อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 3 บทที่ 62 หัตถ์หยกน้ำแข็ง (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 3 บทที่ 62 หัตถ์หยกน้ำแข็ง (อัปเดต)
ถุงมือสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ถูกถอดออกจากมือของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ เผยให้เห็นมืออันเรียวบางที่งดงามจนเกือบจะสมบูรณ์แบบคู่หนึ่งปรากฏสู่สายตาของทุกคน
ขาวผ่องดุจหิมะ สะอาดบริสุทธิ์ ราวกับไร้ซึ่งสิ่งมลทินอย่างสมบูรณ์
มืออันเรียวบางทั้งสองข้างของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์นั้นมีเสน่ห์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ราวกับงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตจากหยกขาว ไร้ตำหนิอย่างสิ้นเชิง ทำให้ผู้คนรู้สึกหลงใหลจนไม่อาจละสายตาได้
ดังนั้นเมื่อหลี่ว์ชิงเอ๋อร์เผยมือของนางออกมา ไม่ต้องพูดถึงเด็กหนุ่มสามคนที่มองอย่างตะลึง แม้แต่ฉือซูที่เป็นเด็กผู้หญิงเองก็ยังต้องตกตะลึงไปเช่นกัน ดวงตาฉายแววอิจฉาออกมาแวบหนึ่ง
ใบหน้าที่งดงาม พวกเขาต่างเคยพบเห็นมาไม่น้อยแล้ว แต่คนที่แม้แต่มือก็ยังงดงามเช่นนี้ พวกเขาเพิ่งจะเคยได้พบเห็นเป็นครั้งแรกจริงๆ
น่าเสียดายจริงๆ ที่หลี่ว์ชิงเอ๋อร์มักจะซ่อนมือคู่นี้เอาไว้ใต้ถุงมือใยไหมอย่างมิดชิด
ยิ่งไปกว่านั้น บนมือน้อยๆ ที่ขาวผ่องราวกับหยกน้ำแข็งของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ ยังมีอักขระน้ำแข็งอันลึกลับปรากฏขึ้นมาอย่างเลือนราง มีไอเย็นสุดขั้วสายหนึ่งค่อยๆ แผ่ซ่านออกมา
“ระวังกันด้วย นั่นคือวิชาลับของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ หัตถ์หยกน้ำแข็ง… ถึงแม้ว่าตอนนี้นางจะอยู่แค่ระดับเก้าตรา แต่อานุภาพของวิชานี้เทียบเท่ากับวิชาอัตลักษณ์ระดับขุนพลบางวิชาแล้ว” เสียงพูดอันตึงเครียดของซือคงดังขึ้นในเวลานี้
เมื่อเซี่ยงเหลียงและคนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อมองไปยังฝ่ามือที่งดงามไร้ที่ติของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์อีกครั้ง นัยน์ตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
วิชาอัตลักษณ์ระดับขุนพล สำหรับพวกเขาที่อยู่ในระดับสิบตรานั้นมันเป็นคนละระดับกันเลย เพียงแต่วิชาอัตลักษณ์ระดับนั้น ด้วยพลังอัตลักษณ์ของพวกเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถใช้ออกได้เลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้วิชาลับของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ กลับทำให้นางสามารถแสดงพลังเทียบเท่ากับวิชาอัตลักษณ์ระดับขุนพลออกมาได้ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ระดับลักษณาจารย์ แล้วพวกเขาจะไม่ตกใจได้อย่างไร
ตอนนี้เอง พวกเขาถึงได้เข้าใจว่าทำไมซือคงถึงได้ลากพวกเขามาช่วยปิดล้อมหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ไว้ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อ่อนแออะไร ที่แท้นางก็มีไพ่ตายเช่นนี้อยู่นี่เอง
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์มีสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกราวกับภูเขาน้ำแข็ง นางไม่พูดพร่ำทำเพลงแม้แต่คำเดียว เงาร่างของนางพลันพุ่งเข้าหาซือคงอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่านางต้องการจัดการกับซือคงก่อน
ทว่าซือคงก็ราวกับคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้วเช่นกัน พลันมีประกายสายฟ้าสว่างวูบวาบบนผิวนอกร่างกาย จากนั้นเงาร่างของเขาก็พุ่งถอยหลังกลับไปราวกับประกายสายฟ้า พลังอัตลักษณ์สายฟ้านั้นมีความเร็วเป็นเลิศเช่นกัน ไม่ด้อยไปกว่าอัตลักษณ์สายลมเลย
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่ว์ชิงเอ๋อร์จึงล้มเลิกความคิดที่จะจับตัวหัวหน้าไปอย่างเด็ดขาดทันที เปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ย้ายเป้าหมายไปที่เซี่ยงเหลียงแทน
เมื่อเห็นหลี่ว์ชิงเอ๋อร์พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเซี่ยงเหลียงก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเช่นกัน แต่เขาไม่ได้มีความรวดเร็วเท่ากับซือคง ดังนั้นจึงทำได้เพียงคำรามออกมาเสียงดัง พลังอัตลักษณ์สีแดงเพลิงอันร้อนแรงได้พวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา
ขณะเดียวกันดาบยาวที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างร้อนแรงในมือก็ได้ฟาดฟันลงไปทางหลี่ว์ชิงเอ๋อร์อย่างเดือดดาล
พึ่บ!
ประกายดาบอันร้อนแรงฟาดฟันลงมา แต่หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กลับไม่สนใจแม้แต่น้อย นางเพียงประกบนิ้วมือข้างซ้ายสองนิ้วเข้าด้วยกัน ปล่อยไอเย็นยะเยือกออกมา ปะทะเข้ากับประกายดาบอันร้อนแรงนั่นโดยตรง
เคร้ง!
ราวกับมีเสียงใสกังวานดังขึ้น จากนั้นเซี่ยงเหลียงก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่ามีเกล็ดน้ำแข็งหนาจำนวนมากกำลังก่อตัวขึ้นบนคมดาบของเขาอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็ทำให้พลังอัตลักษณ์ไฟของเขามอดดับลงไป เกล็ดน้ำแข็งยังคงแพร่กระจายไปทางเขาด้วยความเร็วสูง เพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างกายของเขาก็ถูกแช่แข็งอยู่กับที่แล้ว
เพียงการโจมตีเดียวเท่านั้น ก็จัดการเซี่ยงเหลียงที่มีพลังแปดตราได้แล้ว!
อานุภาพของ “หัตถ์หยกน้ำแข็ง” ของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ
ฉือซูและจงฟู่ที่เห็นเช่นนั้นจึงหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างไม่ลังเลทันที
แต่เมื่อหลี่ว์ชิงเอ๋อร์เผยไพ่ตายออกมาแล้ว นางจะยอมให้พวกเขาหนีรอดไปได้อย่างไร นางที่เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วจึงกดปลายเท้าลงอย่างแผ่วเบา ราวกับมีเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้นใต้ฝ่าเท้าของนาง กลายเป็นสายธารน้ำแข็งสองสาย พุ่งเข้าแช่แข็งเท้าของทั้งสองคนเอาไว้ทันที
จากนั้นร่างของนางก็พุ่งออกไป สองนิ้วมือซ้ายจี้แทงออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านไปสิบกว่าลมหายใจ ก็มีรูปปั้นน้ำแข็งเพิ่มขึ้นมาอีกสองร่างท่ามกลางซากปรักหักพัง
เพียงพริบตาเดียว นักศึกษาระดับหัวกะทิสามคนที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของกระดานคะแนน ก็ถูกหลี่ว์ชิงเอ๋อร์จัดการจนราบคาบ
เพียงแต่ หลังจากที่จัดการทั้งสามคนเสร็จแล้ว อักขระน้ำแข็งจางๆ บนมือซ้ายของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็เริ่มจางหายไป
แปะแปะแปะ!
ด้านหลังมีเสียงปรบมือดังขึ้น เห็นเพียงซือคงมองมาทางนี้พร้อมกับรอยยิ้ม กล่าวชื่นชมว่า “ช่างเป็นหัตถ์หยกน้ำแข็งที่ร้ายกาจมากจริงๆ”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์มีสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก ดีดตัวพุ่งทะยานเข้าหาซือคงทันที
แต่ครั้งนี้ ซือคงไม่ได้หลบอีกต่อไป
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์จึงฟาดฝ่ามือขวาออกไป ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่ง แม้แต่อากาศก็ยังดูราวกับกำลังจะถูกแช่แข็ง แฝงไว้ด้วยพลังอันแข็งกร้าว ฟาดเข้าที่หน้าอกของซือคงโดยตรง
แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือร่างกายของซือคงกลับไม่ถูกแช่แข็ง
เพราะบนร่างกายของเขามีประกายสายฟ้าอันเกรี้ยวกราดกำลังวิ่งพล่าน ดูราวกับว่ามันได้ก่อตัวเป็นชุดเกราะสายฟ้าขึ้นมา
“ชิงเอ๋อร์ หากเป็นหัตถ์หยกน้ำแข็งที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ละก็ คงจะสามารถทำลายเกราะอัสนีคลั่งของข้าได้ แต่พลังเพียงเท่านี้ ยังไม่พอหรอกนะ” ซือคงเผยรอยยิ้มออกมา เกราะอัสนีคลั่งนี้ก็เป็นไพ่ตายของเขาเช่นกัน
หากเป็น “หัตถ์หยกน้ำแข็ง” ของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ในสภาพที่พลังสมบูรณ์ ซือคงก็อาจจะต้องรับมืออย่างรอบคอบ แต่ตอนนี้หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ได้ใช้พลังไปครึ่งหนึ่งในการจัดการกับเซี่ยงเหลียงและอีกสองคนแล้ว ซือคงจึงไม่กลัวอีกต่อไป
อาจกล่าวได้ว่า ที่เขาไปพาเซี่ยงเหลียงกับคนอื่นๆ มาช่วย แท้จริงแล้วก็เพราะต้องการจะใช้พวกเขาเป็นตัวเผาผลาญพลังของ “หัตถ์หยกน้ำแข็ง” ของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์นี่เอง และตอนนี้แผนการของเขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว
ประกายสายฟ้ากับไอเย็นปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง พลังของทั้งสองฝ่ายต่างก็ถูกเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็ต้องใจหายเมื่อเห็นว่าอักขระน้ำแข็งบนมือขวาของนางจางหายไปแล้ว
พลังของหัตถ์หยกน้ำแข็งถูกใช้จนหมดแล้ว
ตูม!
และในจังหวะนี้เอง ซือคงก็ได้จู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็ว หมัดหนักหน่วงและดุดันของเขาได้สร้างเสียงฟ้าร้องทุ้มต่ำออกมา ชกเข้าที่ท้องน้อยของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์โดยตรง
ร่างของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์กระเด็นออกไปไกล กระแทกเข้ากับกองหินอย่างรุนแรง มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมา
“ชิงเอ๋อร์ น่าเสียดายจริงๆ สุดท้ายแล้วคนที่ชนะก็ยังคงเป็นข้าอยู่ดี” ซือคงยิ้มออกมาอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย จากนั้นก็ค่อยๆ เดินเข้าไปหาหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่ไม่เหลือแรงจะตอบโต้แล้ว
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจ มองซือคงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ถึงแม้ว่าจะเจ็บใจมาก แต่สุดท้ายก็ได้แต่ยอมแพ้อย่างจนใจ
“คะแนนของเจ้า ข้าขอรับเอาไว้ก็แล้วกัน”
ซือคงยื่นมือออกไป หวังที่จะคว้าแผ่นหยกบนหน้าอกของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์
พึ่บพึ่บ!
แต่ในจังหวะนี้เอง ได้มีลูกบอลแสงนับสิบลูกพุ่งเข้ามาจากทางด้านหน้าอย่างกะทันหัน ระเบิดออกตรงกลางระหว่างซือคงกับหลี่ว์ชิงเอ๋อร์
พลันมีระเบิดแสงสว่างจ้าปะทุออกมา
การจู่โจมที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอาซือคงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตารู้สึกเจ็บแปลบ แต่เขาก็ยังคงยื่นมือออกไปคว้าหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่เขากลับคว้าได้เพียงอากาศธาตุ
เขาใจหายทันที รีบฝืนลืมตาที่เจ็บแปลบขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เห็นเงาร่างหนึ่งกำลังอุ้มหลี่ว์ชิงเอ๋อร์เอาไว้ ก่อนจะกระโดดหายเข้าไปในซากปรักหักพังท่ามกลางประกายแสงที่สว่างวาบ
ซือคงเดือดดาลขั้นสุด ดีดตัวพุ่งทะยานออกไปหมายจะไล่ตาม แต่เมื่อข้ามซากกำแพงไปแล้ว ก็ไม่เห็นใครเลยแม้แต่เงา
รอยยิ้มบนใบหน้าของซือคงหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความบูดบึ้ง
ถึงแม้ว่าเงาร่างเมื่อครู่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่ซือคงก็ยังคงจำได้
“ไอ้หลี่ลั่วสมควรตาย! บังอาจมาทำลายแผนการของข้า!”
เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ค่อยๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากซอกฟันของซือคงที่กำลังกัดฟันแน่น