อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 3 บทที่ 63 ผู้กล้าช่วยหญิงงาม (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 3 บทที่ 63 ผู้กล้าช่วยหญิงงาม (อัปเดต)
ท่ามกลางซากปรักหักพัง
ซือคงโกรธจนมีกลิ่นอายฆ่าฟันแผ่ออกมาจากทั่วร่าง แววตามืดมนจนน่ากลัว หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กำลังจะถูกเขากำจัดออกไปแล้วแท้ๆ อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดกำลังจะถูกกำจัดทิ้งอยู่แล้วเชียว แต่อยู่ๆ หลี่ลั่วก็โผล่ออกมา แล้วยังช่วยคนหนีไปแล้วด้วย!
ผลลัพธ์ที่ล้มเหลวเช่นนี้ แม้แต่ซือคงที่สุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอด ก็ยังเกือบจะคลุ้มคลั่งเพราะความโกรธ เขาอยากจะฆ่าหลี่ลั่วให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนั้นเลยจริงๆ
ซือคงกวาดสายตามองไปรอบๆ ต้องการจะตามรอยหลี่ลั่วแต่กลับไม่พบร่องรอยใดๆ ทั้งสิ้น หลี่ลั่วได้พาหลี่ว์ชิงเอ๋อร์หนีไปราวกับหายตัวไปทันที ทำให้ไม่สามารถจับสัมผัสได้อย่างสิ้นเชิง
หลังจากค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง ซือคงก็รู้ว่าการทำแบบนี้มันไม่มีประโยชน์ เขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ระงับอารมณ์โกรธลง ก่อนจะหันหลังกลับไปหาพวกเซี่ยงเหลียงสามคนที่ถูกแช่แข็ง จากนั้นจึงโคจรพลังอัตลักษณ์ ช่วยทั้งสามคนออกมาจากการแช่แข็ง
เมื่อทั้งสามคนหลุดจากน้ำแข็ง ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าถูกแช่แข็งจนสาหัส
เวลาผ่านไปนานพอสมควร ทั้งสามคนจึงค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพกลับมาได้เล็กน้อย
เมื่อเห็นเช่นนั้นซือคงก็กล่าวว่า “หลี่ลั่วพาหลี่ว์ชิงเอ๋อร์หนีไปแล้ว ภารกิจของเรายังไม่สำเร็จ”
“ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องตามหาพวกมันให้เจอ หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ถูกข้าทำร้ายบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว ต้องใช้เวลาในการรักษาตัวสักพักหนึ่งแน่นอน อีกทั้งพลังหัตถ์หยกน้ำแข็งของนางก็หมดลงไปแล้ว คงไม่สามารถใช้ได้อีกในเวลาสั้นๆ ดังนั้นขอแค่ตามหานางให้พบ การจะกำจัดนางก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว”
เมื่อเซี่ยงเหลียงทั้งสามได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาอุตส่าห์พยายามกันมาถึงขั้นนี้แล้ว ย่อมไม่อยากให้ความพยายามทั้งหมดต้องสูญเปล่า
“แค่พวกเราสี่คน กำลังคนคงไม่พอ ที่นี่มีภูมิประเทศซับซ้อนมากเกินไป ดังนั้นข้าขอแนะนำให้พวกเรากระจายข่าวที่หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บสาหัสออกไป ตอนนี้ภายในซากไป๋หลิงยังมีนักศึกษาคนอื่นๆ อยู่อีก หากหลี่ว์ชิงเอ๋อร์อยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดพวกเขาย่อมไม่กล้าเพ่งเป้าไปที่นาง แต่ตอนนี้หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วยังแบกคะแนนเอาไว้มากขนาดนั้นด้วย เกรงว่าพวกที่ใจกล้าบ้าบิ่นน่าจะเบนเป้าไปที่นาง” จงฟู่กล่าวขึ้นอย่างกะทันหัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย แม้แต่ซือคงเองก็แววตาเป็นประกาย พยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมา “รีบลงมือกันเถอะ อย่าให้เวลาพวกมันมากเกินไป”
ซือคงออกคำสั่ง จากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทันที
…
ด้านนอกภูเขาไป๋หลิง
เมื่อหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ถูกบุคคลปริศนาช่วยเหลือไว้ ก็พลันมีเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกมากมายดังขึ้นทันที เพราะหากไม่นับปัจจัยอื่นแล้ว วัดจากความรู้สึกอย่างเดียว พวกเขาย่อมต้องอยากสนับสนุนหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่ดูงดงามอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็นฝ่ายที่ถูกล้อมโจมตีอีกด้วย
เพียงแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าจะถูกช่วยเหลือไปได้ แต่เกรงว่าก็คงทำได้แค่ยืดเวลาตกรอบออกไปเท่านั้น
“คนที่ช่วยหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ไว้ เหมือนจะเป็นคุณชายน้อยนะ” แม้ว่าเงาร่างของหลี่ลั่วจะปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่พลังสายตาของไช่เวยก็ไม่เลวเลยเหมือนกัน สามารถดูออกได้รางๆ
เหยียนหลิงชิงพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวว่า “ผู้กล้าช่วยหญิงงามครั้งนี้ หลี่ลั่วทำได้อย่างชำนาญมากจริงๆ เลือกจังหวะลงมือได้เหมาะเจาะลงตัวสุดๆ แบบนี้สาวน้อยคนไหนจะทนไหวกัน?”
ไช่เวยกล่าวด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หรือว่าชิงเอ๋อร์กำลังจะมีศัตรูหัวใจเพิ่มขึ้นอีกรายแล้ว?”
เหยียนหลิงชิงกล่าวอย่างนึกสนุกว่า “ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะสนุกน่าดู”
พวกนางหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ส่วนบรรยากาศที่ศาลาหลักนั้นยังคงอึมครึม แต่หลังจากที่หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ถูกช่วยเหลืออย่างกะทันหัน สีหน้าบึ้งตึงของผู้อำนวยการเฒ่าก็ดูผ่อนคลายลงไปบ้าง
แต่เขาก็ยังคงไม่เอ่ยพูดอะไรออกมา เพราะเขารู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ วิทยาลัยหนานเฟิงได้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้ว
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บสาหัส พลังต่อสู้ลดลงอย่างมาก การที่จะต่อกรกับซือคงอีกครั้งนั้นเป็นเรื่องยากมากเกินไป
ผู้ว่าซือที่อยู่ด้านข้างจิบชาอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธเคืองที่หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ถูกช่วยเหลือไว้ได้ เขาก็รู้ดีเช่นกันว่า แม้ช่วงเวลาสุดท้ายจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แต่เรื่องไม่คาดฝันนี้ก็เกิดขึ้นช้าไปหน่อย
ตอนนี้หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดอีกต่อไปแล้ว
หลังจากนี้ขอแค่ซือคงตามหานางจนพบ ช่วงชิงคะแนนมาได้ ทุกอย่างก็จบสิ้น
เมื่อถึงตอนนั้น ป้ายทองคำของวิทยาลัยอันดับหนึ่งแห่งมณฑลเทียนสู่ ก็จะตกเป็นของวิทยาลัยตงยวน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้มุมปากของผู้ว่าซือก็ยกขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
จริงสิ คนที่มาช่วยเหลือเมื่อครู่นี้คือหลี่ลั่วสินะ? คนของคฤหาสน์ลั่วหลานนี่มันยังคงน่ารำคาญไม่เปลี่ยนจริงๆ แต่ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงเขายังได้ดูแลมณฑลเทียนสู่ต่อไปในอนาคต เขาก็มีวิธีมากมายที่จะค่อยๆ โค่นล้มหรือกลืนกินกิจการของคฤหาสน์ลั่วหลานไปได้อยู่แล้ว
…
ณ ที่แห่งหนึ่งภายในซากไป๋หลิง ภายในโพรงต้นไม้ใหญ่ที่งอกออกมาจากซากกำแพง หลี่ลั่วค่อยๆ วางหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ลงจากอ้อมกอดอย่างแผ่วเบา
เมื่อเขาก้มหน้าลง ก็พบว่าดวงตาของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์กำลังจ้องเขม็งมาที่ใบหน้าของเขาอย่างไม่ละสายตา
“ถึงข้าจะรู้ว่าการทำตัวเป็นผู้กล้าช่วยหญิงงามแบบนี้มันมีอำนาจทำลายล้างสูงมากเกินไปสำหรับเจ้า แต่ข้าก็ยังหวังว่าเจ้าจะควบคุมตัวเองเอาไว้ได้นะ” หลี่ลั่วกล่าวอย่างจริงจัง
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์เดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดที่แล่นมาจากภายในร่างกายทำให้นางรู้ดีว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่น้อย
“บาดเจ็บหนักไหม?” หลี่ลั่วเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยถาม
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ กล่าวว่า “สาหัสพอสมควร เกรงว่าพลังต่อสู้หลังจากนี้คงจะลดลงอย่างมากแน่ ข้าประมาทเกินไปจริงๆ”
“แบบนั้นก็แย่น่ะสิ ตอนนี้เจ้าพวกซือคงคงกำลังตามล่าพวกเราอย่างบ้าคลั่งเป็นแน่ หากมันฉลาดพอละก็ มันอาจจะดึงนักศึกษาคนอื่นๆ เข้ามาร่วมเพิ่มด้วย ไม่ช้าก็เร็วพวกเราต้องถูกพวกมันควานหาจนเจอแน่” หลี่ลั่วขมวดคิ้วกล่าว
“ขอโทษ” หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก้มหน้าลงกล่าว
“เจ้าจะขอโทษทำไม?” หลี่ลั่วกล่าวอย่างไม่เข้าใจ
“ข้าไม่สามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้ ไม่สามารถตอบรับความคาดหวังของพวกเจ้าได้ แล้วยังทำให้วิทยาลัยหนานเฟิงสูญเสียสิทธิ์เข้าเรียนพิเศษเพิ่มไปด้วย” หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา
“เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับเจ้า? สิทธิ์เข้าเรียนก็ต้องใช้ความสามารถตัวเองไปแย่งชิงกันมาอยู่แล้ว สิทธิ์พิเศษที่เพิ่ม หากเจ้าสามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้ก็ถือเป็นความสามารถของเจ้า หากคว้าอันดับหนึ่งมาไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นโชคไม่ดีของคนอื่นๆ ในวิทยาลัยหนานเฟิงเอง” หลี่ลั่วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่ข้ารู้จัก ไม่ได้อ่อนปวกเปียกขนาดนี้นะ หรือว่าเจ้าถูกซ้อมจนโง่ไปแล้ว?”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ถลึงตามองหลี่ลั่วอย่างไม่พอใจ “เจ้าต่างหากที่โง่”
หลี่ลั่วยิ้มกล่าว “จริงสิ เกือบลืมไปเลย ถึงแม้ว่าเจ้าจะได้รับบาดเจ็บ แต่อัตลักษณ์ของข้าเป็นอัตลักษณ์น้ำนะ ข้าสามารถรักษาเจ้าได้”
“อาการบาดเจ็บของข้า คงไม่สามารถรักษาหายสมบูรณ์ได้ในเวลาสั้นๆ หรอก” หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กล่าวอย่างลังเล
“รักษาได้แค่ไหนก็แค่นั้นแหละ” หลี่ลั่วกล่าว “อัตลักษณ์น้ำแสง” ของเขานั้นพิเศษอย่างมาก อีกทั้งอัตลักษณ์น้ำและอัตลักษณ์แสงสว่างก็ล้วนแล้วแต่มีผลในการรักษาทั้งคู่ เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้ว คิดว่าน่าจะมีผลลัพธ์ในการรักษาอย่างน่าอัศจรรย์แน่นอน
ดังนั้นเขาจึงยื่นฝ่ามือออกไป จับมือน้อยๆ อันเรียวบางและขาวนวลของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์เอาไว้
ทว่าพึ่งจะสัมผัส หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็สะดุ้งโหยงทันที รีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว บนใบหน้างดงามที่ขาวผ่องราวกับอัญมณีพลันแดงก่ำ ในขณะเดียวกันก็จ้องมองหลี่ลั่วด้วยแววตาขวยเขินและไม่พอใจ “ทะลึ่ง เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ!”
หลี่ลั่วเองก็ตกใจกับปฏิกิริยาอันรุนแรงของนางเช่นกัน ก่อนจะยิ้มเจื่อนกล่าว “ใช้อัตลักษณ์น้ำของข้าช่วยรักษาเจ้าไง”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กล่าวตะกุกตะกัก “ชะ เช่นนั้นก็ไม่เห็นต้องจับมือข้าเลยนี่”
หลี่ลั่วเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ “พลังอัตลักษณ์อันน้อยนิดของข้า หากต้องรักษาผ่านเสื้อผ้าด้วยละก็ ผลลัพธ์มันจะอ่อนลงไปมาก หรือไม่ก็เจ้าหันหลังไปให้ข้าหน่อย ข้าจะได้ถกเสื้อผ้าออกเล็กน้อย”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กัดฟันแน่น จ้องมองเขาด้วยความโกรธปนอาย ดุร้ายราวกับแม่เสือน้อย
“ไม่รักษาแล้ว! เอาใจยากเหลือเกิน! เช่นนั้นพวกเราก็นั่งรอถูกกำจัดออกไปที่นี่ด้วยกันเลยก็แล้วกัน” หลี่ลั่วเองก็โกรธเช่นกัน เด็กผู้หญิงนี่เรื่องเยอะจริงๆ แค่รักษาอาการบาดเจ็บนิดหน่อยก็ยังอิดออดขนาดนี้
ข้าหลี่ลั่วก็มีอารมณ์เหมือนกันนะ!
“อย่า”
เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะลุกขึ้น หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็รีบห้ามเอาไว้ จากนั้นจึงค่อยก้มหน้าลงกล่าว “ข้าผิดไปแล้ว เจ้ารักษาต่อเถอะ”
หลี่ลั่วถึงได้กระแทกเสียงฮึเบาๆ ออกมา ก่อนจะนั่งลง ยื่นฝ่ามือออกไป จับมือเล็กๆ ของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์เอาไว้อย่างรุนแรง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวิชาลับที่นางบำเพ็ญไว้หรือเปล่า ทำให้มือเล็กๆ ของนางนั้นทั้งนุ่มนวลทั้งเย็นยะเยือก สัมผัสราวกับแผ่นหยก ทำให้รู้สึกอยากจะบีบเล่นขึ้นมา
แต่หลี่ลั่วกลับมีสีหน้าเฉยเมย โคจรพลังอัตลักษณ์ภายในร่างกายอย่างรวดเร็ว พลังอัตลักษณ์สีน้ำเงินไหลไปตามฝ่ามือของเขา ค่อยๆ ซึมเข้าสู่ร่างกายของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้กับนาง
เมื่อพลังอัตลักษณ์น้ำของหลี่ลั่วไหลเข้าสู่ร่างกาย นัยน์ตาของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็ฉายแววประหลาดใจออกมา เพราะนางพบว่าพลังอัตลักษณ์น้ำของหลี่ลั่วนั้นบริสุทธิ์อย่างมาก อีกทั้งความสามารถในการรักษาอาการบาดเจ็บก็ยังดีกว่าที่นางคาดการณ์เอาไว้ด้วย
ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ออกมาจากบริเวณจุดบาดเจ็บภายในร่างกาย ขจัดความเจ็บปวดทิ้งไป
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์มองมือเล็กๆ ที่ถูกหลี่ลั่วจับเอาไว้ กัดริมฝีปากแดงระเรื่อจนแน่น เบนหน้าหนีเล็กน้อย ใช้ผมยาวปิดบังใบหน้าเอาไว้ครึ่งหนึ่ง เพราะตอนนี้นางมีใบหน้าแดงก่ำ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย ท่าทางเช่นนี้ ไม่เคยปรากฏบนร่างกายของนางมาก่อนเลย
อันที่จริงหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ไม่ได้รังเกียจที่ถูกหลี่ลั่วจับมือ เพียงแต่เป็นเพราะนางบำเพ็ญ “หัตถ์หยกน้ำแข็ง” เอาไว้ ทำให้ฝ่ามือทั้งสองข้างของนางในยามที่ไม่ได้โคจรพลังอัตลักษณ์เอาไว้จะอ่อนไหวอย่างมาก ดังนั้นในยามปกตินางจึงต้องสวมถุงมือใยไหมน้ำแข็งเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาสัมผัสโดนมือของนาง
แต่ตอนนี้ หลี่ลั่วกลับทำตัวหยาบคาย จับมือนางไว้ แล้วยังทำงอนเพื่อบังคับให้นางก้มหัวขอโทษอีก เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่หยิ่งทะนงมาโดยตลอดก็รู้สึกน้อยใจไม่น้อยเลย