หวางเฟยเสด็จ ท่านอ๋องหลีกไป - บทที่ 663 หมู่บ้านชาวประมงในป่าประหลาด
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง!
หลานเยาเยาปล่อยเขาแล้ว
เขาจึงพูดเบาๆ: “ไปจัดของเถอะ!”
“อืม!”
รอนางหลานเยาเยาจัดเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ออกจากประตู เย่แจ๋หยิ่ง
ก็ยืนอยู่ด้านนอก ด้านหลังของเขามีแม่ทัพกลุ่มหนึ่ง ในตาของเหล่าแม่ทัพล้วนมี
ความอาลัยอาวรณ์
หลานเยาเยาสงสัย!
นางจะจากไป แม่ทัพเหล่านี้ไม่ควรที่จะปรบมือแล้วร้องว่าดีหรือ?
แล้วทำไมถึงอาลัยอาวรณ์ได้ล่ะ?
ระหว่างที่สงสัย แม่ทัพผู้หนึ่งขึ้นหน้าหนึ่งก้าว ชายชาตรีผู้หนึ่งใบหน้าเต็มไปด้วย
คราบนํ้าตา แต่คำที่ต้องการพูดกลับไม่ได้พูดกับนาง แต่เป็นพูดต่อเย่แจ๋หยิ่ง
“อ๋องเย่ ไปครั้งนี้ต้องระมัดระวังเป็นที่สุดนะขอรับ! เมืองโยวกวง พวกเราจะเฝ้า
รักษาความปลอดภัยอย่างดีเป็นแน่ จะไม่ปล่อยให้กองทัพข้าศึกเข้าเมืองได้เด็ดขาด
ขอรับ”
“มีแม่ทัพทุกท่านอยู่ ข้าวางใจเป็นธรรมดา!”
ประโยคนี้ เป็นการให้บรรดาแม่ทัพที่มีประสบการณ์โชกโชนกินยาเพื่อทำให้จิตใจ
สงบมั่นใจโดยไร้ข้อกังขา
473
แต่ละคนตบหน้าอกรับรอง จะต้องรักษาเมืองโยวกวงด้วยชีวิต
ภายใต้ความอาลัยอาวรณ์ของบรรดาแม่ทัพ
หลานเยาเยาและเย่แจ๋หยิ่งจากไปพร้อมกัน ติดตามพวกเขายังมีส้งเย่นกุยกับจื่อ
ซีจื่อเฟิง เสี่ยวฮัวตัดสินใจไปรวบรวมเสบียงทหารและหญ้าเลี้ยงม้ากับโม่เหลียงเฉิน
พระราชธิดาจาวหยางก็ไม่รู้ว่าไปหาของกินที่ไหน ไม่รู้โดยสิ้นเชิงว่าหลานเยาเยา
จะออกเดินทาง
มีเพียงเซียวจิ่นหยูส่งพวกเขาจากไปไกลด้วยสายตาอย่างเงียบๆ
รอจนเงาร่างของพวกเขาหายไปตรงหัวมุมทางเลี้ยว พระราชธิดาจาวหยางจึงรีบ
วิ่งมา ในมือหิ้วกระเป๋าสัมภาระหลวมใบหนึ่งไว้
เห็นด้านหน้าว่างเปล่าไร้ผู้คน พระราชธิดาจาวหยางหอบหนัก
“พวกเขาล่ะ?”
เมื่อครู่กินอย่างเมามันมื้อหนึ่งกลับมา ก็ได้ยินแม่ทัพไม่กี่คนที่เดินย้อนกลับไปเอ่ย
ถึง เรื่องที่เสด็จอาจากไป ราวกับว่าต้องการสอดแนมเข้าไปในประเทศของศัตรูสืบ
เรื่องราว
เรื่องน่าตื่นเต้นเพียงนี้ จะขาดนางไปได้อย่างไรกันล่ะ?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง!
นางยังไม่เคยกินอาหารรสเลิศของประเทศเชียนหลิงมาก่อน หากว่าตัวเองได้
ติดตามไปด้วย นางจะต้องสามารถลิ้มรสให้ดีๆได้เป็นแน่
“ไปแล้ว”
474
เซียวจิ่นหยูมองทางด้านหน้าแล้วตอบ
“จื่อซีก็ไปด้วยหรือเพคะ?” ระยะนี้ หาอาหารอร่อยได้ นางมักจะอยากแบ่งปันให้
นิดหน่อยเสมอ แต่จื่อซีเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ แม้แต่หน้าก็ไม่ได้พบ
เมื่อครู่ทันทีที่ได้ยินว่าเสด็จอาไปแล้ว
ในใจของนางเกิดความผิดหวังขึ้นทันที เพราะจื่อซีเป็นองครักษ์ลับของเสด็จอา
ปัจจุบันติดตามอยู่ข้างกายของหลานเยาเยา เพียงแค่เสด็จอาต้องการไป หลานเยา
เยาก็จะติดตามไป ฐานะที่ซื่อซีเป็นองครักษ์คุ้มกันหลานเยาเยา ก็ต้องติดตามไปด้วย
เป็นธรรมดา
ผิดหวังก็เรื่องของการผิดหวัง แต่ทำที่ทำอะไรไม่ได้ก็คือ ใครให้ตัวเองเห็นแก่กิน
ตามไม่ทันคนอื่นเขาล่ะ!
“ไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่พวกเราจะติดตาม”
คนที่พูดขึ้นอีกครั้งไม่ใช่เซียวจิ่นหยู แต่เป็นผู้หนึ่งที่ฟังแล้วมีความห้าวหาญ ทว่า
เป็นเสียงผู้หญิงที่น่าฟังเป็นอย่างมาก
พระราชธิดาจาวหยางและเซียวจิ่นหยูมองไปพร้อมกัน เป็นเย็นหงที่ได้แบก
สัมภาระไว้บนตัวเรียบร้อยแล้ว นางกำลังนั่งอยู่บนม้าตัวสูงใหญ่ ข้างกายจูงม้าอีกตัว
หนึ่ง
เย็นหงสีหน้าไม่พอใจ!
รอไล่ตามจื่อเฟิงทัน
นางจะถามซิว่า ทำไมถึงไม่มีแม้แต่คำอำลา?
“เจ้านี่คือ……?” พระราชธิดาจาวหยางไม่เข้าใจ
475
เย็นหงอดที่กรอกตาขาวใส่นางไม่ได้ พูดอย่างเปิดเผยทันที
“คนหัวทื่อเป็นท่อนไม้อย่างสองคนนั้นเอาคำพูดของอ๋องเย่เป็นบัญชาสวรรค์ รับ
หน้าที่คุ้มกันคุณชายซ่างกวน คงนึกเองไม่ได้ว่าทำพวกเราตกหล่นไว้ จากนั้นก็
กลับมาหาพวกเรา
มีเพียงแค่พวกเราตามไปเองเท่านั้น ปรากฏตัวด้านหน้าพวกเขาอย่างฉับพลัน
หาสถานที่ที่ไม่มีคน แอบด่าพวกเขาในใจสักรอบ พวกเขาถึงจะได้จดจำ”
คำพูดเหล่านี้ เหมือนว่าจะถูกจริตต่อพระราชธิดาจาวหยางพอดี นางตื่นเต้นแล้ว
“ก็ถูกนะ!”
เห็นท่าทางเช่นนี้ของพวกนางสองคน เซียวจิ่นหยูจนปัญญาเล็กน้อย
ไปประเทศศัตรูไม่ใช่เรื่องเด็กเล่น?
ความอันตรายในนั้นเป็นธรรมดาว่าไม่ต้องพูดเยอะ ทีแรกเขาปรารถนาจะ
ขัดขวางการไปของพวกนาง จนปัญญาเห็นท่าทีเช่นนี้ของพวกนาง การขัดขวางไร้
ผล มีเพียงเดินทางไปพร้อมกับพวกนาง อย่างน้อยสามารถคุ้มครองความปลอดภัย
ของพวกนางได้
ดังนั้น!
เซียวจิ่นหยูไม่ได้อธิบายมาก ก็เดินไปถึงด้านข้างของเย็นหงแล้ว จูงม้าอีกตัวหนึ่ง
“ดู ยังคงเป็นเซียวซื่อจื่อที่เข้าใจ มาเถอะเพคะ! พระราชธิดาจาวหยาง พวกเราขี่
ไปด้วยกัน”
เย็นหงยื่นมือไปทางพระราชธิดาจาวหยาง
พระราชธิดาจาวหยางมองดูเย็นหงอย่างละเอียด พยักหน้าเล็กน้อย
476
การกระทำเช่นนี้ของเย็นหงตรงกับความประสงค์ของนางพอดี
เพียงแค่ไม่เคยคิดเลยว่า พวกนางผู้หญิงสองคนความคิดจิตใจจะคล้ายกันเช่นนี้
สองสามก้าวเดินไปถึงข้างม้าที่แข็งแรงของเย็นหง ยกมือขึ้นจับมือของเย็นหง เย็น
หงออกแรง ก็ดึงนางขึ้นบนหลังม้า จากนั้นได้ยินเพียงเสียงยกแส้ฟาดม้า เสียงม้า
คำรามเสียงหนึ่ง ม้าสองตัวคนสามคนออกเดินทางไปทางที่หลานเยาเยาพวกเขาจาก
ไปอย่างรวดเร็ว
……
หลังจากนั้นครึ่งเดือน!
ประเทศเชียนหลิง
ป่าประหลาดอึมครึม
ที่นี่คือป่าทึบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเชียนหลิง เทือกเขาสูงตํ่าเชื่อมต่อเรียงราย
กันเป็นผืนๆ อยู่ติดกับริมทะเลทุกหัวระแหง
พื้นที่ป่าทั้งหมดเป็นต้นไม้เก่าแก่สูงเสียดฟ้า มีความสูงถึงขนาดโรงเหล้าที่สูงสาม
ชั้น กลางวันหมอกบางๆยังคงลอยเป็นเกลียว เหมือนดั่งผ้าขาวบางลอยอย่างนุ่มนวล
ในพื้นที่ป่าเช่นนั้น
แม้แสงแดดในฤดูร้อน ก็เหมือนกับทรายละเอียดสีทองเป็นเส้นๆ ฉายแสงลอด
ผ่านเข้ามาตรงกิ่งก้านใบไม้ที่ซ้อนทับกัน ลำแสงที่สามารถตกลงมาบนพื้นได้มีน้อย
มาก แม้ว่ามี ก็เป็นเพียงลำแสงที่เป็นลายพร้อย มองดูน่าทึ่งเป็นพิเศษ
แต่ก็เพราะความหนาทึบทั้งยังกว้างใหญ่ในป่าทึบเช่นนี้ กลับมีเส้นทางเล็กๆคด
เคี้ยวเส้นหนึ่ง จากหมู่บ้านชาวประมงรอบๆทะเล ทอดผ่านป่าทึบที่แปลกประหลาด
477
คนสัญจรไปๆมาๆระหว่างบริเวณรอบๆทะเลและตัวเมือง ก็มีเพียงเส้นทางนี้ที่
สามารถเดินได้
นอกจากเส้นทางเล็กๆเส้นนี้
สามารถทอดยาวทะลุป่าทึบผืนนี้ได้ ก็มีเพียงธารนํ้าไหลที่หล่อเลี้ยงป่าทึบนี้ตั้งแต่
กำเนิด
แต่ธารนํ้าไหลสายนี้ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งทั้งยังเชี่ยวกราก ปลายยังเชื่อมต่อกับ
ชายฝั่งทะเล
เรือธรรมดาไม่มีทางที่จะเดินทางได้โดยสิ้นเชิง
แต่ก็เพราะป่าลึกลับเช่นนี้ที่ทับซ้อนเป็นชั้นๆ ในหนึ่งปีนี้ ไม่รู้ว่าทำให้กองทัพและ
นักสัญจรมากมายเท่าไหร่ที่ตั้งใจจะข้ามผ่านป่าลึกลับต้องสังเวยชีวิตที่นี่ และไม่มีศพ
และกระดูกเหลืออยู่
ค่อยเป็นค่อยไป
สถานที่ที่เดิมทีมีชื่อเรียกว่าป่าลึกลับพันชั้น ถูกผู้คนเล่าขานปากต่อปาก
เปลี่ยนเป็นป่าประหลาดอึมครึม นอกเหนือกว่านั้นยิ่งกว่า ยังมีคนที่เรียกสถานที่นี้ว่า
ป่ากินคนอีกด้วย
การดำรงชีวิตที่ยิ่งอยู่ยิ่งลำบากของหมู่บ้านชาวประมงบริเวณรอบๆชายฝั่ง วันนี้
เกิดเรื่องใหญ่
“สัตว์ประหลาดบนทะเลปรากฏตัวอีกแล้ว…….”
จากเสียงร้องดังเสียงหนึ่ง เหล่าชาวประมงหยิบอุปกรณ์จับปลาแล้วทยอยออก
จากบ้าน
478
ไม่ว่าชายหญิงเด็กคนแก่ ล้วนรวมตัวกันที่ชายหายทั้งหมด ทอดตามองไปทาง
ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ มองดูสิ่งของที่ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งเข้าใกล้พวกเขาเรื่อยๆ แต่ละ
คนสีหน้าหวาดผวา ราวกับว่าหายนะกำลังมาเยือนเช่นนั้น
ชายชราที่ไม้เท้าคดงอผู้หนึ่ง ผมขาวซีดทั้งศีรษะ ในตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ผู้ใหญ่บ้าน นี่ควรจะทำอย่างไรล่ะขอรับ? นั่นคืออะไรกันแน่?”
ชายหนุ่มที่พยุงชายชราไว้เล็กน้อยเอ่ยถามต่อชายชรา
ตั้งแต่ในคืนวันหนึ่งของเมื่อหนึ่งปีก่อน คลื่นที่ซัดสาดอย่างแรงบนท้องทะเล มีเด็ก
ผู้หนึ่งตื่นตอนกลางดึกเห็นของขนาดใหญ่แข็งแกร่งบนท้องทะเล ก็ถูกทำให้ตกใจ
กลัวจนขวัญหนี มักจะพูดเลอะเลือนอยู่เสมอ สัตว์ประหลาดบนท้องทะเลไปที่ป่าทึบ
แล้ว
ทุกคนไม่ได้ใส่ใจ
ยังคิดว่าเด็กน้อยพูดจาเลอะเทอะ
แต่พวกเขาจะรู้ได้อย่างไร นับตั้งแต่นั้นมา ป่าทึบที่แปลกประหลาดผืนนั้นก็ไม่สงบ
สุขอีก มักจะเกิดเสียงเหมือนเสียงฟ้าร้องขึ้นตลอดเวลา เวลากลางคืนเสียงร้อง
ตะโกนก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
พ่อค้าของหมู่บ้านประมงบริเวณรอบๆชายฝั่งที่ไปๆมาๆ เดินทางผ่านป่าประหลาด
ผืนนั้น ล้วนหายตัวไปโดยไร้เหตุผล บนพื้นเหลือเพียงคราบเลือดแห้งกรังเป็นแอ่ง
เดิมทีไม่มีคนเอาเรื่องในป่าประหลาดกับคำพูดของเด็กมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
จนวันหนึ่งหลังจากนั้น
ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นแข็งแรงไปหาปลาในทะเล
479
ในตอนเที่ยงที่พายุลมฝนพัดกระหนํ่า สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนคนขนาด
มหึมาผู้หนึ่ง ผุดขึ้นมาจากใต้ท้องเรือของพวกเขา ฝ่ามือหนึ่งลงมาทำให้เรือประมง
หักเป็นสองท่อนโดยตรง
อาศัยอยู่ชายทะเล ล้วนว่ายนํ้าเก่งเป็นที่สุด
แต่กลุ่มเด็กหนุ่มวัยรุ่นนั่นอยู่ต่อหน้าของสัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนคน อ่อนแอ
จนทำอะไรไม่ได้จริงๆ มีคนถูกจับขึ้นมา จากนั้นถูกยัดเข้าปากของสัตว์ประหลาดที่
รูปร่างเหมือนคน กลืนไปทั้งเป็นทันที
คนทั้งเรือ มีเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตกลับมา
หลังจากนั้น!
เสียงฟ้าร้องของป่าลึกลับประหลาดก็ยิ่งเสียงดังชัดเจนแล้ว เสียงหนึ่งรับต่ออีก
เสียงหนึ่ง ราวกับว่ามีสัตว์ประหลาดสองตัวร้องคำรามด้วยกัน
แต่ที่โชคดีคือ
สัตว์ประหลาดที่รูปร่างเหมือนคนไม่ได้มาโจมตีหมู่บ้านของพวกเขา แต่คนทำ
การค้าเกิดเรื่องร้ายอย่างต่อเนื่อง ปลามากมายหลายชนิดที่พวกเขาหาจับได้ไม่มี
หนทางจำหน่ายให้กับพ่อค้าได้ การดำรงชีพของพวกก็ยิ่งลำบากขึ้นเรื่อยๆ
คิดถึงตรงนี้ ผู้ใหญ่บ้านแก่ชราผมขาวโพลน ถึงกับนํ้าตาไหลขึ้นมา
แต่ไม่ช้า เสียงอ่อนวัยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ท่านแม่ ท่านดูสิ ไม่ใช่สัตว์ประหลาด เป็นเรือลำใหญ่ เรือลำใหญ่มากๆนะ
ขอรับ!”
480
เด็กน้อยไม่รู้เรื่อง ไม่เคยได้พบเห็นสิ่งของยิ่งใหญ่แข็งแกร่งขนาดนี้มาก่อน ร้อง
ตะโกนเสียงดังขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
แม่ของเขาอุ้มเขาไว้ในอ้อมอก ปิดปากของเขา ไม่ให้เขาเปล่งเสียงออกมา ทั้งยัง
กระซิบข้างหูของเขาอีก
“นั่นก็คือสัตว์ประหลาด เรือไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น อีกเดี๋ยวแม่ให้เจ้าวิ่งเจ้าก็วิ่ง วิ่งไป
ไกลได้เท่าไหร่ก็วิ่งไปไกลเท่านั้น จะต้องไม่หันกลับเด็ดขาด”
การมาถึงของเรือแห่งความสิ้นหวัง
ทำให้บรรดาชาวประมงตกใจขวัญเสีย….
481