หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 806 แผนสำรอง
บทที่ 806
แผนสำรอง
ห้องบัญชาการยานคุนเผิง
เฉินเทียนเซิงนั่งบนบัลลังก์ผู้บัญชาการ มือข้างหนึ่งเท้าคาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ที่ผ่านมาเขากังวลอยู่เสมอว่าการตัดสินใจทำสงครามครั้งนี้ จะเป็นการพาพี่น้องไปตาย ทำให้เป็นเวลานานที่เขาไม่กล้ามองหน้าพี่น้องในกองกำลังสตาร์ไฟร์
เขาเป็นใครกัน ถึงทำให้คนนับล้านยอมสละชีวิตเพื่อเขา พาคนนับล้านไปตายอย่างกล้าหาญ
แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ ผลสุดท้ายก็คือการถูกทำลายล้าง เขาไม่มีทางเลือก
แต่ทหารกว่าล้านนายนี้ ยินยอมพร้อมใจจริงๆ หรือไม่ เขาเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
“บางที ฉันควรจะทิ้งแผนสำรองไว้ให้โลก เผื่อว่าเรา พ่ายแพ้ อารยธรรมของโลกจะต้องไม่เดินตามรอยดาวนิบิรุ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินเทียนเซิงก็เกิดแผนการขึ้นมาทันที
เขาเดินเข้าไปในห้องสื่อสารควอนตัม เชื่อมต่อระบบ และโทรออกด้วยเสียง
“สวี่หว่านชิว ได้ยินไหม ตอบด้วย”
“ฉันอยู่ค่ะ มีอะไรคะ”
“ช่วยทำสองอย่างให้ฉันหน่อย อย่างแรก ช่วยปรับปรุงเกาะสวรรค์แบบแปลนฉันจะส่งให้ทีหลัง อย่างที่สอง ขนย้ายโบราณวัตถุทั้งหมดที่เรายึดมาจากทั่วโลก ไปไว้ที่ท่าอวกาศ และออกแบบห้องจัดแสดงนิทรรศการโดยเฉพาะ”
“โอเค มีอะไรอีกไหมคะ”
“ไม่มีแล้ว”
สวี่หว่านชิวดูผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “อีกครึ่งเดือนก็ถึงวันปีใหม่แล้ว คุณจะกลับมาร่วมงานฉลองหรือเปล่า”
“ร่วมสิ ต้องร่วมอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ฉัน ทุกคนในกองกำลังสตาร์ไฟร์ต้องมาร่วมงานให้หมด บอกฝ่ายขนส่งเตรียมงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เกาะสวรรค์ให้ฉันด้วย ฉันจะดื่มฉลองกับทุกคนในกองกำลังสตาร์ไฟร์ให้เต็มที่”
“โอเคค่ะ”
หลังจากวางสาย เฉินเทียนเซิงก็เปิดหน้าจอระบบ และเริ่มออกแบบแบบแปลนการปรับปรุงเกาะสวรรค์
แผนการนี้เป็นการแอบซ่อนความลับ เฉินเทียนเซิงต้องการออกแบบเกาะสวรรค์ให้คล้ายกับฐานโคลนบนดาวอังคาร และต้องเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด แม้กระทั่งในภายหลังสามารถดัดแปลงเป็นยานอวกาศระดับ B ได้
หากมีความเป็นไปได้ที่จะพ่ายแพ้ในสงคราม ก็จะเปิดใช้งานแผนสุดท้าย แผนเรือโนอาห์ นำ DNA ของทุกคน และแคปซูลโคลนจำนวนมาก ออกจากระบบสุริยะ และเปิดใช้งานโปรแกรมการฟื้นคืนชีพโดยอัตโนมัติในอวกาศ
นี่คือแผนสำรองสุดท้ายที่เฉินเทียนเซิงเตรียมไว้ให้กับโลก
…
โลก
เมืองดูไบ
ตงฟางหลงซูกำลังใช้สำลีชุบเบตาดีนเช็ดรอยฟกช้ำบนใบหน้าของหลงหลิง
“ซางกวนเฟยหยาน จริงๆ เลย ลงมือไม่รู้จักเบานึกว่าต่อสู้จริงจัง บอกแล้วว่าแค่ประลองฝีมือ ดูสิ หน้าของเธอฟกช้ำขนาดนี้ เกือบเสียโฉมแล้วไหมล่ะ”
“หนูไม่ได้แพ้นะ เธอเจ็บหนักกว่าหนูอีก หนูชนะต่างหาก!”
หลงหลิงรีบโต้แย้งทันควัน
“ได้ ๆ ๆ ปู่ยอมแล้ว หล่อนเจ็บหนักกว่า แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่เจ้าโดนซ้อมจนหน้าเหมือนหมูแบบนี้ล่ะ ถ้าเกิดหน้าเสียโฉมขึ้นมา เจ้าคิดว่าเฉินเทียนเซิงจะยังสนใจเจ้าอยู่อีกเหรอ”
เมื่อการสนทนาไหลมาถึงจุดนี้ ปู่หลงซูจึงเอ่ยถามต่อ
“เล่าให้ปู่ฟังหน่อยซิ เจ้ากับเฉินเทียนเซิงคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ได้เสียกันหรือยัง”
“ปู่ พูดอะไรเนี่ย”
หลงหลิงมีสีหน้าเขินอายทันทีที่ได้ยินคำถามนี้
“ทำไมจะพูดไม่ได้ เจ้าโตเป็นสาวแล้วนะ อายุก็ปาเข้าไปจะ 20 แล้วนะ ตอนปู่อายุเท่านี้ยังมีลูกคนแรกแล้วเลย รีบ ๆ หน่อยสิ หรือจะรออะไรอีก”
หลงหลิงเบะปากอาการบาดเจ็บที่ใบหน้าทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบจนต้องกัดฟัน
“เฉินเทียนเซิงน่ะ เป็นพวกบ้างาน ติดตัวเขาไป 24 ชั่วโมง เขาก็เอาแต่ทำงาน ไม่ยอมหลับยอมนอน ฉันจะหาโอกาสปล้ำเขายังไงไหว”
ปู่หลงซูโยนขยะในมือทิ้งแล้วนับนิ้วคำนวณ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“เอ๊ะ จริงสิ ประจำเดือนของเจ้าช่วงนี้มาไม่ปกติใช่ไหม”
“ค่ะ ในอวกาศมันไม่มีนาฬิกาชีวิต นอนก็ตอนที่ง่วง เลยทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ”
“อืม”
ปู่หลงซูถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แบบนี้ไม่ดีแน่ ๆ จะทำให้มีลูกยาก เอาอย่างนี้ ช่วงนี้เจ้าบำรุงร่างกายให้แข็งแรงก่อน ปู่จะหาฤกษ์งามยามดีให้ แล้วเจ้าก็ไปหาเฉินเทียนเซิง ใส่ยานอนหลับเขาซะ พยายามทำให้ท้องให้ได้”
“ค่ะ”
หลงหลิงเบะปาก เธอขวยเขินจนเผลอนั่งขยับนิ้วไปมาอย่างไม่รู้ตัว
…
ณ ห้องอีกห้องหนึ่ง
ซางกวนเฟยหยานถูกพันผ้าพันแผลทั้งตัวราวกับมัมมี่
ซางกวนชิงหยุน พี่ชายของเธอกำลังปอกเปลือกแอปเปิ้ลพลางบ่นพึมพำ
“นึกว่าฝีมือระดับปรมาจารย์อย่างเจ้า จะจัดการกับหลงหลิงได้สบาย ๆ ที่ไหนได้ ทำฉันต้องเสียยานอวกาศไปลำนึง”
ซางกวนเฟยหยานโอดครวญ
“ไม่ใช่ความผิดฉันซะหน่อย ถ้าหล่อนไม่ใส่ชุดเกราะนั่น ฉันชนะแน่”
“เหอะ ก็ยังแพ้อยู่ดี”
ซางกวนชิงหยุนเพิ่งปอกเปลือกแอปเปิลเสร็จ ซางกวนเฟยหยานอ้าปากจะกิน แต่พี่ชายกลับหยิบเข้าปากตัวเองโดยไม่คิดจะแบ่งน้องสาวเลยสักนิด
“พี่…”
“อะไร”
ซางกวนชิงหยุนแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“ไปตายซะ”
“โกรธอะไรนักหนา”
ทันใดนั้นซางกวนหวางถิงก็เดินเข้ามาในห้อง เขามองซางกวนเฟยหยานที่ถูกพันผ้าพันแผลทั้งตัวอย่างพิจารณา
“พ่อ”
“พ่อ หนูขอโทษที่ทำให้พ่อผิดหวัง”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องลุกก็ได้”
ซางกวนหวางถิงนั่งลงข้างเตียงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หลงซู ไอ้แก่เจ้าเล่ห์ นั่นมันฉวยโอกาสในช่วงที่ตัวเองแก่แล้ว ส่งทั้งหลานชายหลานสาวเข้ามาเป็นสายลับในกองกำลังเพลิงพิโรธ ทำให้พวกเราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เมื่อกี้พ่อแอบได้ยินมาว่า ไอ้แก่นั่นมันคิดจะให้หลงหลิงไปจัดการกับเฉินเทียนเซิง”
“หา!”
พี่ชายและน้องสาวต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อได้ยินพ่อพูดเช่นนั้น
“ ใกล้น้ำ ย่อมได้ใช้ก่อน หลงหลิง มีโอกาสเช่นนี้ ลูกสาวข้า ซางกวนเฟยหยาน ก็ต้องไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ลูกพ่อ ถ้าพ่อให้เจ้าสนิทสนมกับเฉินเทียนเซิง เจ้าจะว่าอย่างไร”
ซางกวนเฟยหยานถึงกับหน้าแดงก่ำ
“พ่อคะ เรื่องแบบนี้มันไม่เหมาะสมหรอกค่ะ”
“ไม่เหมาะสมอย่างไรกัน ในสมัยโบราณ จักรพรรดิท่านใดไม่มีสนมเป็นโขยง ทั้งสามพระตำหนัก หกห้องบรรทม และนางสนมเจ็ดสิบสองคน หากเจ้าแต่งเข้าบ้านเฉินเทียนเซิงพร้อมกับหลงหลิง ก็ยิ่งทำให้อิทธิพลของสี่ตระกูลใหญ่ของเรามั่นคงยิ่งขึ้นไม่ใช่หรือ”
ยิ่งพูดซางกวนหวางถิงก็ยิ่งตื่นเต้น
“บัดนี้ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ลูกพ่อ เจ้าควรเข้าใจความรู้สึกของพ่อบ้างสิ”
ซางกวนเฟยหยานเอ่ยด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“เข้าใจค่ะ หนูเข้าใจ แต่ว่า… หนูก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปสนิทสนมกับเฉินเทียนเซิงนี่คะ!”
“เหตุผลน่ะ พ่อหาให้ได้อยู่แล้ว พวกเจ้าทั้งสองคนเคยเข้าร่วมค่ายฝึกทางตะวันตกเฉียงเหนือไม่ใช่หรือ เรื่องแค่นี้ พ่อไม่ถือสาหรอก เดี๋ยวพ่อไปขอร้องเจ้าหนูหลงเหยียน ให้มันช่วยหาตำแหน่งในกองกำลังชุดดำให้เจ้าเอง”
“หนูจะเชื่อฟังพ่อทุกอย่างค่ะ”
ซางกวนเฟยหยานตอบตกลงด้วยความยินดี
หลังจากซางกวนหวางถิงจากไปซางกวนชิงหยุนก็เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“น้องสาว ถ้าได้เป็นจักรพรรดินีในอนาคต อย่าลืมพี่ชายคนนี้ก็แล้วกัน!”
พูดจบก็ยื่นแอปเปิลที่เหลือครึ่งลูกให้น้องสาว
“ไปให้พ้น! ไสหัวไปเลย! ไม่ต้องการเห็นหน้า!”
…
ณ เมืองหลวง
หลงเหยียนกำลังประชุมรับฟังรายงานความคืบหน้าจากวิศวกรของโรงงานต่อเรือจากทั่วประเทศ
“เดิมที พวกเราสามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด แต่เนื่องจากหลี่ฮงกวงเปลี่ยนแปลงแผนการสร้างกะทันหัน เปลี่ยนสีตัวถังของยานอวกาศใหม่ทั้งหมด พวกเราจึงจำเป็นต้อง…”
“แต่ก่อนก็ว่าไปอย่าง ตอนนี้จู่ๆ เพิ่มเติมโครงการใหม่ เปลี่ยนแปลงแผนการออกแบบเดิม เพิ่มเครื่องยนต์วาร์ป รวมไปถึงการเคลือบผิวตัวยาน ล้วนต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขใหม่ทั้งสิ้น ขอความกรุณาผ่อนผันให้อีกสักหน่อยไม่ได้เชียวหรือ ขอแค่เดือนเดียว สักหนึ่งสัปดาห์ก็ยังดี”
หลงเหยียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เลื่อนไม่ได้ แม้แต่นาทีเดียวก็เสียเวลาไม่ได้ ทั้งหมด 14 ลำ เรือรบระดับ D จำนวน 4 ลำ เรือรบระดับ C ส่งมอบภายในวันขึ้นปีใหม่ นี่คือคำสั่งเด็ดขาดจากท่านผู้นำ ทุกท่านกรุณารับทราบไว้ด้วย”
ทันทีที่สิ้นเสียง ก็มีเสียงตะโกนดังลั่นมาจากทางเดิน
“หลงเหยียน! เจ้าเด็กเวร! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”