อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 3 บทที่ 69 ปะทะเดือดกับซือคง (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 3 บทที่ 69 ปะทะเดือดกับซือคง (อัปเดต)
เคร้ง! เคร้ง!
ภายในตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่งของซากปรักหักพัง เงาร่างสองสายที่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังอัตลักษณ์ได้พุ่งเข้าปะทะกัน ดาบและหอกในมือต่างฟาดฟันห้ำหั่นกันอย่างรวดเร็ว เงาหอกประกายดาบกะพริบวูบวาบ เชือดเฉือนซากกำแพงที่อยู่รอบข้างจนเกิดรอยแตกขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เศษหินใต้ฝ่าเท้าถูกเป่ากระเด็นอย่างต่อเนื่อง พุ่งชนเข้าใส่กำแพงโดยรอบจนเกิดเสียงดังเปรี้ยงปร้างเป็นจังหวะ
หลี่ลั่วมีสีหน้าเคร่งขรึม ดาบคู่ในมือถูกร่ายรำจนเกิดประกายดาบอย่างต่อเนื่อง ถาโถมเข้าสาดซัดใส่ซือคงอย่างต่อเนื่องประหนึ่งเกลียวคลื่นในมหาสมุทรอันไร้ที่สิ้นสุด
เมื่อเผชิญกับการโจมตีของหลี่ลั่ว ซือคงกลับมีสีหน้าท่าทางสงบนิ่ง ถึงแม้ว่าการโจมตีของหลี่ลั่วจะต่อเนื่องไม่มีพัก แต่เขากลับเลือกที่จะใช้พลังเข้าหักล้าง ทุกครั้งที่ปลายหอกที่แฝงไว้ด้วยพลังอัตลักษณ์สายฟ้ากวาดผ่าน ก็จะสามารถฉีกกระชากประกายดาบจนแหลกสลายได้ทันที
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด พลังอัตลักษณ์พลุ่งพล่านอย่างเดือดพล่าน ปะทะกันอย่างรุนแรง
ทว่าในการต่อสู้พัวพันเช่นนี้ สามารถดูออกได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าซือคงยังเหนือกว่าอยู่บ้าง ปลายหอกของเขามักจะสามารถทะลวงการโจมตีของหลี่ลั่วเข้าไปสร้างความเสียหายให้กับเขาได้อย่างมหันต์
และทุกครั้งที่ถูกโจมตี ปลายดาบของหลี่ลั่วก็จะมีลูกบอลแสงหลายลูกถูกยิงออกมา ระเบิดแสงสว่างเจิดจ้า ทำให้ซือคงจำต้องกลับไปตั้งรับอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น ถึงแม้ว่าสถานการณ์โดยรวมของซือคงจะดูเหนือกว่าอยู่บ้าง แต่ในใจเขากลับจะไม่ค่อยพอใจนัก เพราะสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
ดังนั้น เมื่อการต่อสู้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซือคงได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่หลี่ลั่วเผยช่องโหว่ แววตาดุร้ายขึ้นอย่างฉับพลัน พลังอัตลักษณ์สายฟ้าที่วิ่งเต้นอยู่บนหอกยาวในมือพลันคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที
“วิชาอัตลักษณ์ระดับสูง ปักษาแห่งอัสนีคำรน!”
บนหอกยาวของซือคง ประกายสายฟ้าปะทุออก มีเสียงร้องของปักษาดังกึกก้องจนแสบหู เสียงนกร้องดุจดังฟ้าร้อง ดังสนั่นหวั่นไหวจนหลี่ลั่วถึงกับหูดับไปชั่วขณะ
เมื่อหูดับทั้งสองข้าง อีกทั้งตรงหน้าก็มีประกายสายฟ้าเปล่งแสงสว่างจ้า พลังอัตลักษณ์สายฟ้าบนหอกยาวของซือคงก็ราวกับจำแลงกายเป็นวิหคอัสนีที่กำลังเดือดดาล พุ่งเข้าจู่โจมมาสังหารเขาด้วยท่าทางอันดุร้ายอำมหิต
ประกายดาบที่เหมือนกับเกลียวคลื่นหลายชั้นของหลี่ลั่วได้ถูกทำลายลงในพริบตา
แต่ในตอนที่ปลายหอกพุ่งเข้ามาใกล้ๆ อยู่ๆ ด้านหน้าของหลี่ลั่วก็มีกระจกน้ำปรากฏขึ้น
“กระจกมารแสงวารี!”
ซูม!
ปักษาแห่งอัสนีคำรนพุ่งเข้าใส่กระจกน้ำอย่างรุนแรง เกิดระลอกคลื่นแผ่กระจายออกมาทันที แต่ในวินาทีต่อมา บนผิวกระจกก็มีพลังอันรุนแรงสายหนึ่งพุ่งออกมาปะทะเข้ากับปักษาแห่งอัสนีคำรน
ตูม!
เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่น พลังอัตลักษณ์ปะทะกันจนซากกำแพงอยู่โดยรอบถูกสะเทือนเกิดรอยแตกร้าวเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย
ร่างของหลี่ลั่วและซือคงกระเด็นออกไปพร้อมๆ กัน ฝ่าเท้าทั้งสองย่ำพื้นจนเกิดรอยเท้าขึ้นหลายรอย
ซือคงมีสีหน้าเย็นชา จ้องมองหลี่ลั่วด้วยสายตาที่เฉียบคมประหนึ่งอินทรี “นี่สินะวิชากระจกวารีพิสดารที่เจ้าใช้บีบซ่งอวิ๋นเฟิงจนเสมอกันในการสอบซ้อม?”
เห็นได้ชัดว่าเขาก็พอจะรู้ข่าวของหลี่ลั่วอยู่บ้างเหมือนกัน
“เจ้าจะเรียกมันว่า… มหาวิชาตีเสมอก็ได้!” หลี่ลั่วยิ้มกล่าว
ซือคงไม่ได้สนใจคำพูดล้อเล่นของหลี่ลั่ว เขาเพียงแค่สะบัดหอกยาวในมือออก พลังอัตลักษณ์สายฟ้าทะลักออกมาอีกครั้ง จากนั้นปักษาแห่งอัสนีคำรนก็พุ่งเข้าโจมตีไปอีกระลอก
หลี่ลั่วยกมือขึ้น กระจกมารแสงวารีถูกใช้ออกมา จากนั้นทั้งสองต่างก็ถูกแรงปะทะสะเทือนจนกระเด็นออกไป
ต่อมาทั้งสองฝ่ายก็ต่อสู้พัวพันกันอย่างดุเดือดอีกครั้ง แต่ถึงแม้ว่าซือคงจะได้เปรียบอยู่บ้าง ทว่าการโจมตีของเขากลับไม่สามารถทะลวง “กระจกมารแสงวารี” ของหลี่ลั่วไปได้เลย การต่อสู้ของทั้งสองจึงตกอยู่ในสถานการณ์ชะงักงันไปชั่วขณะ
เมื่อภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของผู้คนมากมายที่อยู่นอกภูเขาไป๋หลิง ก็ทำให้เกิดเสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นไม่ขาดสาย ผลลัพธ์เช่นนี้อยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขาอยู่บ้างจริงๆ
คุณชายน้อยแห่งคฤหาสน์ลั่วหลานผู้นี้ หลายปีมานี้ไม่ค่อยมีชื่อเสียงในมณฑลเทียนสู่เท่าใดนัก ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว แต่ใครจะไปคิดว่าในการสอบใหญ่ของวิทยาลัยครั้งนี้ เขากลับสามารถเปล่งประกายโดดเด่นได้มากถึงเพียงนี้
ช่างสมกับเป็นบุตรชายของทั้งสองท่านนั้นจริงๆ
ไช่เวยและเหยียนหลิงชิงเองก็มองดูด้วยความตกใจอย่างหนักเช่นกัน เจ้าหลี่ลั่วนี่ อยู่ๆ ก็ยกระดับไปถึงระดับแปดตราตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ทั้งที่เมื่อเดือนก่อน เขายังเป็นแค่คนไร้อัตลักษณ์เท่านั้น ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะมีสาเหตุมาจากการที่เคยสั่งสมพลังเอาไว้ก่อนหน้านี้ แต่ความเร็วในการบำเพ็ญที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้ ก็ยังทำให้ผู้คนรู้สึกตกตะลึงได้อยู่ดี
สุดท้ายแล้ว ก็ได้แต่อธิบายว่าเป็นเพราะการสิ่งที่สั่งสมไว้มานานมันปะทุออกมาในคราวเดียว
ในขณะที่สายตานับไม่ถ้วนที่อยู่นอกภูเขากำลังตกตะลึงอยู่นั้น การต่อสู้พัวพันระหว่างหลี่ลั่วและซือคงก็ดำเนินต่อไปอีกหลายนาที
จนกระทั่งเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว ซือคงก็ได้แทงหอกยาวในมือออกไปอีกครั้งด้วยแววตาเย็นชา กระจกมารแสงวารีปรากฏขึ้นพร้อมกับสะท้อนพลังกลับไปอย่างรุนแรง
แต่ครั้งนี้ อยู่ๆ บนร่างกายของซือคงก็มีประกายสายฟ้าอ่อนๆ ปะทุขึ้นมา ประหนึ่งว่าก่อตัวเป็นชุดเกราะสายฟ้า และเมื่อพลังสะท้อนสายนั้นสัมผัสเข้ากับชุดเกราะสายฟ้า มันก็ถูกดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้นในทันที ทำให้ประกายสายฟ้ายิ่งพลุ่งพล่านรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทำให้ดวงตาของหลี่ลั่วแววตาตึงเขม็งไปทันที รีบดีดตัวถอยหลังไปทันที
แต่การเคลื่อนไหวของซือคงนั้นรวดเร็วยิ่งกว่า ตัวหอกถูกกวัดแกว่งออกไป เกิดเป็นประกายสายฟ้าสายหนึ่งฟาดเข้าใส่ร่างของหลี่ลั่วอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
เสียงกระแทกดังขึ้น ร่างของหลี่ลั่วกระเด็นออกไปทันที ดาบสั้นทั้งสองเล่มในมือลากเป็นรอยยาวสองรอยบนพื้นก่อนที่เขาจะประคองร่างเอาไว้ได้
ที่มุมปากของเขามีคราบเลือดไหลซึมออกมา บริเวณหน้าอกรู้สึกเจ็บแปลบอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีอย่างฉับพลันของซือคงแล้ว
แต่โชคดีที่ตัวเขามี “อัตลักษณ์น้ำแสง” มีพลังในการรักษาตัวเองที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นในขณะที่พลังอัตลักษณ์ไหลเวียน ความเจ็บปวดบริเวณหน้าอกก็ค่อยๆ บรรเทาลงอย่างรวดเร็ว
หลี่ลั่วมองไปทางด้านหน้า ซือคงในตอนนี้กำลังถือหอกยาวในมือ จ้องมองเขามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย บนร่างกายมีชุดเกราะแสงที่เกิดจากประกายสายฟ้าอ่อนๆ ห่อหุ้มเอาไว้ เป็นชุดเกราะสายฟ้านี่เองที่สามารถดูดกลืนพลังสะท้อนของ “กระจกมารแสงวารี” ของหลี่ลั่วได้
“ชุดเกราะอัสนีคลั่งสินะ…”
หลี่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนหน้านี้หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็เคยบอกเขาแล้วว่า นี่คือไม้ตายของซือคง เมื่อชุดเกราะสายฟ้านี้ปรากฏขึ้น มันไม่เพียงแต่จะเพิ่มพลังป้องกันของซือคงอย่างมากเท่านั้น แม้แต่พลังโจมตีและความเร็วของอีกฝ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน ค่อนข้างตึงมือเลยทีเดียว
ในขณะที่หลี่ลั่วยังคงครุ่นคิดอยู่นั้น ซือคงก็ไม่คิดจะให้โอกาสเขาได้พักหายใจแม้แต่น้อย เงาร่างกะพริบวูบ ประกายสายฟ้าสว่างวาบ พุ่งเข้าโจมตีเขาทันที การโจมตีในครั้งนี้นั้นรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้อย่างมาก
หลี่ลั่วไม่ได้ปะทะกับอีกฝ่ายตรงๆ เขายกนิ้วขึ้นดีด พลันมีกระสุนวารีแสงจำนวนมากถูกยิงออกไป มีแสงสว่างจ้าปะทุออกมา ขัดขวางการโจมตีของซือคง
ทว่าซือคงก็เตรียมรับมือกับเรื่องนี้เอาไว้แล้วเช่นกัน เขาหลับตาทั้งสองข้างลง หอกยาวที่ถูกปกคลุมไปด้วยประกายสายฟ้าอันเกรี้ยวกราดได้ครอบคลุมตำแหน่งของหลี่ลั่วเอาไว้โดยตรง
ใต้ฝ่าเท้าของหลี่ลั่วราวกับมีประกายวารีส่องสว่าง ลื่นไถลถอยหลังออกไป หลบออกจากระยะการโจมตี
แต่การโจมตีของซือคงกลับไม่หยุดอยู่แค่นั้น มันยังคงโหมโจมตีไล่หลังมาอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง
ภายในตรอกเล็กแถบนี้ ซากกำแพงถูกสะเทือนจนแตกร้าว หลี่ลั่วถอยร่นอย่างเร่งด่วน ซือคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ ทุกที่ที่ทั้งสองผ่านไป ประกายสายฟ้าวูบวาบ ประกายวารีหลั่งไหล
คราวนี้ ทักษะทั้งหมดของหลี่ลั่วล้วนไร้ผล
ด้วยการเสริมพลังจากชุดเกราะอัสนีคลั่ง ตอนนี้ซือคงสามารถกดดันหลี่ลั่วได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ตรงเชิงเขาไป๋หลิง เริ่มมีเสียงแสดงความเสียดายดังขึ้น เมื่อการต่อสู้ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ความห่างชั้นระหว่างทั้งสองก็ได้เผยออกมาอย่างชัดเจนแล้วเช่นกัน หลี่ลัวยังคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซือคงที่อยู่ในระดับเก้าตราอยู่ดี
ดูท่าว่าในการสอบใหญ่ของวิทยาลัยในมณฑลเทียนสู่ครั้งนี้ วิทยาลัยหนานเฟิงคงยากที่จะรักษาป้ายทองคำของวิทยาลัยอันดับหนึ่งไว้ได้แล้ว