หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 822 เปิดเผยตัวตน
บทที่ 822
เปิดเผยตัวตน
เฉินเทียนเซิงกับเว่ยจงเทามาถึงพื้นที่ก่อสร้างระบบนิเวศที่นี่มีคนประมาณ 400 คนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของแผนกสนับสนุนแต่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาฝึกงานที่ไม่มีประสบการณ์
“ระบบนิเวศทั้งหมด108 แห่งทีมหลักของแผนกเทคโนโลยีและแผนกสนับสนุนทำงานกันอย่างหนัก นอกจากฐานปิดล้อมยังมีการเลี้ยงดูการขนส่งดินการใส่ปุ๋ยและการกำจัดรังสีเป็นต้น”
“ยากที่สุดคือการกำจัดรังสีกับการใส่ปุ๋ยส่งของเสียจากเรือรบทั้งหมดมาที่ระบบนิเวศอย่างน้อยต้องใช้เวลา1 เดือนดังนั้น…”
เว่ยจงเทากำลังอธิบายเฉินเทียนเซิงก็เยาะเย้ย
“พวกนายโง่จริงๆ”
“รู้จักนาโนเทคโนโลยีหรือเปล่า?”
เว่ยจงเทาอึ้ง
ทันใดเฉินเทียนเซิงหันไปมองระบบนิเวศที่กำลังวุ่นวาย
ยกมือขึ้นนาโนเทคโนโลยีเหมือนมีชีวิตขึ้นมา
เปลี่ยนรูปร่างต่างๆภายใต้การควบคุมของเฉินเทียนเซิงปกคลุมระบบนิเวศอย่างรวดเร็ว
พนักงานคนอื่นหยุดทำงานมองไปรอบๆอย่างงงๆ
“เกิดอะไรขึ้นฉันเพิ่งออกแบบแบบจำลองพื้นฐานเสร็จใครเอานาโนที่ฉันควบคุมไปหมด?”
“โอ้พระเจ้าควบคุมนาโนโรบอทได้พร้อมกันเยอะขนาดนี้อำนาจสูงมาก!”
ในขณะที่ทุกคนตะลึงงัน
เฉินเทียนเซิงถูกคลื่นนาโนพัดพาไปตรงกลาง
“เป็นท่านผู้นำ เฉินเทียนเซิง!”
“ว้าวเก่งจัง!”
เฉินเทียนเซิงเป็นศูนย์กลางรูปลักษณ์ภายนอกของระบบนิเวศทั้งหมดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใช้เวลาประมาณ1 ชั่วโมงระบบนิเวศขนาดหลายพันตารางเมตรถูกเฉินเทียนเซิงสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
โครงสร้างภายนอกเสร็จแล้วขั้นต่อไปคือรายละเอียดและสิ่งอำนวยความสะดวก
เฉินเทียนเซิงลงจากพื้นเว่ยจงเทาพูดอย่างชื่นชม
“ท่านเก่งจริงๆ”
เฉินเทียนเซิงตอบโต้
“ฉันสร้างเกาะสวรรค์ใช้เวลาเพียง7 วันเรื่องแค่นี้ไม่เท่าไหร่”
เว่ยจงเทาหัวเราะอย่างขมขื่น
“เราเทียบไม่ติดกับท่าน ท่านมีอำนาจสูงสุดควบคุม นาโนโรบอทได้เยอะ สำคัญคือท่านมีพลังจิตควบคุมได้ทุกอย่างเราทำไม่ได้เหมือนท่าน”
เฉินเทียนเซิงตบไหล่เว่ยจงเทา
“ค่อยๆ ทำไปทีละขั้น!”
พูดจบเฉินเทียนเซิงก็เริ่มสร้างรายละเอียด
นาโนโรบอทที่จัดเก็บไว้ภายใต้การดำเนินการของ เฉินเทียนเซิงสร้างเร็วมากการขนส่งตามไม่ทันการใช้
ยานขนส่งทั้งหมดส่งก้อนนาโนมาอย่างรวดเร็ว
ที่เฉินเทียนเซิงผ่านไปตามแบบสิ่งอำนวยความสะดวกของระบบนิเวศสร้างเสร็จทันที
คนที่รับผิดชอบการก่อสร้างตอนนี้กลายเป็นคนขนของช่วยงานหรือปูพื้นที่ปลูกพืช
“ระวังให้นาโนโรบอทรวมตัวเข้ากับดินด้วย”
“เก็บโปรแกรมนี้ไว้ นาโนเทคโนโลยีปลูกพืชมีประสิทธิภาพสูงกว่าการปลูกแบบดั้งเดิม”
ด้วยความช่วยเหลือของเฉินเทียนเซิงใช้เวลาเพียง3 วันก็เสร็จงานที่ต้องใช้เวลา2 เดือน
มองไปที่ระบบนิเวศปิดที่สมบูรณ์ทุกคนรู้สึกเหมือนฝันไม่จริง
เฉินเทียนเซิงดูเวลาแล้วพูดว่า
“ต่อไปพวกคุณปลูกพืช ผมจะไปดาวเคราะห์ระบบนิเวศต่อไป”
พูดจบเฉินเทียนเซิงก็ออกไปนั่งยานไปดาวเคราะห์น้อย ระบบนิเวศต่อไปทำซ้ำขั้นตอนเดิม
สร้างระบบนิเวศได้ภายใน3 วันความเร็วนี้ทำให้ทุกคนทึ่ง
โดยเฉพาะกัปตันหลงเหยียนของเรือเต่าดำเห็นความเร็วในการใช้ก้อนนาโน ถ้าไม่รู้ความจริงเขาจะต้องไปดูด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น
มีคนเคาะประตู หม่าโหย่วเหลียงผลักประตูเข้ามา
“ท่านผู้บัญชาการ ซางกวนเฟยหยานขอเข้าพบท่านจะให้พบหรือไม่”
“ซางกวนเฟยหยานมาทำไม?”
หลงเหยียนกำลังคิดเรื่องอื่น ซางกวนเฟยหยานผลัก หม่าโหย่วเหลียงออกแล้วเดินเข้ามาอย่างองอาจ
“จะมาทำอะไรได้ล่ะมาขอเสบียงจากยานแม่นะสิ”
ซางกวนเฟยหยานนั่งตรงข้ามหลงเหยียนอย่างองอาจยังเอาเท้าวางบนโต๊ะทำงานชี้คางขึ้นแล้วพูดว่า
“กองเรือเซี่ยงไฮ้เสบียงหมดแล้วจะขาดแคลนอาหารแล้วนายจะดูแลอย่างไร”
หลงเหยียนลูบจมูกแล้วส่งเอกสารกองหนึ่งให้ ซางกวนเฟยหยานพูดว่า
“ก่อนออกเดินทางเสบียงที่เตรียมไว้มีแค่นี้พอสำหรับคน1 ล้านคนกินผลก็รู้อยู่ว่ามีคนเพิ่มมา3 ล้านคนเรากำลังพยายามหาทางแก้วิกฤตอาหาร”
“เฉินเทียนเซิงอยู่ไหน หายไปหลายวันแล้ว บอกฉันทีว่าเขาอยู่ไหนฉันจะไปหาเขา”
หลงเหยียนขมวดคิ้ว
“เธอจะไปหาผู้นำทำไม?”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย”
ซางกวนเฟยหยานเบิกตาโตตบโต๊ะตะโกนว่า
“คนเรายังต้องกินข้าวเป็นหลักถ้ากินข้าวไม่ได้จะไปหาใคร”
หลงเหยียนเปิดระบบค้นหาตำแหน่งของผู้นำอย่างช่วยไม่ได้พูดขึ้น
“เขานะอยู่ที่ระบบนิเวศที่101”
“เจอกันใหม่”
ซางกวนเฟยหยานลุกขึ้นเดินออกไปขับยานไปที่ดาวเคราะห์นอกระบบนิเวศที่101
เห็นโดมกลมสีดำตั้งอยู่บนดาวเคราะห์
ซางกวนเฟยหยานขับยานเข้าไปในบริเวณจอดยานเดินไปทั่วระบบนิเวศเห็นพืชพรรณเขียวขจีเต็มไปหมดยิ่งโมโห
“ฉันสาธิตแค่ครั้งเดียวดูให้ดีๆ”
เฉินเทียนเซิงพูดจบก็ควบคุมนาโนโรบอทในดินเพื่อดำเนินการกับแปลงทดลองตรงหน้า
เห็นได้ชัดว่าต้นกล้าโผล่ขึ้นจากดินข้าวฟ่างเติบโตอย่างรวดเร็วใช้เวลาแค่ไม่กี่ลมหายใจก็สุกแก่เก็บเกี่ยวได้
“โอ้พระเจ้าทำได้ยังไง?”
ช่างเทคนิคต่างตกตะลึง
เฉินเทียนเซิงพูดต่อ
“ผมส่งขั้นตอนการดำเนินงานไปให้พวกคุณ วิธีควบคุมนาโนโรบอทเพื่อให้เติบโตเร็วขึ้นเรียนรู้เอาเองนะ”
“เฉินเทียนเซิง!”
ทันใดนั้นเสียงตะโกนของซางกวนเฟยหยานก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ทุกคนหันไปมองอย่างงุนงงเหล่านักรบชุดดำพร้อมจะชักดาบ
“บังอาจเรียกชื่อผู้นำตรง ๆเธออยากตายใช่ไหม!”
เหล่านักรบชุดดำชี้ปืนใส่
ซางกวนเฟยหยานเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วทันใดนั้นก็ถูกปืนจี้เธอรีบทำท่ายอมแพ้
“เข้าใจผิด ฉันมีเรื่องจะคุยกับผู้นำเลยพลั้งปากไป”
“นี่เธอ..”
เฉินเทียนเซิงเหลือบมองซางกวนเฟยหยาน
“มีอะไรหรือเปล่า”
ซางกวนเฟยหยานยังถูกปืนจี้อยู่เธอเขินอายจึงเลื่อนปืนออกไป
“แน่นอนว่ามีเรื่องสำคัญ”
เหล่านักรบยืนหยัดมั่นคงก่อนที่ผู้นำจะสั่งการพวกเขาจะไม่ยกเลิกการเฝ้าระวัง
“ฉันไม่มีเจตนาร้าย”
ซางกวนเฟยหยานยิ้มอย่างเขินอายตอบโต้อย่างรวดเร็ว
“แต่คุณต่างหาก ผลไม้สดเยอะขนาดนี้ทำไมไม่แจกจ่ายให้พวกเรา พวกเรากำลังจะอดตายแล้วคุณรู้ไหม”
เฉินเทียนเซิงเหลือบมองซางกวนเฟยหยานเปลี่ยนเรื่องถาม
“ทำไมไม่เห็นหลงหลิงเธอไปไหนแล้ว?”
“หลงหลิงไปไหนแล้วฉันจะรู้ได้ยังไง”
ซางกวนเฟยหยานเบ้ปากอารมณ์ไม่ดี
“หลงหลิงไม่อยู่เธอก็ทำหน้าที่แทนหลงหลิงประสานงานการขนส่งอาหารสดและประสานงานกับหลงเหยียน”
เฉินเทียนเซิงยืนอยู่ตรงหน้าเธอพูดอย่างจริงจัง
“ตอนนี้เธอไปประสานงานกับหลงเหยียนเลยให้เรือรบเต่าดำส่งกองเรือไปที่ระบบนิเวศต่างๆเพื่อนำอาหารไปแจกจ่ายให้แต่ละหน่วย”