หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 795 อาการบาดเจ็บที่สมองรุนแรงมาก
บทที่ 795
อาการบาดเจ็บที่สมองรุนแรงมาก
“หุ่นยนต์ออกมาจากชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสได้สำเร็จแล้ว!”
“หัวหน้าสุดยอด!”
“เตรียมตัวต้อนรับ!”
ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัยหรือนักบิน ทุกคนบนยานโอลิฟต่างวิ่งไปที่ประตูด้วยความตื่นเต้น เพื่อรอต้อนรับวีรบุรุษ
หุ่นยนต์ค่อยๆ โคจรเข้าใกล้ยานโอลิฟ โดยมียานลำอื่นๆ บินคุ้มกันอย่างเป็นระเบียบ เพื่อนำหุ่นยนต์เข้าสู่ภายในยาน
ภายใต้สายตาของทุกคน หุ่นยนต์ลงจอดบนยานโอลิฟได้สำเร็จ เฉินเทียนเซิงถอดแขนกลทั้งสองข้าง วางไว้บนอุปกรณ์ต้านแรงโน้มถ่วง
เขาออกคำสั่ง “เฉินหมิงหยู! รีบจัดคนไปแยกสารของไหลวิกฤตยิ่งยวดออกมา ทรัพยากรมีจำกัด ต้องไม่ให้สูญเปล่าแม้แต่น้อย”
“รับทราบครับ!”
ดวงตาของนักวิจัยทุกคนเป็นประกาย
ถัดมา เฉินเทียนเซิงก็ตัดการเชื่อมต่อทางจิต กลับเข้าสู่ร่างกาย
ทันทีที่ลืมตาขึ้น เขาก็เห็นหยางเซวี่ยกำลังได้รับการปฐมพยาบาลจากแพทย์
“เป็นยังไงบ้าง หยางเซวี่ยเธอ…”
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ก็เห็นน้ำตาหลงหลิงไหลอาบแก้ม เธอสะอื้นเบาๆ
“หัวหน้า พวกเราพยายามอย่างเต็มที่แล้วค่ะ”
แพทย์ทุกคนก้มหน้า ไม่กล้ามองเฉินเทียนเซิง
เฉินเทียนเซิงรีบตรงไปที่ข้างเตียง ตรวจสอบเครื่องตรวจคลื่นสมองอย่างรวดเร็ว
“คลื่นสมองอ่อนขนาดนี้ เธออยู่ข้างในนานแค่ไหนกันแน่”
เฉินเทียนเซิงโกรธจนตัวสั่น หลังจากตรวจสอบเสร็จ เขารีบออกคำสั่ง
“หลงหลิง! เลิกร้องไห้ได้แล้ว รีบไปเตรียมยาน เราจะไปดาวอังคาร ไปหาจ้าวซือหรุน ยังมีโอกาส เธอต้องปลอดภัย”
“ฮือๆ”
หลงหลิงปาดน้ำตาแล้ววิ่งออกไปทันที
เฉินเทียนเซิงอุ้มหยางเซวี่ยไว้ในอ้อมแขน ไล่ตามเธอไปติดๆ
…
บนยานรบโอลิฟ ลูกเรือทุกคนต่างเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข เพราะพวกเขาได้รับสารของไหลวิกฤตยิ่งยวด อีกทั้งยังมีความหนาแน่นสูง เมื่อมีวัสดุนี้แล้ว พวกเขาก็สามารถสร้างเทคโนโลยีระดับตำนานได้
นี่คือก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ของโลก
แต่ความยินดียังไม่ทันจางหาย พวกเขาก็เห็นหลงหลิงและเฉินเทียนเซิงวิ่งผ่านไป
ทุกคนหยุดเชียร์ จ้องมองไปยังร่างที่เลือนหายไปด้วยความเงียบงัน
พวกเขารู้ดีว่า สิ่งที่ทำให้ได้สารของไหลวิกฤตยิ่งยวดมานั้น คือการเสียสละตัวเองของหยางเซวี่ย
หลงหลิงรีบขออนุญาตใช้ยานลำเลียง แล้วตรงไปที่ห้องควบคุม เธอเปิดใช้งานระบบต่างๆ ทันที
เฉินเทียนเซิงอุ้มหยางเซวี่ย นั่งลงบนที่นั่งข้างคนขับ เขาลูบใบหน้าซีดเซียวของเธอเบาๆ โดยไม่รอช้า ยานลำเลียงก็ทะยานออกไป
ณ ฐานลับบนดาวอังคาร
ภายในฐานอันกว้างใหญ่ มีเพียงหญิงงามราวกับนางฟ้าอย่างจ้าวซือหรุนเท่านั้นที่อาศัยอยู่
ทุกวันเธอต้องทำงานร่วมกับร่างโคลนนิ่ง เนื่องจากได้รับมอบหมายจากเฉินเทียนเซิงให้ชุบชีวิตผู้คนกว่าหมื่นคน เธอจึงต้องทุ่มเทเวลา 24 ชั่วโมง ศึกษาค้นคว้าด้านพันธุวิศวกรรม
วันนี้ก็เช่นเคย หลังจากทานอาหารเสร็จ เธอก็เริ่มต้นงานวิจัยทันที ตอนนี้เธอกำลังพยายามถอดรหัสพันธุกรรมของ ไชจุนหู สามีของเธอ
ทว่า ขณะที่กำลังทำงานอยู่นั้น บริเวณลานจอดยานภายในฐานก็มีเสียงดังขึ้น จ้าวซือหรุนเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย
“ใครมา?”
เธอเปิดระบบกล้องวงจรปิด ก็เห็นหลงหลิงกับ เฉินเทียนเซิงวิ่งลงมาจากยาน เฉินเทียนเซิงอุ้มใครบางคนเอาไว้ ดูเหมือนจะเป็นหยางเซวี่ย
เธอรีบลุกขึ้น วิ่งออกไปต้อนรับ
“นายท่าน!”
ด้วยความเคยชิน จ้าวซือหรุนเกือบจะคุกเข่าคำนับ แต่เฉินเทียนเซิงก็ร้องห้ามไว้เสียก่อน
“ไม่ต้องมากพิธี รีบช่วยคนก่อน!”
เฉินเทียนเซิงพาพวกเธอเข้าไปในห้อง วางหยางเซวี่ย ลงบนเตียง
จ้าวซือหรุนเอามือแตะที่ขมับของหยางเซวี่ย เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เล่าทีหลัง เอาเป็นว่ารีบช่วยเธอเถอะ”
“ค่ะ”
หลังจากตอบรับแล้ว จ้าวซือหรุนก็หลับตาลง เธอใช้พลังจิตและพลังบำบัด ฟื้นฟูเส้นประสาทในสมองของหยางเซวี่ย
เมื่อการช่วยเหลือสำเร็จ หลงหลิงที่อยู่ในอาการตึงเครียดมาตลอดก็รู้สึกผ่อนคลาย แต่แล้วเธอก็เซไปมา ก่อนจะหมดสติล้มลงไป
เฉินเทียนเซิงรีบประคองหลงหลิงไว้ ตบหน้าเธอเบาๆ
“หลงหลิง! เฮ้! ฟื้นสิ เธอจะมาเป็นอะไรอีกเนี่ย”
แต่แล้วหลงหลิงกลับกรนเสียงดัง
จ้าวซือหรุนลืมตาขึ้น เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอเบ้ปากอย่างลืมตัว
“นายท่านคะ”
เฉินเทียนเซิงหันไปมองจ้าวซือหรุน ถามด้วยความร้อนใจ
“หยางเซวี่ยเป็นยังไงบ้าง รักษาหายไหม”
“หายค่ะ แต่อาการบาดเจ็บที่สมองค่อนข้างรุนแรง ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน”
เฉินเทียนเซิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาอุ้มหลงหลิงขึ้น พลางถาม
“รักษาหายก็ดีแล้ว ช่วยดูหน่อยว่าหลงหลิงเป็นอะไร”
ถึงแม้จะไม่พอใจ แต่จ้าวซือหรุนก็เดินเข้ามาตรวจดู เธอใช้พลังตรวจสอบแล้วพูดอย่างแปลกใจ
“เส้นประสาทในสมองของเธอได้รับความเสียหายค่ะ แต่อาการไม่รุนแรงเท่าหยางเซวี่ย เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้รับบาดเจ็บทางจิตใจพร้อมกันแบบนี้คะ”
เฉินเทียนเซิงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนดาวพฤหัสให้ฟังคร่าวๆ
จ้าวซือหรุนถึงบางอ้อ ต้นตอของเรื่องก็คือหุ่นยนต์นี่เอง
“ฉันเคยบอกกับมู่เจียงหรงแล้วว่าอย่าใช้การเชื่อมต่อทางจิตใจกับหุ่นยนต์ เพราะถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่ อาจส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณได้ ต่างจากร่างกายที่ตายแล้วสามารถโคลนนิ่งขึ้นมาใหม่ได้ แต่ถ้าจิตวิญญาณเสียหาย จะไม่สามารถชุบชีวิตได้อีก”
“หมายความว่า…รักษาไม่หายอย่างนั้นเหรอ” เฉินเทียนเซิงถามอย่างดุดัน
“รักษาได้ค่ะ…แต่คงไม่หายขาด”
จ้าวซือหรุนอธิบายว่า “นายท่าน ท่านยังไม่เข้าใจถึงอันตรายของการเชื่อมต่อทางจิตใจ ความเสียหายทางจิตใจก็คือความเสียหายของวิญญาณ ไม่ใช่แค่เรื่องจิตใจอ่อนแอธรรมดา”
“ฉันรักษาได้ค่ะ แต่ถ้าอยากหายขาดต้องพักฟื้น แม้จะหายดีแล้ว แต่อาจส่งผลต่อความจำหรือการตัดสินใจ แม้จะโคลนนิ่งขึ้นมาใหม่ ก็ยังคงมีความบกพร่องอยู่บ้าง”
“ปวดหัวชะมัด” เฉินเทียนเซิงพูดอย่างจนใจ
จ้าวซือหรุนเห็นสีหน้าของเฉินเทียนเซิงก็เข้าใจขึ้นมาทันที
“นายท่าน ฉันพูดผิดไป ขออภัยค่ะ หากค่อยๆ พักฟื้น พวกเธอก็จะต้องหายดี ท่านอย่ากังวลไปเลยค่ะ”
เฉินเทียนเซิงหันไปมองจ้าวซือหรุน ตบบ่าเธอเบาๆ แล้วพูดว่า “พวกเธอเป็นวีรสตรี ฝากเธอด้วยนะ ทุ่มเทรักษาพวกเธอให้เต็มที่”
“ค่ะ” จ้าวซือหรุนคุกเข่าข้างเดียว
เฉินเทียนเซิงเชิดคางขึ้น ถามว่า “หลงหลิงไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย”
จ้าวซือหรุนส่ายหน้าเบาๆ “สาหัสมากค่ะ สมองส่วนฮิปโปแคมปัสของเธอได้รับความเสียหาย นั่นหมายความว่า ความคิดของเธออาจหยุดอยู่แค่นี้ตลอดไป บุคลิกของเธอจะไม่เปลี่ยนไปตามวัย”
“แล้วหยางเซวี่ยล่ะ” น้ำเสียงของเฉินเทียนเซิงดูเคร่งขรึม
“การบาดเจ็บของเส้นประสาทในสมองของ พี่หยางเซวี่ยค่อนข้างรุนแรง แม้จะรักษาหาย ความทรงจำของเธออาจ…”
เฉินเทียนเซิงลุกขึ้นยืน มองหยางเซวี่ยที่ใบหน้าซีดเซียวอย่างเวทนา “ถ้าไม่มีความทรงจำในอดีต เธอก็ไม่ต้องแบกรับอะไรอีกต่อไป บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับเธอ”
จู่ๆ จ้าวซือหรุนก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงกล่าวว่า “จริงสิ นายท่าน มีเรื่องหนึ่งที่ท่านควรจะรู้”
“ว่ามาสิ”
“หยูเหนียนได้รับมอบหมายให้วิจัยเรื่องการจัดเก็บข้อมูลควอนตัม ตอนนี้มีความคืบหน้าไปมาก เขาค่อนข้างเชี่ยวชาญในด้านนี้ ลองเรียกเขามาร่วมรักษาด้วยสิคะ ผลลัพธ์น่าจะดีขึ้น”
…
หลังจากนั้น เฉินเทียนเซิงก็ตั้งหลักอยู่ที่ฐานลับบนดาวอังคาร เรื่องราวใหญ่เล็กน้อยต่างๆ ภายในสตาร์ไฟร์ หากจำเป็นต้องรายงาน ต่างก็มารายงานที่ฐานลับบนดาวอังคาร
แน่นอนว่าด้วยการค้นพบแร่ธาตุหายาก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจึงพัฒนาไปอย่างมาก
เทคโนโลยีของสตาร์ไฟร์ก้าวข้ามจากระดับ 2 สู่ระดับ 3 ในที่สุด