อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 3 บทที่ 80 จักรเทพไร้ลักษณ์เล็ก (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 3 บทที่ 80 จักรเทพไร้ลักษณ์เล็ก (อัปเดต)
ภายในห้องนอน
แสงแดดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ตกกระทบลงบนร่างของหลี่ลั่ว ในเวลานี้เขากำลังถือคัมภีร์หยกเอาไว้ในมือ ยกขึ้นแนบกับหว่างคิ้ว หลับตาลงเล็กน้อย อ่านข้อมูลมากมายมหาศาลที่อยู่ภายใน
สิ่งที่บันทึกไว้ในคัมภีร์หยกนี้ก็คือ “วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก” ที่หลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานทิ้งไว้ให้เขา
หลังผ่านไปนานพอสมควร หลี่ลั่วก็ลืมตาขึ้น ใช้ปลายนิ้วนวดคลึงหว่างคิ้ว แม้ว่าจิตใจจะรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
อย่างไรเสียหลี่ลั่วก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะวางแผนสำหรับอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองมานานแล้ว
และหลังจากที่ได้สัมผัสกับ “วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก” อย่างแท้จริงแล้ว หลี่ลั่วถึงได้เข้าใจว่าการที่จะหลอมสร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิดขึ้นมาหนึ่งอันนั้นมันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนมากเพียงใด
สิ่งที่เรียกว่า “วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก” นั้น แก่นแท้ของมันก็คือการสกัดพลังงานหรือสสารที่ต้องการออกมาจากวัตถุต่างๆ ในทั่วหล้าฟ้าดินที่มีพลังงานหลากหลายรูปแบบบรรจุอยู่ ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการหลอมสร้างอัตลักษณ์ไฟหลังกำเนิด ก็จำเป็นต้องตามหาวัตถุที่มีพลังงานไฟ นำมาหลอมสกัดด้วยวิธีการเฉพาะ สุดท้ายก็ทำการปรับสมดุลพลังงานภายในนั้น ก่อนจะใช้วิญญาณและแก่นโลหิตของตนเองเป็นสื่อกลาง สิ่งที่หลอมสร้างขึ้นมาได้จึงจะนับว่าเป็นอัตลักษณ์หลังกำเนิดที่สมบูรณ์
และจุดที่ยุ่งยากที่สุดก็คือต้องค้นหาวัตถุดิบต่างๆ จำนวนมหาศาลมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ทดลองความเข้ากันได้ระหว่างวัตถุดิบเหล่านั้นจนกว่าจะพบจุดสมดุล
ในบางแง่มุมนั้น นี่เป็นทั้งสิ่งที่ต้องใช้ทักษะและต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
ดังนั้นหลังจากที่ได้อ่าน “วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก” แล้ว หลี่ลั่วก็รู้ว่าในช่วงชีวิตของเขาต่อจากนี้ไป เกรงว่าคงต้องใช้เวลากับเรื่องนี้อีกไม่น้อย
แต่ข่าวดีเพียงหนึ่งเดียวก็คือ เนื้อหาช่วงท้ายของคัมภีร์หยกนี้ หลี่ลั่วได้เห็นบันทึกบางส่วนที่หลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานทิ้งเอาไว้ ซึ่งมันก็คือการทดลองต่างๆ ของพวกเขาในช่วงแรก ซึ่งมันนับเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่ช่วยให้หลี่ลั่วที่เพิ่งเริ่มต้นประหยัดเวลาอันมีค่าไปได้ไม่น้อยเลย
และที่สำคัญที่สุดคือ เขาได้เห็นคำแนะนำที่หลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานทิ้งเอาไว้ด้วย เป็นคำแนะนำสำหรับอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองของเขา พวกเขาแนะนำว่าอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองนี้ หลี่ลั่วควรจะเลือกคุณสมบัติหลักเป็นอัตลักษณ์ไม้
สาเหตุที่เลือกเช่นนั้นก็ยังเป็นเพราะหลี่ลั่วต้องสูญเสียแก่นโลหิตและอายุขัยไปในการหลอมสร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันแรก แม้ว่าพลังอัตลักษณ์ของอัตลักษณ์น้ำแสงจะค่อยๆ ชดเชยส่วนที่ขาดหายไปเหล่านั้น แต่เพื่อความปลอดภัย คุณสมบัติหลักของอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองควรจะเป็นอัตลักษณ์ไม้จะดีที่สุด
เพราะพลังของอัตลักษณ์ไม้นั้น นอกจากจะมีผลในการฟื้นฟูแล้ว ยังมีผลในการถอนพิษอีกด้วย ซึ่งมันจะช่วยเพิ่มความสามารถในการเอาชีวิตรอดของหลี่ลั่วได้ ภายใต้พลังแห่งการเยียวยาของอัตลักษณ์น้ำ แสงสว่าง และไม้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหลี่ลั่วในอดีตก็น่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อรากฐานของเขาอีกต่อไป
“อัตลักษณ์ไม้งั้นหรือ…”
หลี่ลั่วจมสู่ห้วงความคิด เดิมทีเขาคิดว่าอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองของเขาน่าจะเป็นสายโจมตี แต่ตอนนี้พ่อกับแม่กลับแนะนำอัตลักษณ์ไม้ เขาก็จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว
หลี่ลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อันที่จริงแล้วอัตลักษณ์น้ำแสงของเขาที่ได้รับการหนุนเสริมจากวิชาอัตลักษณ์ฉบับดัดแปลงแล้ว พลังโจมตีก็ไม่ได้อ่อนด้อยเลย ดังนั้นหากคุณสมบัติหลักของอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองนี้เป็นอัตลักษณ์ไม้ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น วิชาอัตลักษณ์ของอัตลักษณ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นสายควบคุม ในอนาคตเขาสามารถพัฒนาไปในทิศทางนี้ได้มากขึ้น เมื่อถึงเวลาต้องต่อสู้กับผู้อื่น ก็สามารถควบคุมอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยใช้ธนูยิงให้พรุนเป็นรังผึ้งไปเลย
แต่แบบนั้นมันดูไม่เท่เอาเสียเลย กลับจะทำให้คนอื่นมองว่าเป็นพวกโรคจิตชอบทรมานคนอื่นมากกว่า…
แต่ก็ไม่เป็นไร ความหล่อเหลาของหน้าตาเขานั้นอยู่ในขั้นสูงสุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเสริมในด้านนี้มากมายอะไรขนาดนั้น
ด้วยเหตุนี้เอง หลี่ลั่วจึงตัดสินใจเด็ดขาด ใช้มือข้างหนึ่งทำสัญลักษณ์มือ กระตุ้นด้วยพลังอัตลักษณ์ จากนั้นก็กดนิ้วลงบนคัมภีร์หยก
ครืน!
บนคัมภีร์หยกพลันมีเส้นแสงบางเฉียบเส้นหนึ่งยิงออกมา จากนั้นก็ขยายตัวออกด้วยความเร็วสูง สุดท้ายก็ก่อตัวเป็นกงจักรแสงหกแฉกขนาดฉื่อเศษวงหนึ่ง
บนจักรแสงมีช่องอยู่จำนวนมาก หากมองอย่างละเอียดแล้ว จะมีทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบแปดช่อง กระจายอยู่บนทั้งสองด้านของตัวจักร ด้านหนึ่งมีแปดสิบหกช่อง อีกด้านหนึ่งมีสี่สิบสองช่อง
ด้านที่ช่องเยอะเป็นด้านหลัก ด้านที่ช่องน้อยเป็นด้านเสริม
ตรงใจกลางของจักรเป็นหลุมที่ก่อตัวขึ้นโดยลวดลายอันลึกล้ำพิสดารสายหนึ่ง
มันคือ “จักรเทพไร้ลักษณ์เล็ก”
มันคือวัตถุสนับสนุนที่จำเป็นต้องใช้ในการหลอมสร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิด การหลอมสร้างสิ่งนี้มันค่อนข้างยุ่งยากเลยทีเดียว ด้วยความสามารถของหลี่ลั่วตอนนี้แล้วยังไม่มีปัญญาสร้างได้ แต่ยังดีที่พ่อแม่เขารอบคอบ เตรียมการไว้ให้เขาก่อนแล้ว
หากเขาต้องการสร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สอง ก็จำเป็นต้องนำวัตถุดิบต่างๆ มาสกัด ทำให้บริสุทธิ์ จากนั้นก็เติมลงในช่องของจักรเทพไร้ลักษณ์จนเต็มด้วยวิธีการพิเศษ ทำให้ธาตุในสองฝั่งด้านหลักด้านเสริมมีอัตราส่วนที่สมดุลกันอย่างสมบูรณ์แบบ สุดท้ายค่อยใส่วิญญาณและแก่นโลหิตของตัวเองเข้าไป หลอมรวมกับพวกมันอย่างสมบูรณ์
หลี่ลั่วจ้องเขม็งไปที่จักรแสงหกแฉกวงนี้อยู่นาน จากนั้นก็สะบัดคัมภีร์หยกออกไป เก็บมันกลับเข้าไปอีกครั้ง
หากคุณสมบัติหลักเป็นอัตลักษณ์ไม้แล้ว เช่นนั้นคุณสมบัติรองล่ะ? ควรจะเลือกอะไรดี?
หลี่ลั่วนั่งอยู่หน้าโต๊ะชา จมสู่ห้วงความคิดไป
แสงตะวันอันร้อนผ่าวที่สาดส่องเข้ามาจากนอกหน้าต่าง ค่อยๆ ย้ายตำแหน่งไป สุดท้ายก็กลายเป็นแสงสีแดงหม่นยามอาทิตย์อัสดง
ในที่สุดหลี่ลั่วก็ถอนหายใจออกมา จากนั้นก็หยิบพู่กันบนโต๊ะขึ้นมา เขียนลงบนกระดาษขาวตรงหน้าเบาๆ ไปสองคำ
ไม้
ดิน
นี่ก็คือคุณสมบัติของอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองที่เขาคิดไว้ ไม้เป็นหลัก ดินเป็นรอง
อัตลักษณ์ไม้ดิน!
ในเมื่อจุดเด่นของอัตลักษณ์ไม้เป็นการควบคุม เช่นนั้นก็หนุนเสริมมันในด้านนี้ไปให้ถึงขีดสุดเสียเลย ซึ่งสิ่งที่หนุนเสริมอัตลักษณ์ไม้ได้ดีที่สุด ย่อมต้องเป็นอัตลักษณ์ดินอย่างไม่ต้องสงสัย
อัตลักษณ์ไม้กับอัตลักษณ์ดินหนุนเสริมซึ่งกันและกัน ความสามารถในการควบคุมที่ได้ น่าจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกพอควร
และจะว่าไปแล้ว อัตลักษณ์น้ำกับอัตลักษณ์แสงสว่างเองก็ค่อนข้างเข้ากันกับอัตลักษณ์ไม้ได้ดีเลยทีเดียว (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ส่วนอัตลักษณ์ดินก็โดดเด่นเรื่องการป้องกัน ช่วยเพิ่มความสามารถในการเอาตัวรอดให้สูงขึ้นไปได้อีก...
ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง ทำให้หลี่ลั่วกำหนดคุณสมบัติของอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองได้แล้ว
และเมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลี่ลั่วก็ไม่ลังเลอีก ออกจากห้องไปทันที ตรงไปหาไช่เวยเพื่อร้องขอวัตถุดิบที่เขาต้องใช้
“คุณชายน้อยต้องการวัตถุดิบที่มีพลังงานธาตุไม้กับดินหรือ?” กับคำขอเช่นนี้ของหลี่ลั่ว แม้ไช่เวยจะประหลาดใจอยู่บ้าง แต่หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วก็รับปาก
“ในโกดังของบ้านเก่าพอจะมีเก็บไว้จำนวนหนึ่ง ข้าจะช่วยนำออกมาให้ หากไม่พอละก็ ข้าค่อยให้คนไปหาซื้อเพิ่มมาจากตลาด”
วัตถุดิบเหล่านี้แม้จะมีราคาสูง แต่เพราะรายได้ของเรือนซีหยางที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลดแรงกดดันของไช่เวยลงไปได้ไม่น้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องเขียมเหมือนกับช่วงแรกอีกแล้ว
“ขอบคุณพี่ไช่เวย”
หลี่ลั่วโบกมืออย่างยิ้มแย้ม จากนั้นก็หันหลังไปทันที ไม่รบกวนไช่เวยอีก
ดวงตาคู่งามของไช่เวยมองไปทางเงาหลังของหลี่ลั่ว แย้มยิ้มบางๆ ออกมาเช่นกัน เพราะนางรู้สึกได้ว่าวันนี้หลี่ลั่ววันนี้ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
จากนั้นนางก็เก็บสมุดบัญชีเข้าไป ไปทำตามคำขอของหลี่ลั่วด้วยตัวเอง
ด้วยความสามารถในการจัดการอันน่าทึ่งของไช่เวย เพียงสองชั่วโมงเท่านั้น วัตถุดิบชุดแรกก็ถูกส่งไปที่ห้องของหลี่ลั่วแล้ว
ภายในห้อง
หลี่ลั่วนำพืชพรรณสีเขียวชิ้นหนึ่งออกมาจากในกล่องหยก บนกิ่งของพืชนั้น มีดอกไม้สีเขียวงอกออกมา ดอกไม้เหมือนกับกระดิ่งลม
นี่คือดอกกระดิ่งไม้ เป็นบุปผาพิสดารที่มีพลังงานธาตุไม้บรรจุไว้
หลี่ลั่วท่องเคล็ดของวิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็กในใจไปพลาง ขณะเดียวกันก็ขยับนิ้วทำสัญลักษณ์ กระตุ้นพลังอัตลักษณ์ของตัวเอง
ฟู่ว!
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ตรงใจกลางฝ่ามือก็มีเปลวเพลิงขนาดเท่านิ้วมือสายหนึ่งปรากฏขึ้น เปลวเพลิงนั้นพิเศษพิสดาร เป็นเปลวเพลิงสีใส ราวกับว่าข้างในนั้นไร้ซึ่งพลังงานธาตุใดๆ ทั้งสิ้น
“นี่ก็คือเพลิงไร้ลักษณ์เล็ก?”
นัยน์ตาของหลี่ลั่วเป็นประกายสงสัยอยู่บ้าง เปลวเพลิงนี้ อันที่จริงมันก็คือสิ่งที่เป็นแก่นหลักสำคัญมากที่สุดของวิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก มีเพียงวัตถุดิบที่หลอมออกมาด้วยเพลิงนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถใช้สร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิดได้
แต่พลังอัตลักษณ์ของหลี่ลั่วเองนั้นยังเบาบางมากเกินไปจริงๆ ดังนั้นเพลิงไร้ลักษณ์เล็กที่ปล่อยออกมาได้จึงมีแค่เสี้ยวเดียวเช่นนี้
“เฮ้อ ค่อยๆ ทำไปก็แล้วกัน”
หลี่ลั่วส่ายหน้าอย่างจนปัญญา จากนั้นก็เด็ดดอกกระดิ่งไม้ออกมาหนึ่งดอก ก่อนจะใช้เพลิงไร้ลักษณ์เล็กเผามัน
แต่เพราะทำครั้งแรก หลี่ลั่วควบคุมไฟได้ไม่ดี ทำให้มันถูกเผาเป็นเถ้าธุลีไปทันที
ไม่เป็นไร ความล้มเหลวเป็นหนทางแห่งความสำเร็จ
ดอกที่สอง ดอกที่สาม ดอกที่สี่ จนกระทั่งดอกสุดท้ายถูกเผาจนไหม้เป็นจุณไปทั้งหมด
“ไม่จริงน่า? ยากขนาดนี้เลย?” หลี่ลั่วอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็ช่วยไม่ได้ ได้แต่คิดว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ นำวัตถุดิบชุดต่อไปออกมาเริ่มทดสอบอีกครั้ง
และหลังจากที่เผาวัตถุดิบเสียไปอย่างต่อเนื่องหลายชุด ในที่สุดหลี่ลั่วก็เริ่มจับหลักได้ สุดท้ายก็สามารถหลอมดอกไม้พิสดารที่มีพลังงานธาตุดินชิ้นหนึ่งได้สำเร็จ
มันเป็นของเหลวสีน้ำตาลกองหนึ่ง หลี่ลั่วใส่มันลงไปในช่องที่หนึ่งบนจักรแสงหกแฉกด้านหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้ช่องนั้นเป็นแสงออกมาทันที มีเส้นแสงบางๆ สายหนึ่งขยายออกมา เชื่อมกับอีกช่องหนึ่งที่อยู่ข้างๆ
หลี่ลั่วเห็นเช่นนั้นก็ดีใจอย่างมาก จากนั้นก็เปลี่ยนวัตถุดิบอีกชนิดหนึ่ง จากนั้นก็นำสิ่งที่หลอมได้มาไปใส่ลงบนช่องที่ถูกเส้นแสงเชื่อมเอาไว้
แต่ครั้งนี้ ทันทีที่ใส่ของเหลวพลังงานชนิดที่สองลงไป จักรแสงหกแฉกกลับสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับต้องการจะขับไล่สิ่งนั้นทิ้งไป
เกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้นเสียแล้ว
หลี่ลั่วรีบนำออกมาทันที หมายความว่าวัตถุดิบชนิดนี้ไม่เหมาะที่จะนำมาสร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิด
จากนั้นหลี่ลั่วก็ลองใช้วัตถุดิบอีกหลายชนิด ถึงจะพบเจอวัตถุดิบที่ไม่ถูกปฏิเสธ นำมันบรรจุลงไปในช่องที่ถูกเส้นแสงเชื่อม
เมื่อช่องที่สองถูกบรรจุเต็มแล้ว ก็มีเส้นแสงแผ่ขยายออกมาอีกเส้น เชื่อมต่อเข้ากับช่องที่สาม…
เห็นได้ชัดว่า เมื่อใดที่หลี่ลั่วเติมช่องบน “กงจักรหกแฉก” จนเต็ม ทั้งยังทำให้ทั้งสองด้านหลักเสริมสมดุลกันได้แล้ว การสร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองถึงจะเสร็จสิ้น
แต่ตลอดทั้งคืนนั้น จนกระทั่งหลี่ลั่วเผาผลาญพลังอัตลักษณ์ของตัวเองจนหมดสิ้น เขาก็ยังเติมช่องบนจักรแสงไปได้แค่สี่ช่อง
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียเวลาเลย
แต่หลี่ลั่วก็ไม่ได้รีบร้อน อย่างไรเสียเขาก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะยกระดับขึ้นสู่ลักษณาจารย์ได้ ก่อนหน้านั้นเขายังมีเวลาค่อยๆ ทดลองวัตถุดิบต่างๆ ได้อีกมาก ค่อยๆ เติมกงจักรหกแฉกวงนี้จนเต็ม
และเมื่อถึงตอนนั้น ก็จะเป็นวันที่อัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สองของเขา อัตลักษณ์ไม้ดินปรากฏสู่สายตาของทุกผู้คน
ซึ่งหลี่ลั่วก็ตั้งตารอคอยเรื่องนี้อย่างมากเหมือนกัน