หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 783 ไม่อนุญาตให้สงสัย
บทที่ 783
ไม่อนุญาตให้สงสัย
เฉินเทียนเซิงคือมนุษย์ ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของวิญญาณ จึงไม่ทราบว่าทุกคนกำลังรู้สึกอย่างไร
เขาพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์
“ใจเย็น ๆ ก่อนทุกคน ซือหรุน หว่านชิง จริง ๆ แล้วไชจุนหูไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นฉัน เพียงแต่เขาอยากมีความสามารถเหมือนฉันเท่านั้น เอาเป็นแบบนี้ ข้อมูลความสามารถของฉันจะถูกเปิดเผยให้ทุกคน ใครอยากได้ก็เอาไปศึกษาได้เลย”
สิ้นคำ เฉินเทียนเซิงก็สะบัดมือ ข้อมูลความสามารถส่วนตัวของเขาก็ปรากฏขึ้นกลางโถงวิหารทองคำ
ไม่ต้องพูดถึงจำนวนพลังพิเศษที่เฉินเทียนเซิงครอบครอง แค่คุณสมบัติส่วนบุคคล เช่น พละกำลัง ความเร็ว พลังจิต แต่ละอย่างล้วนอยู่ในระดับสุดยอด เป็นสิ่งที่เลียนแบบไม่ได้
“ระดับ 6 ร่างกายกึ่งเทพ?”
ทุกคนเห็นคำว่า “ร่างกายกึ่งเทพ” ต่างก็ตกตะลึง ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ผู้ที่ครอบครองระบบนิบิรูจะมีหน้าข้อมูลส่วนตัว พวกเขาล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตคาร์บอนทั่วไป แม้ว่าจะมีคนก้าวข้ามขีดจำกัด สู่ระดับ 6 ก็จะเป็นสิ่งมีชีวิตคาร์บอนระดับ 6 เช่นเดิม
แต่ร่างกายกึ่งเทพของเฉินเทียนเซิง ทำให้ทุกคนประหลาดใจอย่างมาก
“ท่านผู้นำ ข้อมูลของท่าน…”
จ้าวซือหรุนถึงกับมองแบบงง ๆ ไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมข้อมูลเช่นนี้ถึงเป็นเพียงแค่ระดับ 6 หากเป็นคนอื่น คงมีพลังระดับ 7-8 ไปแล้ว
“มีปัญหาอะไรหรือ?” เฉินเทียนเซิงถามกลับ
จ้าวซือหรุนโค้งคำนับพร้อมกล่าวว่า
“ท่านคือหนึ่งเดียวในใต้หล้า ข้อมูลของท่านเลียนแบบไม่ได้”
พูดจบ เธอก็จ้องมองไชจุนหูด้วยสายตาเย็นชา
“เลิกงี่เง่าได้แล้ว แมลงก็คือแมลง ไม่มีวันกลายเป็นมังกรได้ แม้จะแก้ไขข้อมูลพันธุกรรมของคุณ คุณก็ไม่มีวันไปถึงระดับเดียวกับท่านผู้นำได้”
คนอื่น ๆ พากันเห็นด้วย
“จะว่าไปแล้ว ผู้นำก็เหมือนผู้กอบกู้ เขาเป็นเสมือนเทพ ส่วนพวกเราเป็นแค่มนุษย์ จะเทียบกันได้อย่างไร”
“มีเทพนำทาง พวกเราสตาร์ไฟร์ย่อมมีชัยชนะ”
วิญญาณตนอื่น ๆ ในที่นั้นต่างพากันเห็นด้วย และรู้สึกตื้นตันใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นข้อมูลของเฉินเทียนเซิงผู้นำของพวกเขา
เมื่อเทียบกับเฉินเทียนเซิงแล้ว พวกเขาก็เหมือนอยู่คนละชั้นฟ้ากับเหว ไม่อาจเทียบเคียงได้
“จ้าวซือหรุน คอยดูเถอะ วันหนึ่งฉันจะต้องเหนือกว่า เฉินเทียนเซิง ฉันจะทำให้ได้!”
ไชจุนหูตะโกนอย่างบ้าคลั่ง แต่คำพูดเหล่านี้มีเพียง สวี่หว่านชิวเท่านั้นที่ได้ยิน
เห็นว่าไชจุนหูยังคงดื้อรั้นไม่เปลี่ยน สวี่หว่านชิวจึงเผยสีหน้าเย็นชาออกมาเป็นครั้งแรก
เพื่อความสามัคคีภายในสตาร์ไฟร์ และเพื่อชื่อเสียงและเกียรติของเฉินเทียนเซิง เธอตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง เป็นสิ่งที่ขัดต่อมโนธรรมของเธอเพียงครั้งเดียวในชีวิต
สวี่หว่านชิวมองไปที่เฉินเทียนเซิงที่กำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับพึมพำในใจว่า
“แต่ก่อนคุณปกป้องฉัน บัดนี้ถึงคราวที่ฉันต้องปกป้องคุณ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาตั้งคำถามกับคุณ แม้แต่ความคิดก็ไม่สามารถ”
ในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น สวี่หว่านชิวได้ดีดนิ้วมือ เบา ๆ
ดวงวิญญาณของไชจุนหูรู้สึกเพียงชั่วพริบตา ในเวลาเพียงแค่วินาทีเดียว สามวิญญาณเจ็ดภพ ของเขาก็ถูกดึงออกไปหนึ่งวิญญาณหนึ่งภพ
หลังจากนั้น ถึงแม้ไชจุนหูจะฟื้นคืนชีพได้หลายครั้ง เขาก็ไม่ใช่คนปกติอีกต่อไป แม้ว่า จ้าวซือหรุน จะทำการวิจัยเป็นพันปีและฟื้นคืนชีพให้ไชจุนหูมากกว่าหมื่นครั้ง เขาก็ยังเป็นคนที่ขาดสติสัมปชัญญะไม่ครบถ้วนอยู่ดี
แต่นั่นเป็นเรื่องทีหลัง
หากไม่มีอิทธิพลของไชจุนหูแล้ว ความต้องการของคนอื่นๆก็ย่อมง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
จ้าวซือหรุนทำการบันทึกเรื่องต่างๆจนเสร็จสิ้น ซึ่งก็ผ่านไปแล้วสองวันสองคืน หลังจากนั้น จ้าวซือหรุนก็เข้าสู่การวิจัยการเขียนโปรแกรมยีนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ในช่วงเวลานี้ บริษัทเทคโนโลยีสตาร์ไฟร์ ได้แตกหน่อและเบ่งบาน โดยใช้เทคโนโลยีนาโนผลิตประตูมิติทั่วประเทศ รวมถึงท่าอวกาศและท่าดวงจันทร์โดยไม่มีที่ใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาว่างของฝ่ายเทคโนโลยี ยังได้ทำการวิจัยและพัฒนาเครื่องแปลภาษาข้ามภาษาและข้ามสายพันธุ์อีกด้วย เครื่องแปลภาษาที่พัฒนาโดยใช้คลื่นความถี่สมองนั้น ไม่จำเป็นต้องสนใจเลยว่าใช้ภาษาอะไร
ตัวอย่างเช่น ไม่ว่าใครจะคิดอะไรอยู่ในใจ แม้จะส่งเสียงอื้ออึงวุ่นวาย ก็ยังแปลความหมายออกมาได้อย่างถูกต้อง สิ่งประดิษฐ์นี้เมื่อเปิดตัวแล้วดำสนิทได้ให้ความเห็นไว้ว่า
“ไม่เลว มันจะช่วยให้เราสามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตอัจฉริยะทั่วจักรวาลได้โดยไม่มีอุปสรรค”
สุดท้าย คือโครงการวิจัยเครื่องยนต์ความเร็วเหนือแสง ซึ่งดำเนินการใน 2 ส่วน ส่วนแรกคือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และส่วนที่สองคือการค้นหาวัสดุความหนาแน่นสูงในการผลิต
เฉินเทียนเซิง ได้รวบรวม หยางเซวี่ยและสมาชิกทีมปฏิบัติการคนอื่นๆมาด้วยกัน และพูดถึงความต้องการในการผลิตวาร์ปไดรฟ์
“เนื่องจากเครื่องยนต์ความเร็วเหนือแสงจำเป็นต้องมีการสั่นสะเทือนความถี่สูง สร้างความโค้งงอของอวกาศ วัสดุทั่วไปไม่สามารถทนต่อการเคลื่อนไหวความเข้มข้นสูงขนาดนี้ได้เลย ดังนั้นจึงมีข้อกำหนดที่สูงมากสำหรับวัสดุ”
ทุกคนมองข้อมูลวัสดุ และต่างก็ครุ่นคิดใคร่ครวญ
เฉินหมิงหยู อธิบายว่า:
“ตามที่ผมทราบ วัสดุที่มีความหนาแน่นระดับนี้ ถึงแม้ว่าจะมีอยู่ในจักรวาล ก็น่าจะอยู่ได้เฉพาะบนดาวนิวตรอนเท่านั้น”
ทุกคนที่อยู่ที่นั่นรู้ว่า ถึงแม้จะเป็นมนุษย์ที่เสริมกำลังถึง 10 ระดับ ก็ไม่สามารถยกช้อนบนดาวนิวตรอนได้
ความหนาแน่นของน้ำคือ 1 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ความหนาแน่นของเหล็กคือ 7.86 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ความหนาแน่นของทองคำคือ 19.3 กรัม ธาตุโลหะที่มีความหนาแน่นสูงที่สุดที่ทราบบนโลกคือออสเมียม ซึ่งมีความหนาแน่น 22.59 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
แต่ความหนาแน่นเหล่านี้เมื่อเทียบกับดาวนิวตรอนแล้วก็ยังน้อยเกินไป
ดาวนิวตรอนคือวัตถุที่มีความหนาแน่นมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากหลุมดำ มีค่าความหนาแน่นอยู่ที่ประมาณ 8 x 10^14ถึง 10^15 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
นั่นเท่ากับว่า น้ำหนักเพียงหนึ่งลูกบาศก์เซนติเมตร จะหนักถึงหนึ่งร้อยล้านตัน หรือมากกว่าน้ำถึงหนึ่งล้านล้านเท่า เพียงแค่หนึ่งช้อนก็หนักถึงสี่หมื่นล้านตันเลยทีเดียว
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!”
หยางเซวี่ย ทนไม่ไหวจนต้องขัดขึ้นมา
“ใจเย็นก่อน ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เอาเป็นว่า พวกคุณหมายความว่ายังไง พูดให้ชัดๆ ไปเลยว่า วัสดุที่มีความหนาแน่นขนาดนี้ เราจะไปหามันได้จากที่ไหน”
สมาชิกฝ่ายเทคโนโลยีมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะตอบอย่างจนใจ
“น่าจะมีอยู่บนดาวพฤหัสครับ”
“โอเค!”
หยางเซวี่ยลุกขึ้นยืน พูดอย่างหนักแน่น
“บอกส่วนประกอบทางเคมีของวัสดุมา แล้วก็วิธีการสกัด ทีมปฏิบัติการของเราจะไปสำรวจดาวพฤหัสกันเดี๋ยวนี้แหละ”
“หยางเซวี่ย”
เฉินเทียนเซิงเอ่ยขัด
“เธอไม่รู้หรอกว่าดาวพฤหัสน่ะน่ากลัวขนาดไหน ดาวพฤหัสก็เหมือนกับดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์แก๊สในระบบสุริยะ มีการคาดการณ์ว่าเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ดาวพฤหัสเคยเป็นดวงอาทิตย์มาก่อน เพียงแต่ค่อยๆ เย็นตัวลง จนกลายเป็นรูปร่างที่เราเห็นในทุกวันนี้”
“พูดไปพูดมา ก็ยังไงก็ต้องไปหาวัสดุบนดาวพฤหัสบดีอยู่ดีนั่นแหละ หัวหน้าจะเอายังไงก็ว่ามาเลย”
หยางเซวี่ยเป็นคนทำอะไรปุบปั๊บ ไม่อยากเสียเวลาพูดมากความ
เฉินเทียนเซิงรู้จักนิสัยของเธอดี เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า
“งั้นเอาแบบนี้ ทุกคนขึ้นยานอวกาศ เราไปวนดูดาวพฤหัสบดีกันก่อน ศึกษาไปพร้อมๆ กับสำรวจ”
พูดจบ เฉินเทียนเซิงก็พาทุกคนออกเดินทาง พวกเขาไปขึ้นยานอวกาศ “โอลีฟ” ที่เกาะสวรรค์ มุ่งหน้าสู่ดาวพฤหัสบดีโดยตรง
นอกจากทีมปฏิบัติการพิเศษของหยางเซวี่ยแล้ว ยังมีนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิอีกจำนวนมาก รวมไปถึงหลงหลิง ผู้ช่วยสาวที่คอยดูแลเรื่องอาหารการกิน
หยางเซวี่ยบังคับยานอวกาศออกจากโลก มุ่งหน้าสู่ดาวพฤหัสบดี
เฉินหมิงหยูเดินตามเฉินเทียนเซิงไปติดๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
“หัวหน้าครับ ด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์ในตอนนี้ เราไม่สามารถเข้าไปในแกนกลางของดาวพฤหัสบดีได้เลย แม้ว่าเราจะรู้ว่าแกนกลางของดาวพฤหัสบดีอาจจะมีสสารที่มีความหนาแน่นสูง แต่เราก็ไม่สามารถเอามันออกมาได้ ไปเสียเวลาเปล่าๆ หรือเปล่าครับ”
เฉินเทียนเซิงตบบ่าเฉินหมิงหยู แล้วพูดว่า
“หาวิธี ดีกว่านั่งเฉยๆ ไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้ยังไง ว่าทำไม่ได้ จริงไหมล่ะ”