หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 796 การยื่นขอวัสดุ
บทที่ 796
การยื่นขอวัสดุ
ณ บริเวณรอคอยของฐานลับบนดาวอังคาร
โถงทางเดินที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนอย่างคึกคัก พวกเขาคือผู้บริหารระดับสูงของสตาร์ไฟร์ แม้แต่บุคคลสำคัญอย่างกงหมินเสวี่ยก็อดทนรอคอยอยู่เช่นกัน พวกเขายืนคุยกันเป็นกลุ่มๆ รอถูกเรียกตัว
“ซ่า”
ประตูแรงดันแยกออกจากกัน หลงหลิงวิ่งดุ๊กดิ๊กออกมา
ทุกคนที่อยู่ในบริเวณรอคอยต่างพากันกลั้นหายใจ จ้องมองหลงหลิง พวกเขาไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนต่อไปที่จะถูกเรียกตัว
“คนต่อไป ใครนะ ใครแซ่กงบ้าง”
กงหมินเสวี่ยขมวดคิ้ว เขาคิดในใจว่าหลงหลิงชักจะเหลวไหลขึ้นทุกวัน
เขาจึงก้าวออกไปข้างหน้า
“ฉันเอง กงหมินเสวี่ยเอง”
“เชิญเข้ามาเลยค่ะ” หลงหลิงกระโดดโลดเต้นนำทางไป
บรรยากาศกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง ทุกคนต่างซุบซิบกันเสียงดัง
“ทำเป็นอวดดี คิดว่าตัวเองยังเด็กอยู่รึไง”
“นี่นายไม่รู้รึไง ว่าตอนไปเก็บของเหลว น่ะ หลงหลิงโดนพลังจิตทำร้าย สมองได้รับความเสียหาย ได้ยินมาว่าสติปัญญาจะหยุดอยู่แค่ประมาณ 18 ปี เท่านั้น”
“จริงดิ”
ภายนอกห้องเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ ข้างในห้องก็ไม่ต่างกัน
ขณะที่หลงหลิงเดินนำไป กงหมินเสวี่ยเห็นท่าทางการเดินของหลงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะบ่น “นี่เธอ โตจนป่านนี้แล้ว เดินให้มันเรียบร้อยหน่อยได้มั้ย”
“เรื่องของฉัน” หลงหลิงเม้มปาก ไม่สนใจกงหมินเสวี่ยแม้แต่น้อย
“นี่ เข้าไปแล้วก็พูดธุระให้เสร็จ แล้วก็รีบไสหัวไปซะ”
“ฉันชื่อกงหมินเสวี่ย ไม่ใช่ “นี่””
กงหมินเสวี่ยเริ่มโมโห พลังพิเศษของเขากระตุกจนเส้นผมลุกตั้งชี้ฟ้าเพราะไฟฟ้าสถิต
“ว้าว ผมเธอยุ่งจังเลย” หลงหลิงทำท่าจะเอื้อมมือไปจับ
กงหมินเสวี่ยรีบคว้ามือของหลงหลิงไว้ “อย่ามาจับต้องตัวฉันนะ พวกเราไม่สนิทกัน”
“ก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว ฉันยังจำชื่อเธอไม่ได้เลย”
“เธอ!”
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะปะทะกัน ประตูห้องทำงานก็เปิดออก เสียงของมู่เจียงหรงดังขึ้น “หมิ่นเสวีย มาถึงแล้วก็เชิญเข้ามาสิ เสียงดังอะไรกันอยู่ข้างนอก”
“ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย”
กงหมินเสวี่ยพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องอย่างหัวเสีย ส่วนหลงหลิงทำหน้าทะเล้นใส่เป็นการตอบโต้
เมื่อกงหมินเสวี่ยเข้ามาในห้องทำงาน มู่เจียงหรงก็ออกมาต้อนรับ พร้อมกับกระซิบว่า “หลงหลิงโดนพลังจิตทำร้าย สมองได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อสติปัญญาและความจำ เธออย่าไปถือสาเธอเลย”
“ว่าแล้วเชียว ทำไมถึงได้ไม่มีสัมมาคารวะแบบนี้”
มู่เจียงหรงนำทางกงหมินเสวี่ยเดินผ่านโต๊ะทดลองขนาดใหญ่ จนกระทั่งได้พบกับเฉินเทียนเซิงที่กำลังทำการทดลองอยู่
“ลุง ฉันมาแล้ว” กงหมินเสวี่ยเอ่ยทักทาย
เฉินเทียนเซิงไม่เงยหน้าขึ้นมามอง แต่พูดกับหยูเหนียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า “ทดลองต่อไปตามทฤษฎีของนาย”
หลังจากมอบหมายงานให้หยูเหนียนแล้ว เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองกงหมินเสวี่ย “มีเรื่องก็พูดมา ไม่มีก็เชิญ” พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาทดลองต่อ จนเหมือนกับว่าร่างกายของเขาแบ่งออกเป็นสองร่างได้
กงหมินเสวี่ยเบะปากอย่างไม่พอใจ ยื่นเอกสารที่เตรียมไว้ให้
“นี่คือใบสมัครของฉัน เป็นโครงการวิจัยทั้งหมดสิบหกโครงการ ต้องการของเหลว ทั้งหมด 24 ลูกบาศก์เซนติเมตร”
เฉินเทียนเซิงไม่ได้แม้แต่จะชายตามอง มู่เจียงหรงจึงรับเอกสารมาเปิดดูทีละหน้า แล้วรายงานให้เขาฟัง
“เครื่องยนต์วาร์ป, ปืนใหญ่รังสีแกมมา, เครื่องยนต์ขับเคลื่อนพลังงานสูง, เครื่องรักษาเสถียรภาพประตูควอนตัมระยะไกล, ระบบพลังงานของยานอวกาศ และโครงการเคลือบนาโน…”
หลังจากรับฟังรายงานทั้งสิบหกโครงการเสร็จสิ้น เฉินเทียนเซิงก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานพร้อมกับเอ่ยปากขึ้นว่า “ยกเว้นโครงการเคลือบนาโน โครงการอื่นอนุมัติให้ทั้งหมด”
“ทำไมคะ” กงหมินเสวี่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ทรัพยากรเรามีจำกัด การวิจัยและพัฒนาทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับนาโนให้ระงับไว้ก่อน เอาทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปใช้กับสิ่งที่สำคัญกว่าดีกว่า”
“แต่ว่าถ้ารวมเทคโนโลยีนาโนเข้ากับของเหลว มันจะทำให้หุ่นยนต์นาโนแข็งแกร่งไม่มีใครทำลายได้เลยนะคะ แม้แต่การสวมใส่หุ่นยนต์ลงจอดบนดวงอาทิตย์ก็ยังทำได้”
เฉินเทียนเซิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง “แต่เธอก็รู้นี่ว่า นั่นมันก็แค่ที่เธอคาดหวังไว้ ของเหลวจากดาวพฤหัสเรามีอยู่แค่นี้ ถ้าให้เธอเอาไปทำวิจัยจนหมด แล้วเกิดพลาดล่ะ จะทำยังไง”
มู่เจียงหรงรีบพูดเสริมทันที “ใช่ๆๆ เราผิดพลาดไม่ได้นะ เสียของเปล่าๆ”
กงหมินเสวี่ยเบะปากเถียงกลับ “ไม่เคยได้ยินเหรอคะว่า ลับขวานไม่เสียเวลาตัดฟืน ถ้าเราพัฒนาจนสามารถรวมนาโนเข้ากับของเหลวจากดาวพฤหัสได้สำเร็จ เราจะสามารถสวมหุ่นยนต์เข้าไปในชั้นในของดาวพฤหัสได้เลยนะ ถึงตอนนั้นอยากได้ของเหลวจากดาวพฤหัสแค่ไหนก็ได้”
เฉินเทียนเซิงไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย จึงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ มู่เจียงหรงจึงอธิบายแทน “ไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เข้าไปในดาวพฤหัสน่ะไม่ยาก แต่ที่ยากคือจะออกมาต่างหาก ต่อให้หุ่นยนต์นาโนแข็งแกร่งแค่ไหน มันก็ต้องมีจุดอ่อน ใช้หุ่นยนต์ควอนตัมควบคุมน่าจะดีกว่า”
กงหมินเสวี่ยไม่ยอมแพ้ เธออ้อนวอน “ฉันไม่ได้ขอเยอะเลยนะ แค่ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตรเอง ขอร้องล่ะ นะๆๆ”
“ทำไมเธอถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ” เฉินเทียนเซิงถาม
กงหมินเสวี่ยเถียงกลับ “ก็นี่มันโครงการของฉัน โครงการคนอื่นอนุมัติให้หมด ดันมาติดที่โครงการของฉันเนี่ยนะ แล้วแบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
เฉินเทียนเซิงเริ่มจะหมดความอดทน “ของเหลวจากดาวพฤหัสแค่ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร เธอจะสร้างหุ่นยนต์ได้สักกี่ชุดเชียว”
กงหมินเสวี่ยนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วขึ้นมา 1 นิ้ว
เฉินเทียนเซิงขมวดคิ้ว “ร้อยชุด หรือ พันชุด พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยสิ”
กงหมินเสวี่ยตอบเสียงอ่อย “10 ชุดค่ะ”
“บ้าไปแล้ว!” เฉินเทียนเซิงกำลังจะโกรธ มู่เจียงหรงรีบห้าม “ใจเย็นๆๆ แค่ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตรเอง ยอมๆ เธอไปเถอะ”
เฉินเทียนเซิงตวาด “แค่ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร เธอบอกว่าแค่นี้เหรอ วัสดุความหนาแน่นสูงขนาดนั้น แค่ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร น้ำหนักก็เท่ากับน้ำเป็นร้อยล้านเท่า เธอบอกว่าจะสร้างหุ่นยนต์ได้ 10 ชุด งั้นก็เท่ากับว่า หุ่นยนต์ 1 ชุด หนักเป็นร้อยล้านตัน ใครจะไปใส่ไหว”
กงหมินเสวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าความหนาแน่นมันสูงขนาดนั้น บางทีฉันอาจจะสร้างได้ถึง 10,000 ชุดก็ได้นะคะ ลุงอย่าเพิ่งโกรธ ฉันไม่เคยเห็นของเหลวจากดาวพฤหัสมาก่อนเลย ขอโอกาสฉันสักครั้งเถอะนะคะ”
เฉินเทียนเซิงมองบน ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ “ถ้าจะวิจัยจริงๆ งั้นก็ได้แค่ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตรเท่านั้น และต้องสร้างออกมาให้ได้อย่างน้อย 1,000 ชุด”
กงหมินเสวี่ยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกหมดหวังไปในทันที
“แค่เม็ดข้าวเท่านี้เอง มันจะพอเหรอคะ” กงหมินเสวี่ยเอ่ยถามขึ้น ขณะเดินตามมู่เจียงหรงออกมาจากห้อง
“พอล่ะน่า คนอื่นๆ เขาก็ได้กันแค่นี้แหละ ต้องให้เท่าเทียมกันสิ” มู่เจียงหรงตอบ
ระหว่างทางเดินออกไป กงหมินเสวี่ยก็ยังคงสงสัย “ว่าแต่ฉันได้ยินมาว่า ของเหลวที่เก็บมาได้เนี่ย มีอย่างน้อยตั้ง 14 ลูกบาศก์เมตร เก็บไว้เยอะแยะทำไมเหรอคะ”
“ก็เอาไว้สร้างยานรบ ยานอวกาศรุ่นใหม่ กองทัพหุ่นยนต์ ไหนจะยานรบระดับ C อีก สร้างแค่ลำเดียวก็ใช้ของเหลวอย่างน้อย 1 ลูกบาศก์เมตรเชียวนะ ยังคิดว่ามันเยอะอีกเหรอ” คำอธิบายของมู่เจียงหรง ทำให้กงหมินเสวี่ยถึงกับเงียบไป
“เอาเถอะๆ งั้นตกลงตามนี้นะ รอฉันสร้างหุ่นยนต์นาโนรุ่นล่าสุดเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะเก็บไว้ให้ชุดนึง ไม่ให้ลุงหรอก ใครใช้ให้เขาขี้เหนียวไม่ยอมอนุมัติโครงการฉัน”
…