อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 233 ร่างสถิต ปะทะ ร่างสถิต
ตอนที่ 233
“ร่างสถิต ราชันย์แมงมุมมฤตยู…”
หวงหลงเฟย ประกาศกล้าออกมาด้วยความเชื่อมั่น ว่าตนคือร่างสถิตที่แข็งแกร่งที่สุดกว่าในทุกสายพันธุ์ของยุทธภพเวลานี้… ทำเอา ซุน ถึงกับดวงตาเบิกโพลง หากแต่ความตกตะลึงของ ซุน นั้นมิใช่เพราะความแข็งแกร่งที่ หวงหลงเฟย อวดโอ้หรือแสดงออกมา…
“อะ…อัปลักษณ์ยิ่งนัก!! โชคดีชะมัดที่ร่างสถิตพยัคฆ์ขาว ไม่ได้มีรูปร่างที่น่ารังเกียจเช่นนั้น!! ในตอนนี้ที่ เฉียงตงฟาง ใช้ร่างครึ่งมังกร แม้จะทำให้ดูแปลกประหลาดไปบ้าง แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม แต่เจ้าแมงมุมบ้าตนนี้ ช่างน่าขยะแขยงสิ้นดี!!
ต่อให้เก่งกาจแค่ไหน หากต้องตกอยู่ในสภาพ 6 แขน 2 ขา 4 ตา ผิวเป็นเปลือกปล้อง น่าเกลียดเช่นนี้… ข้าก็ไม่เอาด้วยหรอกเฟ้ย!!” แน่นอนว่า ซุน เพียงแค่คิดอ่านในใจ ไม่ได้เอ่ยปากออกมาเพื่อยั่วยุอีกฝ่าย ที่กำลังแสดงความภาคภูมิใจในตนเอง…
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ ซุน ก็ต้องยอมรับในพลังของอีกฝ่ายจริง ๆ ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรสายพันธุ์ แมง หรือ แมลง นั้นล้วนแล้วแต่มีความพิเศษในสายพันธุ์ที่เหนือกว่าสัตว์ป่า ทั้งความแข็งแกร่ง และทักษะพลิกแพลงก็ยังมีมากมาย จนเรียกได้ว่ามีร่างกายเป็นศาสตราวิเศษอย่างแท้จริง…
แต่ถึงกระนั้น!! หากไม่ได้ต่อสู้ประมือกันจริง ๆ ก็ยากที่จะชี้ชัด!! อีกทั้ง ซุน เองก็ไม่ใช่ร่างสถิตเทียมเฉกเช่นคนอื่น ๆ ในยุทธภพ… แต่เป็นถึงร่างสถิตแท้จริงอันเป็นสายเลือดของ เทพนักษัตร สิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่ม อันเป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตในใต้หล้า!!
“พรแห่งร่างสถิต… สายลมสีน้ำเงินแห่งกงเล็บพยัคฆ์!!”
ฉัวะ! ฉัวะ!
กระแสลมสีน้ำเงินโบกสะบัดผ่านพัดระลอกหนึ่ง ก็ตัดเฉือนเส้นใยที่พันธนาการร่างของ ซุน ออกเป็นเสี่ยง ๆ จากความคมกริบ… ชายหนุ่ม เผยแววตาเด็ดเดี่ยวเหี้ยมหาญ ต่อให้อีกฝ่ายจะแข็งแกร่ง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสต่อสู้ อีกทั้งด้านหลังของ หวงหลงเฟย ก็คือประตูห้องขังของ เหยาหมิง อาจารย์ที่มีบุญคุณเทียบเท่าชีวิต…
ซุน สะบัดมือออกไปอีกครั้ง สายลมอีกระลอกก็ผ่านพัดตัดเฉือน เย่ต้าเฟิง จึงหลุดจากพันธนาการด้วยเช่นกัน… “ข้าจะรับมือมันเอง… เจ้าจงโอกาสเปิดประตูห้องขังและช่วยเหลืออาจารย์ข้า!!”
เย่ต้าเฟิง พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะถอยหลังออกมาเพื่อเฝ้ารอโอกาสตามคำสั่ง…
หวงหลงเฟย ตกตะลึงไม่น้อยที่เส้นใยของตนถูกอีกฝ่ายใช้ปราณสายลมตัดขาดได้ง่ายถึงเพียงนั้น แสดงให้เห็นว่าสายลมสีน้ำเงินที่แปลกประหลาดนั่น มีความคมกริบราวกับเป็นอาวุธระดับสูง ทั้งยังมีอิสระในการใช้งานที่น่าตกใจยิ่ง แม้จะถูกพันธนาการทั่วร่างก็ยังสามารถขับขานทักษะออกมาได้…
และเมื่อพิจารณาจากคำพูดของ ซุน ก่อนหน้าหน้านี้ที่กล่าวถึงการช่วยเหลืออาจารย์ ก็ทำให้ หวงหลงเฟย ทราบถึงตัวตนของ ซุน ได้ในทันที… “ที่แท้เจ้าก็เป็นศิษย์ของ เหยาหมิง นี่เอง… ได้ยินว่าเหล่าแกนนำควานหาตัวเจ้ากันให้ควัก แต่ก็คว้าน้ำเหลว ไม่คิดว่าจะโง่มาที่นี่ด้วยตนเองเช่นนี้ ก็ดี!! หากจับเจ้ามาขู่เข็ญได้ เหยาหมิง ก็คงยอมปริปากเสียที ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!”
หวงหลงเฟย หัวเราะคำรามออกมา…
ซุน ในเวลานี้มีความมุ่งมั่นเกินกว่าที่จะมามัวเล่นลิ้น ระเบิดพื้นฐานลมปราณทั้งหมดออกมา เรือนกายหมุนวนไปด้วยสายลมสีเขียวที่ถูกผนึกหนาแน่นไปทั่วร่าง ขับขานพรแห่งร่างสถิตไม่ลังเลที่จะใช้ อาภรณ์วายุทะยาน ตั้งแต่แรกเริ่ม จนเปล่งแสงเรืองรอง…
พริบตาเดียวเงาร่างของ ซุน ก็เลือนหายไปจากครองจักษุของอีกฝ่าย… แม้แต่สัมผัสของราชันย์แมงมุม ยังตามมองการเคลื่อนไหวเหล่านั้นได้ไม่ถนัดนัก เห็นแค่เพียงสีเขียวที่แวบผ่านไปมามิอาจจับต้อง…
“เร็วมาก!!”
ความเร็วของ ซุน ราวกับเป็นประกายแสงสีเขียวของสายลมที่หมุนวน… หวงหลงเฟย แผ่ขยายสัมผัสออกมาสุดความสามารถ ก่อนจะสะบัดแขนขวาทั้ง 3 ข้างออกไป ใยแข็งสีขาวที่ราวกับโลหะอาวุธลับก็สาดกระจายรอบด้าน เป็นการผสานพลังร่างสถิตร่วมกับ ทักษะมีดบินไร้เทียมทานของ ลู่เหรินฮ่าว
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงเจาะทะลวงรอบด้านดังอื้ออึง ถึงกระนั้นก็ยังไม่เร็วพอที่จะเล่นงาน ซุน ที่ราวกับเป็นภูติพราย… หวงหลงเฟย จึงสะบัดแขนซ้ายรวมไปด้วย ซึ่งใยที่ถูกปล่อยออกจากแขนซ้าย คือระเบิดใยเหนียวที่สามารถขยายครอบคลุมเป็นวงกว้าง เกิดเป็นรูปแบบการโจมตีและการดักจับ ในพื้นที่คับแคบอย่างถ้ำแห่งนี้ ต่อให้มีความเร็วขนาดไหนก็เป็นเรื่องยากที่ ซุน จะหลบเลี่ยงการโจมตีทั้งหมด
ระเบิดใยเหนียวลูกหนึ่งแตกตัวดักด้านหน้าของ ซุน อย่างแม่นยำ… แต่พริบตานั้น ซุน ก็หยิบเอากระบี่ดำราชวงศ์ออกมา ฟันผ่าแยกใยดังกล่าวในทันที!! หากแต่การหยุดชะงักเพียงเล็กน้อย ทำให้ใยแข็งที่ราวกับเป็นมีดบินจำนวนมากโอบล้อมทุกทิศทาง…
“ตาย!!” หวงหลงเฟย แค่นเสียงพร้อมจิตสังหารรุนแรง
ซุน ดวงตาเจิดจรัสขึ้น ก่อนจะสะบัดร่างหมุนกายอย่างรุนแรง…
“ปราการสายลมสีคราม!!”
จังหวะนั้นปราการสายลมสีครามก็ได้หอบพัดใยแข็งนับสิบเส้นรอบด้านให้หมุนเวียนไปตามกระแสของสายลมอย่างน่าอัศจรรย์… ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่ใยแข็งหมุนวนรอบตัวของ ซุน 6-7 รอบ ก็เกิดเป็นการควบคุมทิศทางผ่านสายลมที่โอบอุ้ม
จังหวะนั้น ซุน เผยจิตสังหารออกมาเช่นกัน วังวนสายลมทำการหักเหทิศทาง ก่อนจะถูกบังคับควบคุมจนพุ่งดิ่งย้อนกลับไปหาทิศทางของ หวงหลงเฟย แหวกผ่าชั้นบรรยากาศ สวนคืนกลับไป
“บัดซบ!!”
หวงหลงเฟย ยกแขนทั้ง 6 ข้างขึ้นตั้งรับ เปลืองปล้องที่แข็งยิ่งกว่าโลหะสามารถปัดป้องใยแข็งเหล่านั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งเมื่อขับปราณคุ้มกันเสริมความแข็งแกร่งให้เพิ่มขึ้น เปลือกปล้องเหล่านั้นเปรียบเสมือนเกราะยุทธภัณฑ์ชั้นเลิศ
เมื่อ ซุน ตรงเข้ามาประชิดตวัดฟันเพลงกระบี่ เปลือกปล้องเหล่านั้นก็ยังสามารถยกขึ้นมารับการโจมตีของกระบี่ดำราชวงศ์ในระยะประชิดได้อีกด้วย แสดงให้เห็นถึงทักษะคุ้มกายที่น่ากลัวสมเป็นสัตว์อสูรจำพวกนี้
ตูม!!
เสียงปะทะดังคำรามดุจกัมปนาท ทั้งสองฝ่ายกัดขบฟันแนบแน่นระเบิดพลังออกมาเข้าห้ำหั่นอย่างไม่เกรงกลัว… แม้ว่า ซุน จะมีพื้นฐานลมปราณที่ด้อยกว่า แต่ในด้านศักยภาพร่างกายและความเร็ว กลับไม่เป็นรองร่างสถิตราชันย์แมงมุมมฤตยู ที่ หวงหลงเฟย ภาคภูมิใจแม้แต่น้อย ทำเอาดวงตาที่ขาวขุ่นของ หวงหลงเฟย เบิกกว้างครั้งแรกครั้งเล่า…
“นี่เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่!!”
ซุน ฉายแววตาเด็ดเดี่ยวออกมา ตวัดกระบี่ดำฟาดฟันอย่างต่อเนื่อง ราวกับเป็นพายุที่โหมกระหน่ำ ทำให้ หวงหลงเฟย ยกแขนทั้ง 6 ข้างป้องปัดอย่างทุลักทุเล จับจังหวะคอยยิงใยแข็งตอบโต้ในระยะประชิด ความแตกต่างของจำนวนแขนที่มากกว่าถึงสามเท่า ผนวกกับที่ ซุน ไม่มีประสบการณ์รับมือศัตรูในลักษณะนี้มาก่อน จึงทำให้เกิดข้อเสียเปรียบ จนพลาดท่าถูกใยแข็งแทงเข้าที่หัวไหล่…
ดวงตาดุร้ายของ ซุน นอกจากจะไม่เผยความเจ็บปวดใด ๆ ออกมาแล้ว ยังมีเส้นโลหิตที่แตกฝอยเพิ่มความดุดันขึ้นไปอีกขั้น ยกชูกระบี่เหนือศีรษะขับขานสายลมสีน้ำเงินให้หมุนวนที่คมกระบี่ดำราชวงศ์ กล้ามเนื้อของ ซุน เดิมทีก็แข็งแกร่งมากกว่าผู้อื่นอยู่แล้ว ซึ่งพอกลายเป็นร่างสถิตราชันย์พยัคฆ์ขาว ก็ยิ่งถูกยกระดับไปอีกขั้น จนก้าวข้ามสามัญสำนึกไปไกลโข
เมื่อรีดเค้นกล้ามเนื้อและลมปราณทั้งหมดออกมา เพื่อตวัดฟาดฟันลงครั้งหนึ่ง ก็หนักหน่วงราวขุนเขาถล่ม ฟาดฟันเข้าที่จุดเชื่อมต่อของเปลือกปล้องอย่างแม่นยำ ซึ่งมันได้ทำให้แขนแมงมุมข้างหนึ่งขาดสะบั้นลงในทันที โลหิตสีน้ำเงินสาดกระเซ็นออกมา
หวงหลงเฟย แผดเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่ยังสามารถกัดฟันใช้โอกาสนี้ กระแทกหมัดจากแขนข้างที่ยังเหลือ ระเบิดพลังทำลายจนทำให้ ซุน สำลอกโลหิตออกมา กระดูกหลายจุดแตกร้าว ก่อนจะปลิวกระเด็นไปสุดขอบถ้ำ…
หวงหลงเฟย ระเบิดพลังพร้อมส่งเสียงที่เขย่าขวัญจนถ้ำนี้สั่นไหว เดือดดาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะที่ผ่านมามีแต่ชนชั้นยอดฝีมือที่พื้นฐานสูงล้ำกว่าตนเองเท่านั้น ที่สามารถสร้างบาดแผลให้กับตนได้ แต่ครั้งนี้กลับถูกเล่นงานอย่างฉกาจฉกรรจ์จากผู้เยาว์ที่ด้อยกว่าทั้งอายุและพื้นฐาน ไหนเลยที่จะทนรับได้… ถึงแม้ว่าแขนข้างที่ถูกตัด จะมิใช่แขนหลัก เป็นเพียงแค่แขนที่งอกเสริมขึ้นมา แต่การจะรักษาเยียวยาก็มิใช่เรื่องง่าย…
“บังอาจ! บังอาจ! บังอาจ! แมลงเยี่ยงเจ้า สมควรเป็นแค่เหยื่อที่เฝ้ารอโดนเขมือบสิถึงจะถูก!! เกิดเป็นแมลงทำไมไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง!!”
ซุน ค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น หลังจากปาดโลหิตที่มุมปากแล้ว ก็กระดกสุราฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง… ถึงแม้ว่า ซุน จะแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมหลายขั้นจากการเป็นร่างสถิตราชันย์พยัคฆ์ขาว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกฝ่ายก็น่าสะพรึงกลัวเช่นเดียวกัน ทั้งยังมีพื้นฐานสูงกว่าถึง 1 ระดับชั้นเต็ม ๆ หากเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช่ ซุน ป่านนี้คงตกตายไปตั้งแต่กระบวนท่าแรกแล้ว…
“เจ้าจะดูแคลนผู้อื่นมันก็เรื่องของเจ้า… แต่จงจำเอาไว้ว่าไม่มีมนุษย์ผู้ใดที่เกิดมาเป็นแมลงดังเจ้าว่า หรือหากจะมีใครใกล้เคียงที่สุด มันผู้นั้นก็คือเจ้านั่นแหละ!! จงแจ้งนามของเจ้าออกมา หากตกตายกลายเป็นวิญญาณข้าจะได้เรียกใช้งานเจ้าได้ถูกตัว…” ซุน กล่าวพลางหันชี้กระบี่ตรงไปยังอีกฝ่าย
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายแสดงท่าทีเย่อหยิ่งเช่นนั้น… รัศมีพลังของ หวงหลงเฟย ดูเหมือนจะเพิ่มพูนขึ้นอีกขั้น แขนที่ถูกตัดขาดไปจากความเลินเล่อก่อนหน้านี้ ได้ลบเลือนความประมาทของชายหนุ่มร่างแมงมุมนี้ ให้หายไปด้วยเช่นเดียวกัน กลิ่นอายของสัตว์อสูรแผ่ซ่านออกมาสุดจะหยั่งถึง…
“หวงหลงเฟย คือนามของข้า… จดจำไว้บอกยมบาลในนรกให้ดี ถึงนามของผู้ที่สังหารเจ้า!!”
ซุน สร้างกระแสลมจนอาภรณ์พัดกระพือ นอกจากกระบี่ดำราชวงศ์ในมือขวาแล้ว ยังดึงเอากระบี่แยกสมุทรถือไว้ในมือซ้าย พร้อมกับกระบี่ทองไร้เอกลักษณ์ที่หมุนวนรอบกาย คมกระบี่ทั้งสามยังถูกห่อหุ้มไว้ด้วยสายลมสีน้ำเงินที่คมกริบ หมุนวนเพิ่มพูนอานุภาพแห่งการฟาดฟัน…
“ซุน แห่งสำนักสายลมประจิม… มาเพื่อช่วยอาจารย์ของข้า เหยาหมิง!!”
สองชายหนุ่มระเบิดพลังที่มากขึ้นไปอีกขั้น พุ่งตรงหน้าปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงตูมตามกัมปนาทมากพอจะทำให้ ถ้ำแห่งนี้สะท้านสะเทือน... คมกระบี่ที่ผสานสายลมแห่งกงเล็บพยัคฆ์ เปี่ยมไปด้วยพลังกรีดเฉือนอันมหาศาล สามารถผ่าแยกหินผาได้ดุจดังเต้าหู้ แม้แต่เปลือกปล้องที่แข็งแกร่งของ หวงหลงเฟย ยังหลีกเลี่ยงที่จะรับการโจมตีตรง ๆ จึงต้องใช้การปัดป้อง ให้คมกระบี่เฉียงแฉลบออกด้านข้างอย่างระมัดระวัง รับมือ ซุน ด้วยความยากลำบาก
แต่ทว่าหากเปรียบเทียบความยุ่งยากกันแล้ว…
ซุน แบกรับมากกว่าอยู่หลายเท่า!!
เมื่อ ซุน ถูกผลักดันให้ถอยห่าง ก็จะถูกใยแข็งและใยเหนียวโจมตีวนเวียนอย่างไม่รู้จบ แต่เมื่อขยับเข้าใกล้ในระยะประชิด ก็จะถูกกดดันจากแขนทั้ง 5 ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วและทรงพลัง อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นของพิษร้ายแรง ที่ หวงหลงเฟย ดูเหมือนจะแอบซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด ราวกับกำลังเพ่งเล็งหาจังหวะที่ ซุน พลาดพลั้ง พิษร้ายแรงดังกล่าวคงสามารถเผด็จศึกครั้งนี้ในชั่วพริบตา
ยิ่งต่อสู้ ซุน ก็รู้สึกว่าตนเองก็จะยิ่งเสียเปรียบ…
“ในด้านศักยภาพร่างกาย และพลังอำนาจของร่างสถิต ข้าเหนือกว่าอย่างแน่นอน... หากแต่ข้ากลับด้อยกว่าในด้านพื้นฐานลมปราณและประสบการณ์ของ หวงหลงเฟย หากเป็นเช่นนี้อีกไม่นานข้าคงพ่ายแพ้แน่ ๆ” ซุน เอ่ยพึมพำกันตนเองในจิตสำนึก
เริ่มมองหาช่องทางและวิเคราะห์หาโอกาสของชัยชนะ จวบจนกระทั่ง เหลือบไปเห็น เย่ต้าเฟิง ในซอกหลืบมุมหนึ่งของโถงถ้ำแห่งนี้… เย่ต้าเฟิง จากที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้ารอโอกาส เวลานี้กลับทำได้เพียงหลบเลี่ยงด้วยความลนลานหวาดหวั่น ระวังมิให้ร่างศพหุ่นเชิดรวมไปถึงดวงวิญญาณของตน ต้องมาแตกดับลงเพราะรัศมีการปะทะของสัตว์ประหลาดสองตนนี้…
ซุน แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาในทันที…
……………………………………………..