อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 1 บทที่ 11 วิชาชักนำพลัง (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 1 บทที่ 11 วิชาชักนำพลัง (อัปเดต)
วันต่อมา ณ ประตูทางเข้าบ้านเก่า
หลี่ลั่วมองส่งรถม้าของเจียงชิงเอ๋อร์จากไปจนลับสายตา ข้างกายเขามีลุงหลิวยืนกุมมืออยู่ นอกจากนี้ยังมีไช่เวยที่รูปร่างสูงเพรียวและอวบอิ่มอยู่ด้วย
“ฟู่ว”
หลี่ลั่วมองขบวนรถม้าจนลับสายตา จากนั้นก็ถอนหายใจท่ามกลางแสงอรุณอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับลุงหลิวว่า “ลุงหลิว ช่วยลาหยุดให้ข้าที่วิทยาลัยสักหนึ่งอาทิตย์ทีเถอะ ข้าอยากพักฟื้นร่างกายอยู่ที่บ้านสักพัก”
เพราะเขาเพิ่งจะหลอมรวมอัตลักษณ์หลังกำเนิดเข้าไป ทำให้ตัวเขาในตอนนี้เลือดลมย่ำแย่อย่างมาก หากไปวิทยาลัยในสภาพนี้ เกรงว่าจะยิ่งทำให้คนนินทามากกว่าเดิม
ตอนนี้เขามีอัตลักษณ์น้ำแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการหาวิชาชักนำพลังมาฝึกฝนโดยเร็ว ยกระดับพลังอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมา
ถึงแม้ว่าวิทยาลัยหนานเฟิงจะมีวิชาชักนำพลังอยู่ไม่น้อย แต่เงื่อนไขการแลกเปลี่ยนค่อนข้างยุ่งยาก หาใช้ของที่บ้านตัวเองยังจะสะดวกกว่า
แต่เดือนหน้าก็จะเป็นการสอบใหญ่แล้ว การที่เขาลาหยุดหนึ่งอาทิตย์ในช่วงเวลานี้ เกรงว่าคงจะทำให้เกิดคำครหาในวิทยาลัยไม่น้อยเลยเหมือนกัน แต่ตอนนี้หลี่ลั่วไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องพวกนี้แล้ว
“ขอรับ คุณชายน้อย” ลุงหลิวผู้ซื่อสัตย์เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตอบรับทันที
“พี่ไช่เวย” หลังจากกล่าวจบ หลี่ลั่วก็หันไปมองทางไช่เวยที่อยู่ข้างๆ
ไช่เวยมองมาด้วยดวงตาอันงดงามคู่นั้น ยิ้มให้อย่างสุภาพพร้อมกล่าว “คุณชายน้อยต้องการอะไรหรือ?”
“ช่วยหาซื้อน้ำยาแสงวิเศษให้ข้าหน่อย ขอเป็นแบบระดับสี่” หลี่ลั่วยิ้มกล่าว
ไช่เวยกะพริบตาปริบๆ น้ำยาแสงวิเศษเป็นสิ่งที่เอาไว้ใช้ยกระดับอัตลักษณ์ แต่เหมือนว่าหลี่ลั่วจะไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิด จะเอาสิ่งนี้ไปทำอะไร?
แต่ถึงแม้ว่าในใจจะสงสัย ทว่านางก็ยังคงตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “คุณชายน้อยต้องการกี่ขวด?”
หลี่ลั่วครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ซื้อมาห้าสิบขวดก่อนก็แล้วกัน”
แม้แต่ไช่เวยที่เป็นหญิงสาวที่ค่อนข้างสุขุม แต่เมื่อได้ยินคำว่าห้าสิบขวดแล้ว ก็ทำให้นางจ้องมองมาที่หลี่ลั่วด้วยสีหน้าตกใจอยู่ดี เหมือนจะคิดว่าตัวเองหูฝาด
“คุณชายน้อยหมายถึงน้ำยาแสงวิเศษระดับสี่ห้าสิบขวดอย่างนั้นหรือ?” ไช่เวยอดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกครั้ง
หลี่ลั่วพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
ไช่เวยกัดริมฝีปากสีแดงของนางเบาๆ น้ำยาแสงวิเศษเป็นสิ่งของที่มีราคาสูง อีกทั้งน้ำยาแสงวิเศษระดับสี่ก็ยิ่งมีราคาสูงลิ่ว ราคาในท้องตลาดอยู่ที่ขวดละประมาณหนึ่งพันเหรียญทองคำสวรรค์ ซึ่งห้าสิบขวดก็จะเท่ากับห้าหมื่นเหรียญทองคำสวรรค์
ต่อให้นับรวมกิจการและห้างร้านทั้งหมดของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่เข้าด้วยกัน รายได้ต่อปีก็อยู่ที่ประมาณสามแสนเหรียญทองคำสวรรค์ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมารายได้นี้ก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องไปตามสถานภาพของคฤหาสน์ลั่วหลานที่กำลังตกต่ำลงด้วย
แน่นอนว่าอันที่จริงแล้ว จำนวนเหรียญทองคำสวรรค์ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่โตอะไร คฤหาสน์ลั่วหลานก็ถือว่าเป็นขุมอำนาจใหญ่เหมือนกัน เหรียญทองคำสวรรค์แค่ห้าหมื่นเหรียญมันไม่ถึงกับทำให้ไช่เวยต้องตกใจขนาดนี้ แต่การซื้อน้ำยาแสงวิเศษระดับสี่ทีเดียวห้าสิบขวดเช่นนี้ มันดูแปลกประหลาดเกินไปหน่อยจริงๆ
เพราะสรรพคุณหลักๆ ของน้ำยาแสงวิเศษก็คือใช้ขัดเกลาอัตลักษณ์เพื่อยกระดับของมัน แต่เป็นที่รู้กันดีว่า ภายในน้ำยาแสงวิเศษนั้นมีสิ่งเจือปนที่เกิดขึ้นจากการหลอมรวมวัตถุดิบต่างๆ ในระหว่างการผลิต ซึ่งสิ่งเจือปนเหล่านี้จะค่อยๆ กัดกร่อนวิหารอัตลักษณ์ ดังนั้นหากสะสมเป็นเวลานาน ก็จะทำให้วิหารอัตลักษณ์ค่อยๆ เข้าสู่สภาวะปิดผนึก เมื่อถึงตอนนั้นการยกระดับอัตลักษณ์ก็จะถึงขีดจำกัด
ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่กล้าใช้น้ำยาแสงวิเศษอย่างไม่บันยะบันยัง โดยทั่วไปแล้วจะควบคุมปริมาณการใช้เอาไว้อย่างเป็นระบบ เช่นจะใช้แค่ประมาณหนึ่งหรือสองขวดต่อเดือนเท่านั้น การทำเช่นนี้มิเพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบของสิ่งเจือปนที่มีต่อวิหารอัตลักษณ์ได้ แต่ยังสามารถใช้น้ำยาแสงวิเศษให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ด้วย
ดังนั้นต่อให้คนอื่นต้องการซื้อน้ำยาแสงวิเศษ ก็จะซื้อในปริมาณน้อยๆ การซื้อทีเดียวห้าสิบขวดแบบหลี่ลั่วเช่นนี้ เขาคิดจะเก็บไว้ใช้หลายปีเลยหรือ?
ไช่เวยไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมหลี่ลั่วถึงทำเช่นนี้…
แต่หลี่ลั่วเป็นคุณชายน้อย อีกทั้งเจียงชิงเอ๋อร์ก็ได้กล่าวเอาไว้แล้วว่า จุดประสงค์หลักที่ขอให้นางอยู่ที่นี่ก็เพื่อช่วยเหลือหลี่ลั่ว ดังนั้นสุดท้ายนางจึงได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ
“เข้าใจแล้ว”
“เช่นนั้นต้องขอรบกวนพี่ไช่เวยแล้ว” หลี่ลั่วยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านเก่า
ไช่เวยมองตามหลังเขาแล้วถอนหายใจเบาๆ ด้วยความจนใจ คุณชายน้อยผู้นี้ ดูเหมือนจะทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไปหน่อย หลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้แล้ว หรือว่าเขายังไม่รู้ตัวอีกว่าตอนนี้คฤหาสน์ลั่วหลานกำลังเผชิญกับปัญหาทั้งภายในและภายนอกแล้ว?
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระให้ชิงเอ๋อร์ได้เพราะปัญหาทางร่างกาย แต่ไม่จำเป็นต้องสร้างปัญหาเพิ่มก็ได้ไม่ใช่หรือ? หากเขายังคงใช้เงินมือเติบแบบนี้ต่อไป ด้วยรายได้ต่อปีของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่คงพอใช้จ่ายได้อีกไม่นานแล้ว
หรือว่าเมื่อถึงตอนนั้นแล้วจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากเจียงชิงเอ๋อร์อีก? แต่ตอนนี้สถานการณ์ของคฤหาสน์ลั่วหลานก็ไม่ดีเหมือนกัน กำลังต้องการเงินทุนจำนวนมากอยู่เช่นกัน
ไช่เวยนวดระหว่างคิ้วเบาๆ ดูท่าทางชีวิตของนางในช่วงนี้คงจะต้องลำบากไม่น้อย
กับความคิดต่างๆ ของไช่เวย หลี่ลั่วไม่ได้สนใจมากนัก ตอนนี้เขากำลังเดินตรงไปยังหอซ่อนตำราในบ้านเก่าด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
ภายในหอซ่อนตำราได้เก็บรวบรวมวิชาชักนำพลังและวิชาอัตลักษณ์มากมายที่คฤหาสน์ลั่วหลานสะสมเอาไว้ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะถูกย้ายไปที่สำนักงานใหญ่ในเมืองหลวงแล้ว แต่ในบ้านเก่าแห่งนี้ก็ยังคงมีเหลืออยู่ไม่น้อย
และที่นี่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของบ้านเก่าแห่งนี้ด้วย ปกติแล้วจะมีการป้องกันอย่างแน่นหนา มีเวรยามลาดตระเวนอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
แต่ในฐานะคุณชายน้อย หลี่ลั่วจึงสามารถเข้าไปในหอซ่อนตำราได้โดยไม่ถูกขัดขวาง
“คุณชายน้อย”
เมื่อผู้ดูแลหอซ่อนตำราเห็นหลี่ลั่วเข้ามา ถึงแม้ว่าจะตกใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรีบเข้ามาต้อนรับอย่างนอบน้อมทันที
หลี่ลั่วพยักหน้าสั่งการว่า “หาวิชาชักนำพลังที่เหมาะกับอัตลักษณ์ระดับสี่ในหอซ่อนตำรามาให้ข้าทั้งหมด”
ผู้ดูแลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ตอนที่หลี่ลั่วมาที่หอซ่อนตำรา เขามักจะอ่านแต่วิชาอัตลักษณ์ ไม่เคยสนใจวิชาชักนำพลังเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิด วิชาชักนำพลังเหล่านี้จึงไม่มีผลอะไรกับเขา
แต่เขาไม่กล้าโต้แย้งอะไร อย่างไรเสียหลี่ลั่วก็เป็นคุณชายน้อย และยังมีอำนาจสูงสุดในบ้านเก่าแห่งนี้อีกด้วย
ดังนั้นเขาจึงตอบรับทันที หันหลังกลับไปหาวิชาชักนำพลังตามที่หลี่ลั่วต้องการอย่างรวดเร็ว
หลี่ลั่วหาห้องที่เงียบสงบห้องหนึ่ง นั่งรออย่างอดทน ไม่นานผู้ดูแลก็อุ้มคัมภีร์ผลึกจำนวนหนึ่งเข้ามาด้วยเหงื่อที่ไหลท่วมตัว
“คุณชายน้อย วิชาชักนำพลังที่เหมาะกับอัตลักษณ์ระดับสี่ทั้งหมดในหอซ่อนตำราอยู่ที่นี่แล้ว ในนั้นมีวิชาชักนำพลังระดับเริ่มต้นยี่สิบแปดวิชา วิชาชักนำพลังระดับขุนพลหกวิชา”
หลี่ลั่วพยักหน้า โบกมือให้ผู้ดูแลถอยออกไปก่อน จากนั้นจึงเริ่มอ่านวิชาชักนำพลังเหล่านั้นอย่างละเอียด
ในอาณาจักรต้าเซี่ย วิชาชักนำพลังเองก็มีการแบ่งระดับเช่นกัน ซึ่งวิธีการแบ่งระดับก็คล้ายๆ กับระดับพลังอัตลักษณ์ แบ่งออกเป็นระดับเริ่มต้น ระดับขุนพล ระดับขุนนาง และระดับราชัน ซึ่งนอกจากระดับเริ่มต้นแล้ว อีกสามระดับที่เหลือยังแบ่งย่อยออกเป็นชั้นสูง ชั้นกลาง ชั้นล่างได้อีกด้วย
วิชาชักนำพลังระดับเริ่มต้น สามารถทำให้คนบำเพ็ญจากระดับสิบตราไปสู่ระดับลักษณาจารย์ได้ ส่วนการยกระดับจากระดับลักษณาจารย์ไปสู่ระดับขุนพลนั้น ต้องใช้วิชาชักนำพลังระดับขุนพลมาบำเพ็ญ จากนั้นก็ไล่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ
วิชาชักนำพลังระดับเริ่มต้นนั้นสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ส่วนวิชาชักนำพลังระดับขุนพลก็เริ่มมีการแบ่งแยกแล้ว มีเพียงขุมอำนาจระดับกลางบางส่วนเท่านั้นจึงจะมีในครอบครอง
วิชาชักนำพลังระดับขุนนางก็ยิ่งหายากเข้าไปอีก มีเพียงขุมอำนาจระดับสูงบางแห่งเท่านั้นจึงจะมี
หลี่ลั่วจำได้ว่าคฤหาสน์ลั่วหลานของพวกเขามีวิชาชักนำพลังระดับขุนนางอยู่สองเล่ม เป็นวิชาที่พ่อแม่ของเขาทิ้งไว้ให้
ส่วนวิชาชักนำพลังระดับราชัน… ความล้ำค่าของมันนั้นไม่อาจบรรยายได้เลยทีเดียว หากมันปรากฏขึ้นมาจริงๆ ละก็ คงจะทำให้ขุมอำนาจระดับสูงมากมายในอาณาจักรต้าเซี่ยต้องแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่งแน่นอน
กระทั่งอาจจะก่อให้เกิดสงครามระหว่างอาณาจักรขึ้นมาได้เลย
แต่โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งเป็นวิชาชักนำพลังระดับสูงเท่าใด เงื่อนไขในการบำเพ็ญก็จะยิ่งเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งวิชาส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไขในด้านระดับอัตลักษณ์ของผู้บำเพ็ญด้วย
ตอนนี้ “อัตลักษณ์น้ำแสง” ของหลี่ลั่วเป็นเพียงระดับสี่ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ให้ผู้ดูแลไปหาวิชาชักนำพลังที่เขาสามารถบำเพ็ญได้มาให้
เวลาผ่านไป คัมภีร์ผลึกบนโต๊ะถูกหลี่ลั่วอ่านจนหมดอย่างรวดเร็ว
สุดท้ายเขาก็เลือกวิชาชักนำพลังออกมาสามวิชา
วิชากลืนกินเก้าขั้น ระดับขุนพลชั้นล่าง
จินตภาพทะเลคราม ระดับขุนพลชั้นกลาง
เคล็ดหลอมวิญญาณ ระดับขุนพลชั้นกลาง
วิชาชักนำพลังทั้งสามเล่มนี้ล้วนเป็นวิชาชักนำพลังระดับขุนพล หากบำเพ็ญจนถึงขั้นสูงสุด จะสามารถทำให้ระดับพลังอัตลักษณ์ของตัวเองทะลวงขึ้นสู่ระดับขุนพลได้
วิชาชักนำพลังทั้งสามเล่มนี้ล้วนมีศักยภาพค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงกับเป็นวิชาชั้นยอด แต่ก็ไม่ใช่ของที่หาได้ตามข้างทางเช่นกัน แน่นอนว่าสาเหตุที่สำคัญที่สุดก็คือ มันเหมาะกับอัตลักษณ์น้ำแสงระดับสี่ของหลี่ลั่วพอดี
ไว้เขายกระดับชั้นของอัตลักษณ์ขึ้นได้อีกในอนาคตแล้ว ค่อยไปหาวิชาชักนำพลังที่เหมาะสมมาบำเพ็ญต่อก็พอ ซึ่งมันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก
หลี่ลั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกวิชาจินตภาพทะเลครามในท้ายที่สุด วิชาชักนำพลังวิชานี้สามารถทำให้พลังอัตลักษณ์ที่บำเพ็ญออกมามีลักษณะต่อเนื่องและหนักแน่นราวกับมหาสมุทร ซึ่งมันเข้ากับอัตลักษณ์น้ำแสงของเขาได้ดีกว่า
“เป็นเจ้าก็แล้วกัน”
หลี่ลั่วโบกมือเก็บ “จินตภาพทะเลคราม” เข้าไป ในดวงตาของเขาเผยความกระตือรือร้นออกมา จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืน เดินตรงไปยังห้องลับใต้ดินของหอซ่อนตำรา ตรงนั้นมีห้องบำเพ็ญลับที่พ่อแม่ของเขาสร้างเอาไว้โดยเฉพาะอยู่ด้วย
เขากำลังจะได้เริ่มสัมผัสกับการบำเพ็ญที่แท้จริงในที่แห่งนี้แล้ว