หวางเฟยเสด็จ ท่านอ๋องหลีกไป - บทที่ 617 เจ้าของเรือต้องการทำเรื่องไม่ดีอีกแล้ว
หานแสไม่มีอะไรจะพูดทันที นานแล้วที่เขาไม่รู้สึกว่าทำอะไรต่อคนผู้หนึ่งไม่ได้
ความรู้สึกที่คุ้นเคยทั้งแปลกหน้าชนิดนี้
เขาหัวเราะเบาๆอย่างฉับพลัน!
ยื่นมือชี้ฮัวหยู่อันที่สลบไม่ได้สติ เลิกคิ้วขึ้น เสียงสบายๆที่มีความหมายลึกซึ้งดัง
ขึ้น
“นางลอบสังหารข้าครั้งแล้วครั้งเล่า หากว่าไม่ได้เห็นแก่ไมตรีจิตในอดีตของบาง
คน นางตายร้อยครั้งไปนานแล้ว แต่ถึงวันนี้ มิตรไมตรีของคนผู้นั้นได้มอดแล้ว ข้าก็
ปล่อยคนผู้นี้ไม่ได้ หรือว่าฆ่านางตอนนี้ดี”
พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นเตรียมลงมือ
กลับได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ หานแสหันมองไปทางเสียง เห็นดวงตาเหยียดหยามคู่
หนึ่งพอดี ซ่างกวนหนานซู่มือไว้ด้านหลัง ท่าทางสีหน้ามองดูละคร
“เจ้าหัวเราะอะไร?”
“เรื่องที่น่าขำเช่นนี้ไม่หัวเราะได้อย่างไร?” หลานเยาเยาหัวเราะอีกที ส่ายหน้า
อย่างจนปัญญา “หานแส เจ้าไล่ตามไม่หยุดหย่อน ไล่ตามจนถึงด้านหน้าของข้า
แล้วใช้คนผู้นี้ทำเป็นเหยื่อ ขวางกั้นทางไปของข้า คิดทดสอบอะไรเป็นแน่
ตอนยังทดสอบความจริงออกมาไม่ได้ แล้วเจ้าจะคิดฆ่าคนที่เป็นกุญแจสำคัญได้
อย่างไร?
เจ้าคิดยืมสิ่งนี้เพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองของข้า ดูสิ ตอนนี้ข้าตอบสนอง
เช่นนี้…….เจ้าพอใจหรือไม่?”
116
สีหน้าหลานเยาเยาไม่สะทกสะท้าน มุมปากยังปรากฏความเย้ยหยั่นบางๆ นาง
เดินเข้าไปอย่างไม่ไยดี สายตาจ้องมองหานแส
ความคิดของหานแสถูกเปิดโปง ในใจก็ไม่ได้โกรธ
แต่ยกมือขึ้นขับเคลื่อนกำลังภายใน ราวกับว่าวินาทีต่อมาก็จะฆ่าฮัวหยู่อันกับมือ
“การตอบสนองของเจ้าข้าไม่พอใจมาก ดูท่าแล้วต้องฆ่าคนจริงๆถึงสามารถดูการ
ตอบสนองที่แท้จริงของเจ้าออก วิธีฆ่าคนที่ข้าชื่นชอบเป็นที่สุด ก็คือใช้กำลังภายใน
ดูดเลือดเนื้อของคนให้แห้ง เหลือเพียงโครงกระดูกเลือดและเสื้อผ้าทั้งชุด เพราะ
วิธีการตายชนิดนี้คนที่ตายบนร่างของเข้า……เจ้าได้ฟังข้าพูดอยู่หรือไม่?”
เวลานี้ หลานเยาเยาเดินมาถึงด้านหน้าของหานแส แต่สายตาไม่ได้ตกอยู่บนร่าง
ของเขา จากนั้นภายใต้สายตาที่ไม่น่าเชื่อของเขา หลานเยาเยาสับหลีกเขาไปก้าว
หนึ่ง มองทางฮัวหยู่อันที่ถูกมัดอยู่ จากนั้นเอื้อมมือไม่รู้ว่าใช่ของอะไร ตัดด้ายเงินที่
มัดฮัวหยู่อันไว้หลุด
หานแสกล่าวขึ้นอย่างโหดเหี้ยม : “ยังแตะต้องนางอีกหน่อยข้าจะฆ่าเจ้าไปพร้อม
กัน”
หลานเยาเยาพยักหน้า : “อืม รู้แล้ว”
ปากพูดว่ารู้แล้ว ในการกระทำกลับลงมือเอาฮัวหยู่อันแย่งมาจากมือของหานแส
จากนั้นก็คว้าไว้แน่นไม่ปล่อย เห็นคนตรงหน้าพยายามดึงสุดๆ เขาไม่รู้ว่าควร
หรือไม่ควรลงมือ เพียงมองไปทางเจ้าของเรือขอคำบอกใบ้ แต่แววตาของเจ้าของเรือ
อยู่เพียงบนร่างของซ่างกวนหนานซู่ ปากพูดจาโหดเหี้ยมเป็นที่สุด แต่มือที่เคลื่อน
กำลังภายในกลับลังเลไม่ลงมือ
“เพี๊ยบ” เสียงหนึ่ง! บนมือผู้ติดตามก็ถูกตีไปฉาดหนึ่ง
117
หลานเยาเยามองดูเขา จ้องมองเขาอย่างดุร้าย
“ปล่อยมือ!”
ได้ยินดังนั้น ผู้ติดตามไม่ได้รับการบอกใบ้ของเจ้าของเรือ ก็ถอนใจอย่างอธิบายไม่
ถูก แล้วหลังจากนั้น คนก็ถูกลากไปแล้ว
ผู้ติดตาม : “…….” ดุชะมัดเลย!
จากนั้นเบิกตากว้างมองไปทางเจ้าของเรือ ร้องตะโกนโดยไร้เสียง : เจ้าของเรือ
ท่านก็ลงมือสิขอรับ!
แต่ว่า!
คนถูกพาไปแล้ว ซ่างกวนหนานซู่พาคนไปถึงข้างรถม้าที่พลิกควํ่า ตะโกนเพียง
เสียงหนึ่ง : “อาส้ง!”
ก็มีเงาคนผู้หนึ่งแฉลบตัวออกมาจากที่ลับ จากนั้นดันรถม้าพลิกขึ้นมา ราวกับว่า
เห็นส้งเย่นกุยดันรถม้าคนเดียวค่อนข้างเปลืองแรง หลานเยาเยาหันมา มองทางหาน
แส ยิ้มให้เขาเล็กน้อย :
“หานแส รีบมาช่วยหน่อย!”
คนติดตามข้างกายของหานแส มองซ่างกวนหนานซู่เหมือนมองคนโง่เช่นนั้น
เจ้าของเรือของเขาเป็นผู้มีเกียรติเพียงใด ตลอดมาล้วนฆ่าตนโดยไม่เห็นเลือด
ปฏิบัติต่อผู้คนเย็นชาเป็นที่สุด มีที่ทำให้เขาไม่พอใจสักหน่อย เขาก็ฆ่าคนระบาย
ความโกรธ แต่ไหนแต่ไรก็มีเพียงเขาชี้นำคนอื่น ไม่มีคนกล้าชี้นำเขา
118
แต่ต่อจากนั้นทำให้คนติดตามตกใจเป็นที่สุด เจ้าของเรือของเขาลังเลครู่หนึ่ง ทั้ง
ยังวางมือที่ยังลังเลอยู่ลง จากนั้นเดินเข้าไปอย่างว่องไว ช่วยคนที่เรียกว่าอาส้งผู้นั้น
ดันรถม้าด้วยกันจริงๆ
ผู้ติดตามสับสนงงงวยในพริบตา…….
นี่ไม่ใช่เจ้าของเรือของเขา!
เขาต้องฝันอยู่แน่ๆ!
เป็นดังคาด ไม่สามารถคิดกับเจ้าของเรือตัวเองมั่วซั่วเวลาที่ไม่มีคนอยู่ได้ ดู เป็น
ความจริงแล้วสินะ!
รอจนรถม้าดันจนตรง ซ่างกวนหนานซู่พาฮัวหยู่อันเข้าไปนั่งในรถมา อาส้งเป็น
คนขับรถม้า ก่อนไป ซ่างกวนหนานซู่เงยหน้าขึ้นมา กล่าวกับเจ้าของเรือตัวเอง :
“ลำบากแล้ว ท่านชายหยิ่ง”
จากนั้นก็จากไป
มองดูรถม้าไปไกล ในที่สุดผู้ติดตามก็ขยับฝีเท้า เคลื่อนที่ไปข้างกายเจ้าของเรือ
อย่างรวดเร็ว สมองทำงานอย่างรวดเร็ว พยายามพิจารณาภาษา ในที่สุดพูดออกมา
หนึ่งประโยค
“เจ้าของเรือขอรับ ท่านกินยาผิดหรือไม่ขอรับ?”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกไป ผู้ติดตามถูกคลุมด้วยความเย็นยะเยือกที่อันตรายเป็นที่สุด
ในพริบตา ใจเขาตระหนกเล็กน้อย แอบกล่าวว่า : จบแล้ว
……
119
ถึงเวลากลางคืน ในโรงหมอของหลานเยาเยา ในที่สุดก็รอจนกระทั่งหานแสให้คน
มาส่งบันทึกการแลกเปลี่ยนของยิงจวน ดูอย่างคร่าวๆรอบหนึ่ง นางก็เอาบันทึก
แลกเปลี่ยนคืนให้คนของหานแส
เมื่อคนผู้นั้นไป หลานเยาเยาก็ออกจากโรงหมอ
ดีดนิ้ว ส้งเย่นกุยก็รีบปรากฏตัวต่อหน้านางทันที ดูการแต่งตัวของวัยกลางคนผู้นี้
กลับยังคงเป็นส้งเย่นกุยที่มีท่าทางของปัญญาชน ปลื้มปริ่มในใจ
นางถอนหายใจเสียงหนึ่ง
“ไม่มีเจ้าข้าควรจะทำอย่างไร?”
ส้งเย่นกุยยิ้มแล้ว ค่อนข้างแปลกใจที่ได้รับคำชื่นชม
ติดตามเจ้านายสองชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือว่าชาตินี้ เจ้านายล้วนไม่เคย
ทอดทิ้งเขา และเขาก็รู้ว่าตัวเองครอบครองตำแหน่งไหนในใจของเจ้านายตัวเอง ไม่
สามารถแยกได้ตั้งนานแล้ว
เจ้านายอยากให้เขาใช้ชีวิตของตัวเอง
แต่ชีวิตของเขาก็คือนางนี่!
เขารู้ว่าหลังจากจากเจ้านายไปแล้วเป็นรสชาติอย่างไร เขารู้สึกได้ถึงความ
เดียวดายและความว่างเปล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มีเจ้านายอยู่ข้างกาย เขาจึงรู้สึกว่าทุก
อย่างล้วนสดใสขึ้นมา
ดังนั้น เขาต้องการเพียงแค่ติดตามนางชั่วชีวิต ปกป้องนาง
“ข้าจะอยู่ข้างกายท่านตลอดไป”
120
“ดี!” หลานเยาเยายิ้มแล้ว “ด้านหลังมีหาง นั่งรถม้าและขี่ม้าล้วนถูกสะกดรอย
อย่างง่ายดาย ความสุขของข้าล้วนมอบไว้บนกายของเจ้าแล้ว พาข้าไปสถานที่ที่ข้า
อยากไปเถอะ!”
น้อยมากที่นางจะเอ่ยคำพูดที่ผ่อนคลายเช่นนี้ออกมา
ส้งเย่นกุยส่ายหน้าอย่างจนปัญญา : “เจ้านาย ท่านยิ่งอยู่ก็ยิ่งไม่รู้จักอายแล้ว”
เพียงประโยคหยอกล้อประโยคหนึ่ง พูดจบก็ยื่นมือให้นาง
ตอนนี้ความคิดที่แท้จริงของเจ้านายเปิดเผยออกมาเกินไปแล้ว ไม่ต้องใช้ใจเข้าใจ
เพียงแค่ความหมายบนใบหน้า เขาก็เข้าใจแล้วว่ากำลังคิดอะไร
เป็นดังคาด ชายหญิงที่อยู่ในจุดแอบรักล้วนไม่รู้จักอาย
หลานเยาเยาหน้าแดงทันที มองเขาอย่างโมโหแวบหนึ่ง “ไม่รู้จักอายที่ไหน ข้าก็
ไม่ได้พูดคำที่น่าเกลียดอะไร เป็นเจ้าที่คิดสกปรกเอง ช้าเร็ววันหนึ่ง ข้าจะทำให้เจ้า
สัมผัสเข้าใจถึงความรู้สึกตอนนี้ของข้าสักหน่อย”
รอเรื่องคนโดนมนต์ดำและทูตโดนสังหาร จัดการเสร็จแล้ว นางต้องแอบ มองหา
คนรักให้เจ้าระบบ ทำให้เขามีชีวิตหวานซึ่งมีความสุขทั้งวัน จากนั้นเอาเขาแต่งงาน
ออกไป ดูว่าถึงเวลานั้นเขายังจะมีกระจิตกระใจมาล้อเล่นกับนางอีกหรือไม่
หลังจากที่คิดเช่นนี้
หลานเยาเยายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แต่รอยยิ้มเข้าไปอยู่ในตาของส้งเย่นกุย มักจะรู้สึก
ว่าประสงค์ไม่ดีเสมอ
121
หลานเยาเยาเอื้อมมือไปคว้าแขนของส้งเย่นกุย ส้งเย่นกุยก็เก็บความคิดในการ
คาดเดาเจ้านายของตัวเอง ปลายเท้าจรด เพียงแค่เหาะเท่านั้น ด้วยความเร็วเป็น
ที่สุด เหมือนดั่งลูกศรแหลมคมที่หลุดออกไปจากคันธนู
ด้านนอกโรงหมอในที่ลับ เงาคนผู้หนึ่งเหาะออกไป คิดต้องการไล่ตามไป แต่กลับ
ถูกเสียงของหานแสหยุดยั้งแล้ว
“แม้ข้าก็ตามไม่ทัน เจ้าคิดว่าเจ้าทำได้?”
หานแสที่ยืนอยู่บนหลังคา สวมชุดคลุมสีม่วงเข้ม ภายใต้ลมหนาว ชายเสื้อพลิ้ว
ไหว สายตาจ้องมองทิศทางที่พวกหลานเยาเยาหายตัวไป หัวเราะเยาะเย้ยในใจเสียง
หนึ่ง หัวเราะเสียงตํ่าขึ้นมา
ทำให้ผู้ติดตามตกใจไม่น้อย
จบแล้ว จบแล้ว เจ้าของเรือไม่รู้ว่าต้องการทำเรื่องไม่ดีอะไรอีกแล้ว…..
122