หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 791 เวลาไม่เคยคอยใคร
บทที่ 791
เวลาไม่เคยคอยใคร
ความเงียบปกคลุมมาตลอด 7 วัน
ทุกคนต่างทราบดีว่าการเฝ้ารอโอกาสที่ดีที่สุดในการเข้าสู่วงโคจรครั้งล่าสุดนั้นใช้เวลาเพียง 48 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้กลับกินเวลาเนิ่นนานถึง 7 วันเต็ม
สาเหตุไม่มีอะไรมากไปกว่าทีมเทคโนโลยีกำลังทุ่มเทอย่างหนักเพื่อเอาชนะขีดจำกัดทางเทคโนโลยี
เมื่อความสามารถไม่เพียงพอ เทคโนโลยีคือคำตอบ
ชะตากรรมการอยู่รอดของโลกฝากไว้กับหุ่นยนต์เพียง 5 ชุดสุดท้าย พวกเขาไม่มีโอกาสให้พลาดได้ มีเพียงความทุ่มเทอย่างสุดกำลังเท่านั้น
ตลอด 7 วันที่ผ่านมา เฉินเทียนเซิงและสองสาวต่างฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ไม่รู้จักกลางวันหรือกลางคืน
เช่นเดียวกับทีมเทคโนโลยีที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการวิจัย ยกระดับหุ่นยนต์ เพิ่มประสิทธิภาพ ตรวจสอบจุดอ่อนของพายุบนดาวพฤหัส และคำนวณหาเส้นทางที่ปลอดภัย
สมาชิกทุกคนในยานโอลีฟต่างก็รวมใจเป็นหนึ่ง เดินหน้าอย่างเต็มกำลังด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ภายในห้องเทคโนโลยี นักวิทยาศาสตร์ต่างเร่งทำงาน ยกระดับประสิทธิภาพของหุ่นยนต์หลายเท่าตัว ทั้งในด้านการทนความร้อน ความคล่องตัว และอื่นๆ
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับพายุฝนดาวตกที่น่าสะพรึงกลัวภายในชั้นเมฆแอมโมเนียของดาวพฤหัส พวกเขาก็ยังไม่สามารถหาวิธีรับมือที่ดีกว่านี้ได้
ณ บริเวณหน้าต่างบานใหญ่ของยาน เฉินเทียนเซิง หยางเซวี่ย และหลงหลิง ยืนมองดาวพฤหัสขนาดมหึมาที่ปรากฏอยู่เบื้องนอก
กลุ่มดาวตกน้อยใหญ่เคลื่อนตัวอยู่ในอวกาศ ถูกแรงดึงดูดมหาศาลของดาวพฤหัสดึงดูดเข้าหา ก่อนจะพุ่งชนดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ดวงนี้หลายร้อยครั้งภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
เฉินเทียนเซิงเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
“โชคดีที่ในระบบสุริยะมีดาวพฤหัส หากปราศจากมันคอยขวางกั้นฝนดาวตกจากห้วงอวกาศ โลกคงไม่สงบสุขเช่นนี้”
หยางเซวี่ยกล่าวเสริม
“ดาวพฤหัสและดาวเสาร์เปรียบเสมือนร่มคุ้มกันภัยให้กับโลก คอยปกป้องเราจากภัยอันตรายต่างๆ แต่ยิ่งเป็นเช่นนั้น ภายในของดาวพฤหัสยิ่งเต็มไปด้วยอันตราย”
“การอยู่รอดในจักรวาลกว้างใหญ่นี้ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เราต้องต่อสู้จนสุดกำลัง หรือไม่ก็รอคอยความตายเท่านั้น”
หลังจากกล่าวจบ เฉินเทียนเซิงก็เดินตรงไปยังห้องเทคโนโลยีโดยไม่ลังเล สองสาวยืนมองหน้ากัน ก่อนจะรีบเดินตามไปติดๆ
ภายในห้องเทคโนโลยียังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้น บางกลุ่มก็ถกเถียงกันอย่างดุเดือด คล้ายกับมีความคิดเห็นขัดแย้งกันในเรื่องเทคนิคบางอย่าง
เฉินเทียนเซิงกระแอมเรียกความสนใจ เสียงเข้มดังก้องไปทั่ว
“นี่มันกี่วันแล้ว ยังไม่พบช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกหรือไง!”
ทั้งห้องพลันเงียบกริบ เฉินหมิงหยู หัวหน้าทีมวิจัยเดินเข้ามาหา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ท่านผู้นำ เราตรวจพบช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าสู่ดาวพฤหัสแล้ว แต่เรายังมองเห็นจุดบกพร่องทางเทคนิคบางประการในหุ่นยนต์ เราหวังว่า…”
เฉินเทียนเซิงขัดจังหวะทันที
“สถานีสังเกตการณ์รายงานว่าตอนนี้เชื้อแบคทีเรียมืดเดินทางไปถึงไหนแล้ว”
เฉินหมิงหยูถึงกับพูดไม่ออก นิ่งไปครู่หนึ่งจึงตอบคำถาม
“ตอนนี้อยู่ห่างจากเราไป 5.4 ปีแสง!”
เฉินเทียนเซิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุดคือพร็อกซิมา เซนทอรี ในกลุ่มดาวคนครึ่งม้า ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 4.2 ปีแสง”
“นั่นหมายความว่า อีก 8 เดือนข้างหน้า การรุกรานของเชื้อแบคทีเรียมืดจะมาถึงพร็อกซิมา เซนทอรี”
“สำหรับโลกแล้ว พวกเราไม่ได้มีเวลาเตรียมตัวถึง 5 ปี แต่มีเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น สำหรับการเตรียมตัวครั้งสุดท้าย”
“ตอนนี้ แม้แต่วินาทีเดียวก็เสียเวลาไม่ได้ สำหรับโลกแล้ว ทางรอดมีเพียง 2 ทางเท่านั้น หนึ่ง คือความสำเร็จ ใช้เวลา 4 เดือนที่เหลือนี้ สร้างเครื่องยนต์วาร์ป สร้างยานรบขั้นสูง จากนั้นพวกเรามุ่งหน้าสู่พร็อกซิมา เซนทอรี ปิดกั้นการรุกรานแห่งความมืด ให้หยุดอยู่ที่ 4 ปีแสงตลอดกาล”
“หรือไม่ พวกเราก็ใช้เวลา 5 ปีที่เหลือนี้ สร้างยานอวกาศความเร็วแสง หลบหนีออกจากระบบสุริยะ”
“สู้ หรือ หนี เป็นการแข่งขันกับเวลา พวกคุณยังจะปล่อยเวลาให้เสียไปอีกเท่าไหร่?”
ถ้อยคำของเฉินเทียนเซิง ทำเอาเหล่านักวิจัยก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
ทุกคนต่างทราบถึงความสำคัญเป็นอย่างดี การจะต่อสู้ได้ พวกเขาต้องสกัดของไหลยวดยิ่งจากภายในดาวพฤหัสมาให้สำเร็จ หากทำไม่สำเร็จ แม้แต่จะหนี ก็หนีไม่พ้น
สาเหตุที่ทีมเทคโนโลยีต้องเสียเวลา ก็เพราะต้องการทำให้สำเร็จในครั้งเดียว ไม่อยากจะเสียโอกาสสุดท้ายนี้ไป
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังสิ้นหวัง จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นจากจอมอนิเตอร์
ระบบคำนวณพบพื้นที่ปลอดภัยระดับหนึ่ง ซึ่งเหมาะสมที่สุดสำหรับการเข้าสู่ภายในดาวพฤหัสแล้ว
เฉินเทียนเซิงเบิกตากว้าง รีบกล่าวทันที
“เวลาไม่เคยรอใคร เตรียมตัวปฏิบัติการ!”
หยางเซวี่ยและหลงหลิงรีบวิ่งไปยังห้องควบคุมจิตที่อยู่ติดกันทันที เพื่อเตรียมเชื่อมต่อจิตกับหุ่นยนต์
ส่วนทีมเทคโนโลยีก็ไม่มีเวลาคิดอะไรมาก ต่างแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่ง เตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่
“ล็อคเป้าหมาย บริเวณพายุอ่อนกำลังของดาวพฤหัส”
พิกัดของพื้นที่ดังกล่าวถูกทำเครื่องหมายบนภาพ โฮโลแกรมเสมือนจริงของดาวพฤหัส
“ความเร็วลม 110 ระดับ”
“พลังงานหุ่นยนต์ 100% พร้อมเริ่มต้นได้ทุกเมื่อ!”
ทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมความพร้อม เฉินเทียนเซิงนั่งลงบนเก้าอี้บัญชาการ
เฉินหมิงหยูที่ยืนอยู่ด้านข้าง อธิบายถึงการปรับปรุงฟังก์ชั่นต่างๆ ของหุ่นยนต์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
“หลงหลิงพร้อมแล้ว ขออนุญาตปฏิบัติการ”
เสียงสังเคราะห์จากหุ่นยนต์ของหลงหลิงดังขึ้น
เฉินเทียนเซิงออกคำสั่งทันที
“อนุญาต”
ถัดมา บนหน้าจอขนาดใหญ่ก็ปรากฏภาพหลงหลิง ที่กำลังพุ่งทะยานสู่ดาวพฤหัสเป็นครั้งที่สอง
ทุกสายตาบนยานต่างจับจ้องไปที่ภาพนั้น หัวใจของทุกคนเต้นระทึก ภาวนาให้หลงหลิงประสบความสำเร็จในครั้งนี้
หุ่นยนต์เคลื่อนที่ออกห่างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลับสายตา เหลือเพียงภาพเลือนรางผ่านกล้องโทรทรรศน์ของยานเท่านั้น
“หุ่นยนต์เข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัส ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสดึงดูดแล้ว!”
“อีก 1,000 กิโลเมตร ถึงชั้นบรรยากาศชั้นนอกของดาวพฤหัส!”
ท่ามกลางความคาดหวังของทุกสายตา หุ่นยนต์ก็จุดระเบิดไอพ่น พุ่งทะยานเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสในพริบตา
ในเวลาเดียวกัน ทุกคนต่างหันไปมองหน้าจอขนาดใหญ่พร้อมกัน
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ คือทิวทัศน์อันน่าสะพรึงกลัวของพายุบนดาวพฤหัส ซึ่งบันทึกผ่านมุมมองของหุ่นยนต์
“ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ…”
“ตูมตาม!”
สายฟ้าแลบแปลบปลาบ หุ่นยนต์พุ่งทะยานฝ่าพายุไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับต่อต้านแรงพายุอย่างสุดกำลัง
หลงหลิงบังคับหุ่นยนต์อย่างคล่องแคล่ว หลบหลีกสายฟ้าที่ทรงพลังอย่างหวุดหวิด
“ความเร็วของหุ่นยนต์อยู่ที่ 100 มัค โปรดระมัดระวัง!”
ไม่ต้องย้ำเตือน หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลงหลิงสามารถควบคุมหุ่นยนต์ได้อย่างชำนาญยิ่งขึ้น
การบินฝ่าพายุโหมกระหน่ำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สิ่งเดียวที่ต้องเฝ้าระวังคือชั้นเมฆแอมโมเนียที่มีความอันตรายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ไม่นานนัก หลงหลิงก็สามารถฝ่าชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัส เข้าสู่ชั้นเมฆแอมโมเนียอันมืดมิดได้สำเร็จ
ภายในนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นผง หิน และสายฟ้าที่ฟาดแปลบปลาบ แสงจากสายฟ้าส่องสว่างเป็นระยะเผยให้เห็นฝูงอุกกาบาตที่พุ่งกระหน่ำอย่างน่ากลัว
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง สมาชิกทีมเทคโนโลยีต่างก็เร่งทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ทุกคนต่างทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อคำนวณหาช่องว่างเล็กๆ ระหว่างฝูงอุกกาบาต
หยางเซวี่ยเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่หลงหลิงเข้าสู่ชั้นเมฆแอมโมเนีย เธอก็เริ่มต้นการทำงานของหุ่นยนต์ และพุ่งทะยานสู่ดาวพฤหัสโดยไม่ลังเล
แผนการคือการส่งต่อ หลงหลิงจะเข้าไปในชั้นเมฆแอมโมเนีย จากนั้นหยางเซวี่ยจะตามเข้าไป เมื่อหลงหลิงเก็บตัวอย่างได้แล้ว ก็จะยิงของไหลยิ่งยวดออกมาให้หยางเซวี่ยรับช่วงต่อ ก่อนนำกลับออกไปจากชั้นเมฆแอมโมเนีย
พวกเขาต้องยอมเสียสละหุ่นยนต์สองชุด เพื่อโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะประสบความสำเร็จ
“หลงหลิง ฉันมาถึงแล้ว กำลังล็อคพิกัดของเธอ เชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ของเธอแล้ว!”
ภายในชั้นเมฆแอมโมเนีย หลงหลิงกำลังจดจ่ออยู่กับการหลบหลีกฝูงอุกกาบาต เธอกระโดดข้ามก้อนหิน และควบคุมหุ่นยนต์อย่างคล่องแคล่ว จนในที่สุดก็ล็อคพิกัดของหยางเซวี่ยได้สำเร็จ
“พี่เซวี่ย ฉัน…”
“โครม!”
เพียงชั่ววินาทีที่เผลอ หุ่นยนต์ของเธอก็ถูกอุกกาบาตพุ่งชน ส่งผลให้เครื่องยนต์ขับดันเสียหายไปหนึ่งตัว
หลงหลิงพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ต่อไป เธอพุ่งทะยานและหลบหลีกฝูงอุกกาบาตอย่างไม่ลดละ
“อีก 400 กิโลเมตร ถึงชั้นในของดาวพฤหัส!”
ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาได้ 2 ใน 3 ของเส้นทางแล้ว พวกเขาต้องทำให้สำเร็จ พลาดไม่ได้เด็ดขาด
หลงหลิงกัดฟัน แม้แต่ร่างกายของเธอที่นอนอยู่บนเตียงก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ