อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 100 กำไลซ่อนมรณา
ตอนที่ 100
ผู้อาวุโสจุน นำพา เหยาซาน เข้ามาในส่วนลึกของถ้ำใหญ่แห่งนี้…
“ร้อยถ้ำปิดด่าน แบ่งออกเป็นพื้นที่ 3 ส่วน… ด้านหน้าปากถ้ำใหญ่ มีก็แต่เพียงถ้ำย่อยระดับต่ำ จำนวน168 ถ้ำย่อย ศิษย์หลักแผนกวรยุทธดั้งเดิมทั้งหมด สามารถเป็นเจ้าของได้ทันที… ยิ่งลึกเข้าไปด้านในลมปราณธรรมชาติจากพื้นโลกาใต้ดินก็จะยิ่งหนาแน่นขึ้น
เขตพื้นที่ส่วนกลางมีทั้งหมด 24 ถ้ำย่อย ซึ่งถือเป็นถ้ำย่อยระดับกลาง… มีเฉพาะศิษย์หลักแผนกวรยุทธดั้งเดิมที่แข็งแกร่งที่สุด 10 ลำดับแรกเท่านั้น จึงจะได้รับอนุญาตให้ใช้ที่นี่ได้… ในตอนนี้เจ้าก็น่าจะรับรู้ได้แล้ว ว่ากระแสลมปราณโดยรอบหนาแน่นกว่าด้านหน้าปากถ้ำอยู่มากโข…”
เหยาซาน สัมผัสได้จริง ๆ ว่ามีการผันแปรของกระแสลมปราณรอบกาย เพียงแค่สูดดมยังรู้สึกถึงกำลังวังชา ซึ่งพื้นฐานลมปราณของเด็กหนุ่มในเวลานี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังอ่อนด้อยยิ่งนัก แม้ในระดับผู้เยาว์จะถือว่า เหยาซาน แข็งแกร่งมาก แต่นั่นเกิดจากพื้นฐานพลังรบในการต่อสู้เท่านั้น หาใช่เกิดจากพื้นฐานลมปราณในร่าง…
เหยาซาน ยังมีความเข้าใจในลมปราณไม่ถึงขั้นที่จะรู้แจ้ง ยังไม่อาจแบ่งแยกลมปราณในแต่ละรูปแบบรอบกายได้ ลมปราณธรรมชาติที่กลิ่นอายที่แตกต่างไปจากลมปราณของสิ่งมีชีวิตทั่วไป ถึงจะพร่าเลือนไม่ชัดเจนแต่ขณะเดียวกันก็นับเป็นพลังบริสุทธิ์ สามารถย่อยสลายซึมซับได้อย่างรวดเร็ว…
แต่ทว่า…
เมื่อก้าวเข้าสู่อีกระยะหนึ่ง เหยาซาน ก็สัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งอย่างชัดเจน... ใช่แล้ว! มันคือเขตพื้นที่ในส่วนลึกสุด ความหนักอึ้งที่แผ่ซ่านนี้ มิได้มีเฉพาะกับลมปราณธรรมชาติ แต่ราวกับว่ามันมีแรงโน้มถ่วงที่ผิดแปลกออกไป เสมือนย่างกรายเข้ามาในดินแดนที่แตกต่าง…
“นี่มัน?!” เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ด้านหน้าทางซ้ายและขวามีปากถ้ำย่อยที่ขนาดใหญ่กว่าปากถ้ำย่อยอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามา… ต่อให้ไม่ต้องฟังการอธิบาย ยังชี้ชัดได้ว่าสองถ้ำย่อยแห่งนี้ คือสองถ้ำระดับสูงที่ดีที่สุดในสำนัก…
“อืม… ที่นี่แหละ ด้านขวาเป็นของ เจี่ยโย่วเทียน ส่วนด้านซ้ายเป็นของเจ้า…” กล่าวจบผู้อาวุโสจุน ก็หยิบยื่นป้ายยันต์อาคมให้กับ เหยาซาน เพียงแค่จับต้องแผ่นป้ายก็สัมผัสได้ถึงการเชื่อมโยงระหว่างศิลาขนาดใหญ่ที่ปิดปากถ้ำ สามารถควบคุมเปิดปิดได้ดังใจนึก เพียงแค่ส่งลมปราณเล็กน้อยเข้าไป
ขณะที่ผู้อาวุโสจุน กำลังจะกลับไปประจำตำแหน่ง เหยาซาน ก็พลันเอ่ยทักขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัยใคร่รู้… “ผู้อาวุโสจุน… เหตุใดสองถ้ำนี้คือสองถ้ำที่ดีที่สุดเล่า?! ในเมื่อพวกเรายังเข้ามาไม่ถึงปลายทางของถ้ำแห่งนี้เลย?!”
เหยาซาน เอ่ยถาม เพราะเมื่อมองลึกเข้าไปจะพบว่าถ้ำแห่งนี้ทอดยาวไปพร้อมกับความมืดดำ ดูแล้วยังสามารถเข้าไปได้มากยิ่งกว่านี้อีก หากแต่มีม่านพลังที่แข็งแกร่งของทางสำนัก ได้ทำการปิดผนึกปลายทางของถ้ำ ให้จบสิ้นลงเพียงแค่ตำแหน่งนี้…
ผู้อาวุโสจุน ถอนหายใจเบา ๆ ออกมา
“เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่ทราบ… รู้แต่ว่าปลายทางของถ้ำแห่งนี้มันถูกปิดผนึกมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่ก่อตั้งสำนักแล้ว ดังนั้นในเรื่องเหตุผล หากเจ้าไปถามระดับเจ้าสำนัก หรือรองเจ้าสำนัก ก็อาจจะได้รับคำตอบบางส่วน ผู้อาวุโสระดับล่างอย่างข้ามีหน้าที่เพียงแค่เฝ้าระวังเท่านั้น…”
เหยาซาน ใช่ว่าจะดูไม่ออกว่าผู้อาวุโสจุน ยังปิดบังเรื่องบางอย่างอยู่ คาดว่าคงต้องรู้อะไรบ้างเป็นแน่ แต่ในเมื่อผู้อาวุโสจุนกล่าวเช่นนี้ ตัวของเด็กหนุ่มย่อมไม่อาจคาดคั้น จึงกระทำเพียงแค่ประสานมือขอบคุณ…
เมื่อผู้อาวุโสจุน ทะยานร่างจากไปสักระยะ เหยาซาน ก็สัมผัสได้ถึงความเงียบสงบอย่างที่สุด ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ หรือเสียงการเต้นของหัวใจตนเอง รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏกับเด็กหนุ่ม ความสงบที่แสวงหามานานภายในสำนัก สุดท้ายก็สามารถพบเจอ...
“อาคมป้องกันขั้นสูง… ต่ำกว่าชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นที่ 4 ย่อมไม่อาจทำลายได้ ลมปราณธรรมชาติก็ไหลเวียนหนาแน่นกว่าด้านนอกถึง 5 เท่า ถ้ำนี้ถือเป็นสถานที่เหมาะกับการฝึกฝนจริง ๆ ด้วย…” เฒ่าชีเปลือย อดไม่ได้ที่จะกล่าวพึมพำ หลังกวาดสายตาพิจารณาแล้วรอบหนึ่ง
ภายในถ้ำแห่งนี้ นอกจากจะโล่งกว้างประมาณหนึ่งแล้ว ยังปรากฏบ่อน้ำพุเล็ก ๆ จากใต้ดิน มีความอบอุ่นเพียงพอต่อการชำระกาย ทั้งยังมีเครื่องเรือนบางส่วนที่สร้างจากก้อนศิลาแกะสลัก ถึงจะดูสามัญไม่หรูหรา หากแต่ก็มีความแข็งแรงทนทานและคงสภาพได้นับสิบนับร้อยปี
เหยาซาน ตื่นเต้นยิ่งนัก ไม่คิดว่าจะได้สถานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ผิดกับเรือนพักแรมหลังเล็ก ๆ ที่ต้องอาศัยร่วมกันถึงสองคน ทั้งยังมีเพียงแคร่ไม้ไผ่ให้เอนหลังเท่านั้น…
“สมแล้วที่ทุกคนปรารถนาจะเป็นศิษย์หลักของสำนัก ได้ยินว่านอกจากถ้ำปิดด้านแห่งนี้ ยังมีที่พักในเมืองหลวง ที่สำนักจัดเตรียมไว้ให้อีกด้วย ช่างแตกต่างไปจากศิษย์สายนอก และศิษย์สายในราวฟ้ากับเหว…”
เหยาซาน เชยชมสถานที่เล็กน้อย ติดต่อไปยัง ตันเหมา ว่าตนจะไม่กลับไปที่เรือนพักสักระยะเพื่อมิให้อีกฝ่ายกังวล… จากนั้นก็ให้วิญญาณอารักษ์ จูเยี่ย และเหล่าดวงวิญญาณอาฆาต กระจายกำลังตรวจสอบหาช่องโหว่ภายในถ้ำว่ามีปรากฏหรือไม่? เมื่อยืนยันได้ถึงความปลอดภัย ก็ทำการปิดด่านทันที…
เหยาซาน หยิบเอาศาสตราโบราณต่าง ๆ ที่ค้นพบจากห้องลับของ เหยาหมิง(ตอนที่ 25) ซึ่งจนถึงตอนนี้ นอกเหนือกระบี่ราชวงศ์เสวียนอู่ และขวานจักรพรรดิ ตัวของเด็กหนุ่ม ก็ไม่กล้าหยิบจับสิ่งใดขึ้นมาอีก เพราะเกรงว่าจะทำสิ่งของที่ เหยาหมิง เก็บสั่งสมไว้เกิดความเสียหาย…
แต่มาถึงตอนนี้ หลังข้ามผ่านความเป็นตายมาหลายระลอก เหยาซาน เริ่มมีความคิดใหม่ที่ว่า หากสิ่งใดเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับตนเอง นั่นเท่ากับว่าเพิ่มโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือ เหยาหมิง ผู้เป็นเหล่าซือ(อาจารย์)ของตน การหยิบใช้ทุกสิ่งเพื่อเพิ่มโอกาสเอาชนะและเพิ่มความแข็งแกร่ง คือเส้นทางที่จอมยุทธทุกคนล้วนกระทำ…
นอกเหนือจากทั้งสองศาสตราข้างต้นแล้ว… ก็ยังมีทวนยาวสีแดงประดับด้วยอัญมณีสีมรกต ดาบยักษ์โค้งงอนที่ใบมีดใหญ่เท่าฝ่ามือกางออก คมมีดยาวครึ่งตัวคนสีแดงฉานเช่นกัน ทั้งสองชิ้นล้วนเป็นอาวุธอักขระระดับสูงชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นสูง ถึงจะไม่มีอยู่ในตำราบันทึกทำเนียบร้อยศาสตรา แต่ความแข็งแกร่งก็คาดว่าคงไม่ยิ่งหย่อนไปจาก ขวานจักรพรรดิ เท่าใดนัก
ทั้งยังมีอาวุธอีกชิ้นหนึ่งที่เป็นดั่งกำไลข้อมือโลหะขนาดใหญ่ ตัวกำไลกว้างถึง 4 ชุน(ราว 4 นิ้ว) เมื่อสวมใส่กำไลนี้แล้ว จะยาวตั้งแต่ข้อมือจนเกือบถึงกลางท่อนแขน หากยาวกว่านี้อีกสัก 2 ชุน จะเรียกมันว่าปลอกแขนยังไม่ผิดนัก…
เหยาซาน เห็นมันครั้งแรก กลับมองไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันก็นับเป็นอาวุธชิ้นหนึ่ง… ทว่าที่ทราบกระจ่างแจ้งได้ในภายหลังนั้น เพราะสิ่งนี้กลับไปปรากฏอยู่ในตำราบันทึกธรรมเนียมร้อยศาสตรา!!
กำไลซ่อนมรณา…
สิ่งนี้แท้จริงแล้วเป็นอาวุธลับอักขระระดับสูง ที่เมื่อผู้สวมใส่ถ่ายทอดลงปราณลงไปยังกำไลซ่อนมรณา เมื่อทำการหักยกข้อมือขึ้น จะระเบิดปราณอาวุธลับล่องหนที่แหลมคมออกไป คล้ายธนูเล็กที่ไม่จำเป็นต้องใส่ลูกดอกแต่ใช้ลมปราณแทนที่ ความรุนแรงจะอ้างอิงจากพื้นฐานลมปราณของผู้ใช้เป็นหลัก
ถึง กำไลซ่อนมรณา จะมิใช่อาวุธที่ทรงอานุภาพมากนัก แต่กลับสามารถติดทำเนียบร้อยศาสตราได้นั้น เพราะการใช้งานที่สะดวกง่ายดาย แต่ความเฉียบคมและแม่นยำของมัน ทำให้เป็นที่ครั่นคร้ามในยุทธภพ เคยถูกใช้ในการลอบสังหารระดับยอดฝีมือมานักต่อนักแล้วในอดีต…
“สิ่งนี้คืออาวุธเพื่อการสังหารอย่างแท้จริง…” เหยาซาน กล่าวขึ้นพลางจ้องมอง
ทั้งหมดนี้คือศาสตราโบราณทั้ง 5 ชิ้นที่ เหยาหมิง เก็บซ่อนไว้ภายในห้องลับ… เด็กหนุ่มสวมกอดอก เดินวนไปวนมาพลางเหลือบมองศาสตราเหล่านี้ที่วางบนพื้นศิลา…
“ทั้ง 5 ศาสตรา มีความเป็นเอกลักษณ์ที่เด่นชัด มีหน้าที่แตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำซ้อน เช่นนั้นก็ฝึกฝนมันทั้งหมดนี้แหละ!! ขวานจักรพรรดิ ข้ายังไม่มีพละกำลังมากพอจะใช้ได้ในตอนนี้ แต่เชื่อว่าเมื่อบรรลุชนชั้นลมปราณสีเขียว ข้าก็คงกลับมาใช้มันควบคู่กับ เพลงขวานวายุตระกูลซ่งได้เอง ไม่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติมอีกแล้ว…
เช่นนั้นการฝึกควรเริ่มต้นที่ศาสตราอันเรียบง่าย และฝึกฝนได้ง่ายที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก...” เหยาซาน กล่าวพึมพำกับตนเอง พร้อมกับหยิบเอากระบี่ราชวงศ์เสวียนอู่ขึ้นมา…
“กระบี่นี้ ถูกสร้างขึ้นจากแร่โลหะคงกระพันชนิดพิเศษจากเปลือกคราบของ ราชันย์มังกรทมิฬ(ตอนที่ 65) ทั้งที่มิใช่ศาสตราอักขระแต่ก็ไม่ด้อยกว่าศาสตราอักขระ ในภายภาคหน้าหากข้ามีลูกแก้วดวงจิตระดับสูง ก็ยังสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นศาสตราอักขระที่เหนือศาสตราอักขระด้วยกันได้!!” ดวงตาของ เหยาซาน สาดประกายความตั้งมั่น สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกอาวุธที่ดูเรียบง่ายที่สุด แต่มีพลังในการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งที่สูงล้ำ…
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เหยาซาน ก็ยังทำการสร้างพันธสัญญากับศาสตราอักขระชิ้นอื่น ๆ เพื่อที่ในอนาคต หากต้องการหยิบใช้ฉุกเฉินจะได้พร้อมดึงออกมากวัดแกว่งในทันที… แน่นอนว่ารวมไปถึง กำไลซ่อนมรณา
ซึ่งอาวุธลับชิ้นนี้ เหยาซาน เผยดวงตาเหี้ยมเกรียมขึ้นชั่ววูบหนึ่ง และได้ตัดสินใจสวมใส่มันติดตัวไว้ทันทีที่แขนซ้าย ทั้งยังใช้ผ้าพันแผลสีขาวขุ่น รัดพันท่อนแขนและตัวกำไลเอาไว้อย่างมิดชิด กัดปลายลิ้นตนเองเบา ๆ ก่อนจะพ่นโลหิตไปที่ผ้าพันแผลนี้ด้วย สร้างร่องรอยโลหิตทำให้ดูเหมือนว่าตนเคยบาดเจ็บจริง ๆ ดึงเสื้อคลุมยาวมาปกปิดไว้อีกชั้นหนึ่ง…
ทดสอบด้วยการถ่ายเทลมปราณเข้าไปด้านใน พร้อมกับสะบัดแขนออกไป หักยกข้อมือขึ้นเล็กน้อย ลมปราณที่ประจุอยู่ภายในพลันระเบิดขึ้นอย่างเงียบงัน ไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมา มีเพียงความรู้สึกจากข้อมือที่คล้ายถูกแรงดีดกระแทกจนด้านชา
พลังที่มองไม่เห็นประหนึ่งเป็นกระสุนสายลม พุ่งตรงไปกระแทกเข้ากับม่านพลังของถ้ำแห่งนี้ทันที!! แน่นอนว่ามันมิอาจทำลายม่านพลังที่ปกคลุมถ้ำนี้ได้ แต่ก็เห็นถึงการสั่นไหวของม่านพลังอย่างชัดเจน ดวงตาของ เหยาซาน เบิกกว้างตกตะลึง… รู้สึกได้ว่าสิ่งนี้มีพลังในการสังหารผู้ใช้ลมปราณชนชั้นสีน้ำเงินได้ในพริบตา หากเข้าตำแหน่งสำคัญ…
“ร้ายกาจ!!”
เด็กหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย กับอาวุธลับชิ้นนี้… แม้การยิงออกไปในแต่ละครั้ง จำต้องใช้พลังลมปราณประจุเข้าไปไม่น้อย และมีช่วงระยะเวลาช่องโหว่ราว 3-4 อึดใจ กว่าจะสามารถระเบิดพลังครั้งถัดไปได้ แต่ก็ยังนับว่ามันยอดเยี่ยมอยู่ดี เป็นพลังสังหารที่ไม่มีทั้งซุ่มเสียง ไม่มีทั้งร่องรอย เหมาะกับการลงมือในชั่วพริบตา ท่ามกลางฝูงชน ขอเพียงมิใช่การลงมือต่อหน้ายอดฝีมือระดับสูงที่มีสัมผัสลมปราณระดับสุดยอด ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับได้…
เหยาซาน ค่อย ๆ เก็บอาวุธทั้งหมดกลับไปด้วยความปลื้มปิติ ทุก ๆ ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น นับเป็นความรู้สึกที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง… เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น อาจกล่าวได้ว่า เหยาซาน แทบจะหมดธุระกับถ้ำแห่งนี้แล้ว เพราะความตั้งใจแรกเริ่มก็เพียงแค่อยากได้สถานที่มิดชิดในการนำศาสตราโบราณออกมาเท่านั้น หาได้อยากปิดด่านทะลวงฝ่าขั้นแต่อย่างใด…
เด็กหนุ่ม กวาดสายตาไปรอบ ๆ ครุ่นคิดว่ายังสามารถทำอะไรกับสถานที่แห่งนี้ได้อีก ก่อนจะค่อย ๆ ยกเต้าสุราขึ้นดื่มอันเป็นความคุ้นชิน... จังหวะนั้นเอง ที่ดวงตาของ เหยาซาน เบิกกว้างขึ้นมา
“จริงสิ!!”
เหยาซาน หวนนึกขึ้นได้ ว่าสุราลมปราณที่ตนดื่มอยู่เป็นนิจ ใช่ว่าจะมีอย่างไม่จำกัด… มันพร่องโหว่ลงไปกว่าครึ่งแล้วตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หากยังเป็นเช่นนี้อีกไม่กี่เดือนจะต้องหมดลงจริง ๆ แน่นอน
ดังนั้น เหยาซาน ควรจะต้องเริ่มการหมักบ่มสุราเสียตั้งแต่ตอนนี้!! ทุกกระบวนการย่อมมีเวลาในการหมักบ่ม และขั้นตอนการหมักบ่มนั้น มิอาจทำได้ภายในแหวนมิติ… เนื่องจากมิติภายในแหวนนั้น เป็นมิติคงสภาพกาลเวลาไม่ก้าวเดิน ใส่เนื้อชิ้นหนึ่งลงไป 7 วัน ก็ไม่ยอมเน่าเสีย…
ดังนั้นกระบวนการหมักบ่ม ที่ต้องใช้ระยะเวลาให้เกิดปฏิกิริยาสมบูรณ์นั้น ย่อมมิอาจเก็บรักษาไว้ภายในแหวนมิติได้ มีแต่ต้องหาสถานที่ปลอดภัยเก็บรักษาสุราเพียงเท่านั้น… ถ้ำแห่งนี้มีทั้งน้ำพุร้อนจากบาดานที่ใสสะอาด มีข่ายอาคมคุ้มกันอย่างแข็งแกร่ง ทั้งยังมีเป็นความส่วนตัวอย่างยิ่ง ยังจะมีที่ใดเหมาะสมไปกว่านี้อีก...
คิดได้เช่นนั้นแล้ว เหยาซาน ก็รีบนำตำรากระบวนการหนักบ่มกว่าหลายร้อยชนิด จากวิถีเซียนเมรัยขึ้นมาศึกษาอย่างใจจดใจจ่อ… เรื่องวัตถุดิบนั้น เหยาซาน ได้จัดเตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยพ่อบ้านใหญ่ตระกูลฉี ตั้งแต่ที่เมืองบุปผาแดง ยามนี้มีวัตถุดิบแทบจะครบครันอยู่ในแหวนมิติ
หากแต่ในตอนนั้นเอง กลับมีเสียงเคาะประตูศิลาด้านหน้าปากถ้ำ เหยาซาน เผยสีหน้าฉงนเหลียวมองเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็มิได้ให้ความสนใจ เนื่องด้วยหากเป็นผู้อาวุโสจุนติดต่อมา จะสามารถส่งเสียงผ่านอาคมปากถ้ำเข้ามาภายในถ้ำได้ทันที ไม่ต้องลำบากมาเคาะถึงหน้าประตูศิลา จะมีก็แค่เพียงชนชั้นศิษย์ด้วยกันเท่านั้นที่จะทำเช่นนี้…
คิดได้เช่นนี้แล้ว แน่นอนว่า เหยาซาน ย่อมไม่สนใจ…
แต่เสียงเคาะ กลับดังขึ้นอีกครั้ง…
และอีกครั้ง…
อีกครั้ง…
ทำเอาเด็กหนุ่ม ถึงกับพ่นลมหายใจฉุนเฉียว สีหน้าไม่สบอารมณ์…
“ชิ! ข้าหรืออุตส่าห์ตามหาความสงบจนพบ… ใครกันมันช่างมารบกวน!!”
………………………………………..