อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 1 บทที่ 5 ศิษย์พี่เผยฮ่าว (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 1 บทที่ 5 ศิษย์พี่เผยฮ่าว (อัปเดต)
หลังจากออกจากห้างสมบัติมังกรทอง ภายในรถม้านั้น เจียงชิงเอ๋อร์ไม่ได้พูดอะไร ส่วนหลี่ลั่วเองก็ปิดปากเงียบเช่นกัน เอาแต่กอดกล่องเอาไว้ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
จนกระทั่งรถม้ามาถึงด้านนอกสวนอันยิ่งใหญ่อลังการแห่งหนึ่ง ภายในสวนมีภูเขาขนาดย่อม ศาลาและเรือนพักมากมายตั้งตระหง่านอยู่ทั่ว ดูโอ่โถงอย่างยิ่ง
ที่นี่คือบ้านเก่าที่พ่อแม่ของเขาใช้อยู่อาศัยตอนก่อตั้งคฤหาสน์ลั่วหลานขึ้นมา
สิงห์อาชาสี่ตัวหยุดอยู่หน้าประตูสวน ส่วนหลี่ลั่วและเจียงชิงเอ๋อร์ก็ลงจากรถม้า
“ที่นี่เงียบเหงามากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยจริงๆ” เจียงชิงเอ๋อร์มองไปที่คฤหาสน์พร้อมกล่าวด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ
ในอดีตตอนที่พ่อแม่ของหลี่ลั่วยังอยู่ ที่นี่คือสำนักงานใหญ่ของคฤหาสน์ลั่วหลาน ภาพของผู้คนพลุกพล่านในตอนนั้นกับความเงียบเหงาในตอนนี้ ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“สำนักงานใหญ่ของคฤหาสน์ลั่วหลานย้ายไปที่เมืองหลวงนานแล้ว ที่นี่เป็นเพียงบ้านเก่าๆ เท่านั้น จะเงียบเหงาก็ไม่แปลก” หลี่ลั่วหัวเราะกล่าว
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ก็มีคนเดินออกมาต้อนรับจากด้านหลังประตู
ชายชราคนหนึ่งเดินนำหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ข้างๆ เขายังมีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งแต่งกายด้วยชุดที่ดูเป็นผู้ใหญ่ตามมาด้วย หน้าตาของนางค่อนข้างงดงาม และที่สะดุดตาที่สุดก็คือรูปร่างที่อวบอิ่ม มีส่วนโค้งเว้าชัดเจน กิริยาท่าทางชดช้อยงดงามเย้ายวนใจ
“ลุงหลิว”
หลี่ลั่วส่งเสียงทักทายชายชรา ชายชราผู้นี้เป็นคนที่ติดตามพ่อแม่เขามานานมากแล้ว ตอนนี้ก็ยังคงคอยดูแลบ้านเก่าหลังนี้ คอยดูแลความเป็นอยู่ของหลี่ลั่ว
แต่หญิงสาวที่ดูเป็นผู้ใหญ่คนนั้น หลี่ลั่วกลับไม่เคยเห็นมาก่อน
“ลุงหลิว ไม่ได้เจอกันนานเลย” เจียงชิงเอ๋อร์พยักหน้าเล็กน้อยให้ชายชราจากนั้นจึงแนะนำกับหลี่ลั่วว่า “ผู้นี้คือพี่ไช่เวย นางเป็นผู้ช่วยของข้าในเมืองหลวง คอยช่วยข้าดูแลจัดการธุระต่างๆ ของคฤหาสน์ลั่วหลาน”
“ยินดีที่ได้พบคุณชายน้อย” หญิงงามที่ชื่อไช่เวยแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนให้หลี่ลั่ว ดวงตาของนางมองสำรวจหลี่ลั่วครู่หนึ่ง
หลี่ลั่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ลำบากพี่ไช่เวยแล้ว”
“หลังจากนี้ พี่ไช่เวยจะอยู่ที่นครหนานเฟิง คอยจัดการกิจการของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่ให้สักพัก แล้วจะรายงานเรื่องทั้งหมดให้เจ้าทราบ” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวต่อ
หลี่ลั่วชะงักเล็กน้อย หลังจากที่คฤหาสน์ลั่วหลานย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่เมืองหลวง กิจการต่างๆ ในมณฑลเทียนสู่นี้ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น เหตุใดอยู่ๆ พี่ชิงเอ๋อร์จึงส่งผู้ช่วยคนสำคัญมาดูแลในตอนนี้?
“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?” หลี่ลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยถามออกมา
การที่เจียงชิงเอ๋อร์กลับมาอย่างกะทันหันในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เพราะวันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบสิบเจ็ดปีของเขา
เจียงชิงเอ๋อร์เงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่งดงามนั้นดูเย็นชาขึ้นจากนั้นนางก็เดินเข้าไปด้านใน พร้อมกับส่งสัญญาณให้หลี่ลั่วตามไป
“ถึงแม้ว่าเจ้าจะอยู่ที่นครหนานเฟิง แต่คิดว่าคงจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับคฤหาสน์ลั่วหลานมาบ้างแล้วสินะ? ที่ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้บอกเจ้า เพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อเจ้า” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาขณะที่เดินไปตามทางเดินหินกรวดท่ามกลางแสงแดดที่ส่องลอดผ่านต้นไม้
หลี่ลั่วพยักหน้าถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคฤหาสน์ลั่วหลาน แต่เขาก็เดาได้เหมือนกันว่า หลังจากที่พ่อแม่ของเขาหายสาบสูญไปหลายปี คฤหาสน์ลั่วหลานไม่มีทางสงบสุขได้อยู่แล้ว
ในอาณาจักรต้าเซี่ย การจะก่อตั้งคฤหาสน์ขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญก็คือต้องเป็นผู้ประดับยศขุนนางเท่านั้น จึงจะสามารถก่อตั้งคฤหาสน์ได้
ตอนนี้ในอาณาจักรต้าเซี่ยมีห้ามหาคฤหาสน์ ซึ่งคฤหาสน์ลั่วหลานก็เป็นหนึ่งในนั้น
ในบรรดาห้ามหาคฤหาสน์ คฤหาสน์ลั่วหลานมีระยะเวลาในการก่อตั้งขึ้นมาน้อยที่สุด และเติบโตเร็วที่สุด เพราะทั้งพ่อและแม่ของหลี่ลั่วในตอนนั้นต่างก็ก้าวสู่ระดับขุนนางแล้ว
ขุนนางหยางเสวียน หลี่ไท่เสวียน
ขุนนางหลาน ถานไถหลาน
หนึ่งคฤหาสน์สองขุนนาง นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คฤหาสน์ลั่วหลานที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นไม่นานสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในห้ามหาคฤหาสน์ได้ เมื่อเทียบกับคฤหาสน์อื่นๆ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานแล้ว คฤหาสน์ลั่วหลานจึงถือว่าเป็นคฤหาสน์ที่ยังอายุน้อยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความหมายด้วยว่า หากวัดกันด้วยเรื่องของขุมพลังแล้ว คฤหาสน์ลั่วหลานยังอ่อนกว่าอีกสี่คฤหาสน์ไม่น้อย
แต่เดิมที มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ด้วยพรสวรรค์และความสามารถของหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานแล้ว ในช่วงเวลาต่อจากนี้มันก็เพียงพอที่จะลดช่องว่างระหว่างนี้ลงได้แล้ว
แต่น่าเสียดาย อยู่ๆ พวกเขาก็หายสาบสูญไปอย่างกะทันหัน
การที่เสาหลักทั้งสองหายไป ทำให้ความแข็งแกร่งของคฤหาสน์ลั่วหลานลดลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงแรกเริ่มนั้น บารมีของขุนนางทั้งคู่ยังคงอยู่ จึงไม่มีใครกล้าก่อเรื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ข่าวคราวของหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานก็ยังคงเงียบหายไปเหมือนเดิม สุดท้ายก็ถึงขั้นมีข่าวลือว่าพวกเขาเสียชีวิตในสมรภูมิขุนนางราชันไปแล้ว
คฤหาสน์ลั่วหลานเป็นหนึ่งในห้ามหาคฤหาสน์ของอาณาจักรต้าเซี่ย มีกิจการมากมายอยู่ภายใต้การดูแล มันเป็นดั่งก้อนแป้งที่ก้อนใหญ่จนยากจะบรรยายได้ ในอาณาจักรต้าเซี่ย มีขุมอำนาจไม่รู้มากมายเพียงใดที่จับจ้องมายังคฤหาสน์ลั่วหลานด้วยความโลภ
ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไป บารมีที่หลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานทิ้งไว้ก็ค่อยๆ ลดลง ในช่วงปีสองปีมานี้ก็เริ่มมีขุมอำนาจจำนวนหนึ่งอดใจไม่ไหวเริ่มแยกเขี้ยวเล็บใส่คฤหาสน์ลั่วหลานแล้ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เจียงชิงเอ๋อร์ที่ยังคงบำเพ็ญอยู่ในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงจึงต้องเข้ามาดูแลคฤหาสน์ลั่วหลานก่อนชั่วคราว แต่ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของเจียงชิงเอ๋อร์ในอาณาจักรต้าเซี่ยจะโด่งดังมากขึ้นในช่วงสองปีมานี้ ทว่านางก็ยังไม่ได้ก้าวขึ้นสู่ระดับขุนนาง จึงยังคงขาดอำนาจบารมีอยู่ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับการรุมทึ้งของฝูงหมาป่าแล้ว นางจึงตัดสินใจละทิ้งกิจการบางส่วนของคฤหาสน์ลั่วหลานไปอย่างเด็ดเดี่ยว คิดจะยื้อเวลาให้พอมีจังหวะได้ฟื้นฟูและขยายขึ้นมาใหม่ได้บ้าง
การยอมถอยอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้คนภายนอกมองว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คฤหาสน์ลั่วหลานเริ่มสั่นคลอน
แต่หลี่ลั่วกลับเห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างมาก อย่างไรเสียหากไร้ซึ่งพลังที่แข็งแกร่งมากพอ แต่ยังคงฝืนยึดครองภูเขาทองคำเอาไว้ ก็มีแต่จะยิ่งนำพาปัญหาที่ใหญ่หลวงเข้ามามากกว่าเดิม การรู้จักอดทนอย่างเหมาะสมจึงเป็นแผนการที่ยั่งยืนกว่า
“ช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของคฤหาสน์ลั่วหลานจะตกต่ำลงไปมาก แต่โดยรวมแล้วก็ดูเหมือนจะเริ่มมั่นคงแล้วใช่ไหม?” หลี่ลั่วถามด้วยความสงสัย
เจียงชิงเอ๋อร์เม้มริมฝีปากบางๆ ของนาง ก่อนกล่าวอย่างใจเย็น “แรงกดดันจากภายนอก มันลดน้อยลงไปบ้างแล้วชั่วขณะ แต่ครั้งนี้ ปัญหามันเกิดขึ้นที่ภายในของคฤหาสน์ลั่วหลาน”
แววตาของหลี่ลั่วพลันตึงเขม็ง ค่อยๆ เอ่ยกล่าวว่า “เป็นศิษย์พี่เผยฮ่าวสินะ?”
เจียงชิงเอ๋อร์และหญิงสาวที่ชื่อไช่เวยผู้นั้น ต่างก็มองมาทางหลี่ลั่วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“ถึงแม้ว่าพี่ชิงเอ๋อร์เพิ่งจะเข้ามาดูแลคฤหาสน์ลั่วหลานได้ไม่นาน แต่เสน่ห์ของพี่นั้นไม่มีใครเทียบได้ ตอนนี้บารมีของพี่ในคฤหาสน์ลั่วหลานนับว่าสูงมาก ซึ่งคนที่สามารถต่อกรกับท่านได้ในคฤหาสน์ลั่วหลานก็มีเพียงศิษย์พี่ใหญ่ในนาม[1] ที่พ่อแม่ข้ารับมาเป็นศิษย์เท่านั้น” หลี่ลั่วยิ้มให้กับสายตาประหลาดใจของพวกนาง
เผยฮ่าว ในวัยเด็กเคยเป็นเด็กอันธพาลเร่ร่อน ต่อมาเพราะไปล่วงเกินคู่อริเข้าจึงเกือบถูกฆ่าตาย พ่อแม่ของหลี่ลั่วบังเอิญช่วยเขาไว้พอดี และด้วยความสงสาร จึงได้รับเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ลั่วหลาน หลังจากเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ลั่วหลาน เขาก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง และแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่ไม่เลว จึงได้รับการยอมรับจากคนในคฤหาสน์ลั่วหลาน สุดท้ายพ่อแม่ของหลี่ลั่วจึงรับเขาเป็นศิษย์ในนาม
หลังจากได้รับตำแหน่งนี้ ฐานะของเผยฮ่าวในคฤหาสน์ลั่วหลานก็ยกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพ่อแม่ของหลี่ลั่วหายสาบสูญไป เขาก็กลายเป็นผู้มีอำนาจของคฤหาสน์ลั่วหลานไปแล้ว
ตอนที่พ่อแม่เขายังอยู่ ศิษย์พี่เผยฮ่าวผู้นี้มักจะมาตีสนิทกับเขาอยู่เป็นประจำ แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมามันกลับลดน้อยลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเรื่องที่เขาไร้อัตลักษณ์แพร่ออกไป…
ดูจากจุดนี้ ศิษย์พี่เผยฮ่าวคนนี้ก็นับว่าตรงไปตรงมาดีเหมือนกัน
“เผยฮ่าวไม่เห็นด้วยที่ข้าเข้ามาดูแลคฤหาสน์ลั่วหลานมาโดยตลอด ทั้งยังมีการตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างในคฤหาสน์โดยพลการ ซึ่งเขานั้นก็มีบารมีในคฤหาสน์ลั่วหลานไม่น้อยเลยเหมือนกัน ในบรรดาเก้าหอ มีประมุขเกือบครึ่งหนึ่งที่เข้าข้างเขา ซึ่งมันสร้างผลกระทบที่ไม่ดีอย่างมากขึ้นมา” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเรียบ
“อันที่จริงหากเขาสามารถช่วยเหลือคฤหาสน์ลั่วหลานได้ ข้ายินดีจะทนทุกอย่าง แม้แต่ตำแหน่งผู้ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้ หากไม่ใช่เพราะอาจารย์และอาจารย์แม่เคยกำชับไว้ก่อนจากไปละก็ ข้าเองก็ไม่อยากออกหน้ามายุ่งเหมือนกัน”
หลี่ลั่วพยักหน้า ด้วยนิสัยของเจียงชิงเอ๋อร์ อันที่จริงแล้วนางไม่ชอบยุ่งเรื่องกิจการภายในคฤหาสน์เท่าใดนัก ด้วยพรสวรรค์ของนาง การตั้งใจบำเพ็ญต่างหากที่เหมาะกับนางมากที่สุด
แน่นอนว่าหากจะกล่าวกันจริงๆ ละก็ สุดท้ายก็เป็นเพราะคุณชายน้อยอย่างเขายังไม่มีน้ำยา… แต่ว่า ทั้งเขาและเจียงชิงเอ๋อร์ต่างก็รู้ดีว่า ด้วยสภาพของเขาในตอนนี้ ด้วยพรสวรรค์ไร้อัตลักษณ์ของเขา มันไม่มีทางทำให้ใครยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง หากให้คุณชายน้อยอย่างเขามาดูแลคฤหาสน์ลั่วหลานจริงๆ ละก็ เกรงว่าเพียงไม่นานก็คงจะทำให้กิจการที่พ่อแม่สร้างมาต้องพินาศย่อยยับลงแล้ว
อย่างไรเสียในโลกใบนี้ความแข็งแกร่งต่างหากคือรากฐานที่จะทำให้ผู้อื่นยอมรับนับถือได้
“ลำบากพี่ชิงเอ๋อร์แล้วจริงๆ” หลี่ลั่วกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
เจียงชิงเอ๋อร์ส่ายหน้า “ไม่ต้องเกรงใจ ถึงอย่างไรพวกเราก็หมั้นหมายกันไว้แล้ว คฤหาสน์ลั่วหลานเองก็มีส่วนของข้าด้วย”
ช่างพูดตรงเหลือเกิน!
หลี่ลั่วอึ้งไป ส่วนไช่เวยที่อยู่ข้างๆ เองก็ใช้มือป้องปากหัวเราะเบาๆ ดูน่าหลงใหลอย่างยิ่ง
“หลังจากที่อาจารย์และอาจารย์แม่หายสาบสูญไป จิตใจของผู้คนในคฤหาสน์ก็เริ่มหวั่นไหว ถึงแม้ว่าข้าจะพยายามกดไว้อย่างเต็มที่แล้ว แต่สถานการณ์ของคฤหาสน์ลั่วหลานก็ยังดูออกได้ไม่ยากอยู่ดี ซึ่งเจ้าเผยฮ่าวมันก็ฉวยโอกาสนี้ซื้อใจผู้คน คอยขัดขวางข้าทุกอย่าง ก่อนหน้านี้ข้าได้สืบข่าวมาบ้างแล้ว สงสัยว่าเบื้องหลังของเจ้านั่น บางทีอาจจะมีขุมอำนาจอื่นให้ความช่วยเหลืออยู่ด้วย” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวต่อ
หลี่ลั่วเอื้อมมือไปรับใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาตรงหน้า กล่าวว่า “นี่เรา… เลี้ยงหมาป่าตาขาว[2]เอาไว้สินะ”
“พรุ่งนี้เผยฮ่าวจะพาคนมาเจรจากับข้าที่นครหนานเฟิง แต่น่าจะเจรจากันไม่รู้เรื่องมากกว่า หากตกลงกันไม่ได้ เกรงว่าคฤหาสน์ลั่วหลานจะต้องแตกแยกไปทันที สำหรับสถานการณ์ของคฤหาสน์ลั่วหลานในตอนนี้แล้ว มันจะสร้างความเสียหายขึ้นอย่างรุนแรง” ดวงตาสีทองของเจียงชิงเอ๋อร์ตอนนี้ดูเย็นเยียบยิ่งกว่าปกติ ทั้งยังมีจิตสังหารเผยออกมารางๆ ด้วย
หลี่ลั่วขมวดคิ้วแน่น เดิมทีคฤหาสน์ลั่วหลานในอาณาจักรต้าเซี่ยตอนนี้ก็ถูกฝูงหมาป่าจ้องตาเป็นมันอยู่แล้ว หากแตกแยกกันจริงๆ ละก็ ความแข็งแกร่งของคฤหาสน์ลั่วหลานจะถูกบั่นทอนลงอย่างมหันต์ และในอนาคตจะยิ่งมีปัญหาตามมามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
แต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความจนใจ เพราะด้วยพลังของเขาในตอนนี้ ไม่สามารถทำอะไรกับสถานการณ์นี้ได้เลยแม้แต่น้อย คุณชายน้อยอย่างเขาเกรงว่าคงแทบไม่มีใครในคฤหาสน์ลั่วหลานให้ค่าเขาจริงๆ เลย หรือบางทีคนในคฤหาสน์หลายคนอาจจะลืมคุณชายน้อยอย่างเขาไปแล้วก็เป็นได้
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะตัวเขาไร้ซึ่งความแข็งแกร่งและอนาคต
“ขอโทษ ข้าช่วยอะไรไม่ได้เลย” หลี่ลั่วกล่าว
เจียงชิงเอ๋อร์ส่ายหน้า “ไม่ต้องกังวล ถึงแม้ว่าคฤหาสน์ลั่วหลานในตอนนี้จะไม่มั่นคง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องมอบให้เจ้า ข้าจะต้องทำให้มันสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน”
หลี่ลั่วไม่ได้พูดอะไร เพราะอันที่จริงเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เพราะไม่ว่าคฤหาสน์ลั่วหลานจะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็เป็นเพียงสิ่งของนอกกาย ในโลกนี้มีเพียงความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้นที่เป็นรากฐานของทุกอย่าง
หากวันใดวันหนึ่งเขาสามารถก้าวสู่ระดับขุนนางได้ โจทย์ยากทั้งหมดก็จะถูกคลี่คลายลงได้โดยปริยาย
ต่อจากนั้นทั้งสองก็กลับไปยังบ้านเก่า รับประทานอาหารร่วมกัน ส่วนเจียงชิงเอ๋อร์ก็รีบไปทำงานต่อ เห็นได้ชัดว่ากำลังเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้
หลี่ลั่วไม่ได้รบกวนนาง เขาไปฝึกฝนวิชาอัตลักษณ์ในห้องฝึกเป็นเวลาสองชั่วโมง จากนั้นก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องตัวเอง
คืนนี้หลี่ลั่วไม่อาจข่มตานอนได้เลย จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงเที่ยงคืนแล้ว เขาก็ได้ลุกขึ้นจากเตียงทันที จากนั้นก็หยิบกระเป๋าถือที่วางอยู่ใต้เตียงออกมาเปิด
เขานำลูกแก้วสีดำลึกลับนั่นออกมา ถือมันไว้อย่างระมัดระวัง วินาทีนี้หลี่ลั่วรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นอย่างรุนแรง
“พ่อ แม่ พวกท่านทิ้งอะไรไว้ให้ข้ากันแน่?”
หลี่ลั่วตบหน้าอกที่หัวใจเต้นแรงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพูดล้อเล่นปลอบใจตัวเอง
“มันคงไม่ใช่แค่เค้กวันเกิดที่เก็บไว้หลายปีหรอกนะ…”
—————————–
[1] ศิษย์ในนาม เป็นลูกศิษย์ที่มีความสามารถอยู่ในเกณฑ์ดี จึงถูกจดจำชื่อเอาไว้เผื่อใช้เป็นตัวสำรอง
[2] หมาป่าตาขาว สำนวนจีน หมายถึงคนเนรคุณ