุณ!”
ปึ่ก
ขวานร่วงลง เฉินเทียนเซิงเซทรุดลงกับพื้น เขากลืนน้ำลายและบอกเสียงเย็นเยียบ
“ไปสำรวจในตึกนี้ว่ามีใครรอดชีวิตอยู่บ้างซะสิ!”
“ผมจะรายงานสิ่งที่คุณทำแน่!”
นายทหารหันหลังออกไปด้วยความคับแค้น ก่อนเริ่มออกค้นหาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์
ทว่าเมื่อถีบเปิดประตูเข้าไปในห้องถัดมา ก็เห็นภาพที่ฝังใจไม่รู้ลืมและเป็นฝันร้ายของเขาไปตลอดกาล
หน้าต่างห้องถูกปิดสนิท เชือกมากมายถูกผูกเอาไว้ และสิ่งที่ถูกแขวนไว้…
ก็คือเด็กวัยรุ่นทั้งคน!
เห็นภาพแบบนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทหารจิตใจแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องหันไปอาเจียน
คนอื่นสภาพไม่ดีไปกว่ากัน ทุกคนที่เห็นภาพนี้อดคลื่นไส้อาเจียนไม่ได้
หลังหวังหยางสั่งการกู้ภัยภายนอก เขารีบขึ้นมาบนตึก เมื่อเห็นลูกน้องอาเจียนใหญ่โตก็ก้าวเข้ามาด้วยความสงสัย ก่อนมองเข้าไปในห้อง