อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 248 ท่านผู้นั้น
ตอนที่ 248
เขตวังราชินีอสรพิษทะเล…
“อะไรนะ!! พบเจอแล้วงั้นหรือ!!” อสรพิษเกล็ดสีมรกตตัวที่ขนาดใหญ่และงดงามมากกว่า อสรพิษทะเลสามัญ เผยแววตาตกตะลึงขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ใจหนึ่งก็ยินดี แต่อีกใจกลับกังวล ความรู้สึกระคนปนเปกันจนน่าเป็นห่วง…
ในเวลานี้นางกำลังอุ้มท้องจนใกล้มากแล้วที่คลอด… เผ่าอสรพิษทะเลเป็นสายพันธุ์สัตว์อสูรขนาดใหญ่ ดังนั้นการให้กำเนิดทายาทจึงมีลักษณะเป็นตัวไม่ได้ฟักเป็นไข่เฉกเช่นอสรพิษสามัญ และยังให้กำเนิดบุตรได้เพียงครั้งละหนึ่งตนเท่านั้น…
“อีกเพียงแค่หนึ่งเดือน… บุตรอันเป็นทายาทที่สมบูรณ์กำลังจะถือกำเนิดขึ้น!! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตัวที่มันมีสายเลือดไม่บริสุทธิ์เช่นนั้น มาแย่งตำแหน่ง จ้าวอสรพิษทะเล ไปจากทายาททางสายเลือดของข้าแน่ ๆ” นางได้แค่นเสียงเย็นชาด้วยใบหน้ามืดดำ กับบรรดาอสรพิษทะเลบริวารของนาง…
ในอดีตหลังจากที่ จ้าวอสรพิษทะเล พ่ายแพ้ให้กับ เหยาหมิง ก็สูญเสียความห้าวหาญ และความมั่นใจทั้งหมดไป ทำให้ตลอดช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา จ้าวอสรพิษทะเล ปกครองอาณาจักรแห่งนี้เพียงแค่ในนามเท่านั้น…
สองขั้วอำนาจที่ต้องการจะหุบตำแหน่งในอาณาจักรแห่งนี้ ก็คือ ราชินีอสรพิษทะเล และ ทายาทตนปัจจุบันอย่าง อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง… แน่นอนว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านี้อำนาจทั้งหมดล้วนอยู่ในกำมือของราชินีมาโดยตลอด นางคอยชักใยทายาทตนก่อน มิต่างบุตรเยาว์วัยที่ต้องเชื่อฟังมารดา
การที่ทายาทตนก่อนของนาง ไปรุกรานมนุษย์ที่ชายฝั่งเมื่อปีก่อนหน้า ก็เป็นแผนการเสริมสร้างบารมีให้กับทายาท หวังจะขยายหุบอำนาจตามที่ราชินีคิดขึ้นมา… แต่น่าเสียดายที่นางดันก้าวพลาดครั้งสำคัญ ไม่คิดว่าทายาทของนางจะพลาดท่าถูกมนุษย์สังหารลงได้ ทั้งยังต้องสูญเสียวัตถุล้ำค่าของเผ่าพันธุ์ไปด้วย…
นั่นจึงทำให้ ทายาทรองอย่าง อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง กลับเรืองอำนาจขึ้นมาในชั่วข้ามคืน ทั้งก่อนจะมีเป็น ทายาทตนปัจจุบัน อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง ยังเคยเป็นแม่ทัพของเผ่ามาก่อน จึงได้รับความไว้วางใจจากเหล่าทหารอสรพิษทะเลในอาณาจักรแห่งนี้ มากกว่าตัวของนางที่เป็นราชินีเสียด้วยซ้ำ…
จ้าวอสรพิษทะเล ที่เป็นตัวคั่นกลาง และยังกุมตำแหน่ง เวลานี้ก็ปวกเปียกเกินกว่าจะเข้ามาห้ามปรามความขัดแย้งของทั้งคู่ เอาแต่อุดอู้อยู่ภายในถ้ำพำนักของตน คำสั่งต่าง ๆ ที่ถูกประกาศถ่ายทอดออกไปนั้น ส่วนมากจะเป็นการปลอมแปลงคำสั่งจากขั้วอำนาจใดขั้วอำนาจหนึ่งเสียมากกว่า…
ซุน ถูกพาตัวมายังเขตวังอสรพิษทะเลขนาดใหญ่ รอบด้านเต็มไปด้วยทหารอสรพิษทะเลที่ดุร้ายจำนวนมาก เพียงแค่ได้เห็นสายตาและอำนาจคุกคามของอสรพิษทะเลขนาดมหึมาที่รายล้อมเหล่านั้น ก็ยังมากพอจะทำให้มนุษย์ผู้หนึ่งรู้สึกถึงความเล็กจ้อยของตนเอง หากไม่มีจิตใจที่มั่นคงมากพอ ก็อาจจะเป็นบ้าสติหลุดไปแล้วก็เป็นได้…
“เจ้าอย่าได้คิดจะขัดขืนหลบหนี มิเช่นนั้นทหารอสรพิษทะเลนับร้อย ณ ที่แห่งนี้ จะฉีกทึ้งเจ้าราวกับเป็นปลาโง่ ๆ ตัวหนึ่ง…” แม่ทัพอสรพิษเกล็ดสีนิล กล่าวขึ้นข่มขู่ ก่อนจะค่อย ๆ คลายหางที่โอบรัดเรือนกายชายหนุ่มเอาไว้…
ซุน ยังคงนิ่งสงบไม่มีท่าทีต่อต้าน แม้จะยังรู้สึกอึดอัดกับแรงดันในความลึกระดับ 4 จนทำให้เคลื่อนไหวได้ยากลำบาก แต่ก็ยังพอที่จะขยับร่างกายได้ พยายามเฝ้ามองพิจารณารอบด้าน ใจลึก ๆ อดไม่ได้ที่จะหวาดหวั่น…
รอไม่นานนัก ทิศทางด้านซ้ายและขวา ก็ได้เผยตัวตนของผู้นำสองขั้วอำนาจ ราชินีอสรพิษทะเล และ อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง ต่างฝ่ายต่างก็เป็นสัตว์อสูรระดับสูง จุดที่ทั้งคู่ประจำตำแหน่งยังเป็นข้างหินศิลาก้อนใหญ่ที่เปรียบเสมือนบัลลังก์ บ่งบอกถึงสถานะที่สูงเกินอสรพิษตนใดในเผ่า สายตาของทั้งสองจดจ้องราวกับจะกลืนกินกันเสียให้ได้
เพียงแค่ ซุน กวาดมองครั้งเดียว ยังพอจะรู้ตื้นลึกหนาบางในความรู้สึกที่ทั้งสองมีให้แก่กัน มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นมาน้อย ๆ อย่างอดไม่ได้… หากแต่มิได้แสดงท่าทีกระโตกกระตากไปนัก พยายามนิ่งสงบจนเกือบถึงขั้นเข้าฌาน เพื่อใช้ประสาทสัมผัสรับรู้ในทุกสิ่งรอบด้านอย่างมีสมาธิ…
ซุน นั้นได้ยินเสียงทหารอสรพิษทะเล เรียกขานทั้งคู่อยู่บ่อยครั้ง ว่าราชินีและทายาทจ้าวอสรพิษตนใหม่ ก็ยิ่งทำให้ ซุน เข้าใจถึงภาพรวมความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น แม้จะยังได้ลึกถึงแก่น...
“ความขัดแย้งภายในและการแย่งชิงอำนาจ มิได้มีเพียงแค่กับมนุษย์งั้นสินะ ถึงจะเคยอ่านบันทึกตำราพบเจอมาบ้าง ว่าสัตว์อสูรในอดีตยุคเฟื่องฟู มีสติปัญญาที่ทัดเทียมมนุษย์ และบางเผ่าพันธุ์ยังมีโครงสร้างสังคมปกครองที่แทบไม่ต่างจากมนุษย์ พอได้มาเห็นกับตาแล้วก็ยังอดทึ่งไม่ได้จริง ๆ” ซุน ครุ่นคิดกับตนเองภายในใจ
จ้าวอสรพิษทะเล ยังคงไม่ออกมาแสดงตัว ดังนั้นจึงไม่อาจมีการตัดสินใด ๆ เกิดขึ้นได้ สายตาของทายาทตนใหม่ จดจ้องมายังอัญมณีเนตรมรกตบนรัดเกล้าของ ซุน ไม่วางตา ประหนึ่งเป็นความปรารถนาสูงสุด ที่อยากจะได้มาครอบครอง…
จนถึงตอนนี้ ซุน เริ่มที่จะสัมผัสได้แล้ว ว่าอัญมณีเนตรมรกตชิ้นนี้ น่าจะมีความลับบางอย่างแอบซ่อนอยู่อีก และซุนก็ยังเชื่อว่าต้องเป็นอะไรที่น่าจะล้ำค่าเกินกว่าจะเป็นแค่เพียงอำนาจพันธนาการที่มองไม่เห็นอย่างที่ ซุน ใช้อยู่แน่นอน... หาไม่แล้วทางเผ่าอสรพิษทะเลคงจะไม่ยอมทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มันกลับคืนมา…
และอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญ… การที่ ซุน ถูกรายล้อมโดยเผ่าอสรพิษทะเลระดับสูงเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่มีตนใดกล้าเข้ามาทำอันตราย จริงอยู่ที่ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเฝ้ารอให้จ้าวอสรพิษทะเลมาเป็นผู้ตัดสิน หากแต่ซุนกลับมีสมมุติฐานอีกอย่างหนึ่ง ที่ลึกล้ำยิ่งไปกว่านั้น…
“ที่พวกมันไม่กล้าทำอันตรายข้า… น่าจะเป็นเพราะพวกมันมีคำถามบางอย่างจะถามข้าก่อนงั้นสินะ และน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ข้าถือครอง อัญมณีชิ้นสำคัญนี้มาตลอดเวลาเกือบ 2 ปี ที่ผ่านมาด้วย…” ซุน ครุ่นคิดกับตนเอง แต่หากไม่มีอะไรมาใช้ยืนยันเรื่องนี้ก็ยากจะปักใจ
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว ชายหนุ่ม ก็พลันแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา ก่อนจะขับเอาโลหิตที่ตกค้างสำรอกพ่นจากปาก เผยสีหน้าที่เจ็บปวดอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย ก่อนจะลงไปดิ้นพล่านราวกับทุกข์ทรมานจากอะไรบางอย่าง…
“!!!!!!!!!!!” เหล่าอสรพิษทะเล เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น ต่างกันเบิกตากว้างขึ้น ราชินีอสรพิษ เป็นตนแรกที่เผยจิตคุกคาม ถลึงตาตรงมายังแม่ทัพอสรพิษเกล็ดสีนิลที่กำลังมีสีหน้าโง่งม
“นี่เจ้าทำร้ายมนุษย์ผู้นี้ด้วยงั้นหรือ!!” นางตวาดเสียงจนเกิดละลอกคลื่นกระแสน้ำที่แปรปรวน
“ขะ…ข้าเปล่านะ ราชินี!! ข้าจับตัวมันมาโดยออมแรงไว้ตลอด เพื่อมิให้มันตาย!!” แม่ทัพอสรพิษ แสดงท่าทีลนลานอธิบาย
“เจ้าบัดซบเอ้ย!! หากมนุษย์ผู้นี้ตายขึ้นมาโดยที่พวกเรายังไม่ได้รับคำตอบ ว่าท่านผู้นั้นติดต่ออะไรเข้ามาหรือไม่ เผ่าพันธุ์ของเราอาจจะถึงการพินาศสิ้น!! อย่าบอกนะว่าเรื่องแค่นี้ แม่ทัพอย่างเจ้าจะไม่รู้!!” อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง เอ่ยตวาดขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
ส่งผลให้แม่ทัพอสรพิษเกล็ดสีนิลตนนั้น ตัวสั่นงันงกขึ้นทันที รีบใช้ปลายหางแตะมายังร่างของ ซุน ก่อนจะส่งลมปราณของตนเองเข้ามาที่ร่างของ ซุน อย่างบ้าคลั่ง หมายจะเพิ่มพูนกำลังวังชาของชายหนุ่มให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
ซุน สัมผัสได้ถึงลมปราณที่ไหลบ่ามายังตน แม้จะไม่ได้มากมายอะไรนัก เพราะอีกฝ่ายก็เป็นเพียงสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสีเหลืองเท่านั้น แต่ก็มากพอจะทำให้ความอึดอัดจากแรงกดดันของกระแสน้ำลึกลดลงไปมากอย่างน่าตกใจ… การกระทำเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำสมมุติฐานที่ ซุน ตั้งเอาไว้ เผ่าอสรพิษทะเลแม้จะอยากสังหาร ซุน มากเพียงใด แต่พวกมันกลับไม่กล้าที่จะลงมือในตอนนี้ ด้วยเพราะเหตุผลอะไรบางอย่าง และน่าจะเกี่ยวข้องกับ ‘ท่านผู้นั้น’ ที่อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิงเอ่ยถึง…
“โป๊ะเชะ!! เป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ” ชายหนุ่ม แอบสบถขึ้นกันตนเอง รู้สึกโล่งใจขึ้นไปอีกมาก แสดงว่าตนยังพอจะมีหนทางต่อรองอยู่ไม่น้อย จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นมาเนืองช้า เผยท่าทีผ่อนปรนลง…
ทำให้แม่ทัพอสรพิษรู้สึกโล่งใจ เกรงว่าตนจะเกิดความผิดร้ายแรง ทั้งที่ควรจะได้รับความดีความชอบจากเรื่องนี้… อสรพิษทะเลตนอื่น ๆ ก็ดูจะโล่งอกเช่นเดียวกัน เหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้ ทำให้ ซุน ยิ่งมั่นใจว่าตนนั้นคิดไม่ผิด
แต่แล้วไม่นาน ผู้ที่ทุกตนรอคอยก็ได้ปรากฏตัวขึ้น… รัศมีของสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสีส้มเพียงหนึ่งเดียวในอาณาจักร เกล็ดสีมรกตตลอดทั้งร่างเต็มไปด้วยความวาววับ จนราวกับสามารถสะท้อนแสงไฟภายในอาณาจักรแห่งนี้
จ้าวอสรพิษทะเล เลื้อยออกมาจากซอกมุมหนึ่งด้านหลัง ดวงตาข้างหนึ่งถูกทำลายเป็นบาดแผลใหญ่จนมองเห็นได้ชัดเจน ใบหน้ามืดดำดูไร้ชีวิตชีวาผิดกับรัศมีลมปราณที่แผ่ซ่าน... ศีรษะที่ชูยกตั้งขึ้นมีขนาดใหญ่ราวกับบ้านทั้งหลัง มองดูแล้วน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก...
ซุน พยายามสะกดกั้นข่มอารมณ์ เชิดคางขึ้นน้อย ๆ จดจ้องกลับไปด้วยสายตาไม่กริ่งเกรง... ทำเอา จ้าวอสรพิษทะเล หรี่ตาแคบ ตลอดชีวิตของมันมีมนุษย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองมันด้วยสายตาเช่นนี้ โดยมากจะต้องหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก…
สายตาของ จ้าวอสรพิษทะเล จดจ้องไปยังอัญมณีเนตรมรกตที่รัดเกล้า สีหน้าของจ้าวอสรพิษก็คล้ายจะดีขึ้นมาอีกหลายขั้น ทั้งยังถอนหายใจปลดปลงให้ได้เห็น… อากัปกิริยาทั้งหมดล้วนอยู่ในการจ้องมองพิจารณาของ ซุน…
“เจ้างั้นสินะ… คือผู้ที่สังหารทายาทของข้า และช่วงชิงเนตรแห่งจ้าวอสรพิษทะเลเกล็ดมรกตไป?!”
ซุน ประสานมือสุภาพเล็กน้อย แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงสัตว์อสูร แต่ก็มีสติปัญญาณและเป็นถึงราชาของที่แห่งนี้ ตนจึงควรแสดงท่าทีนอบน้อม… ก่อนจะกล่าวออกไปด้วยคลื่นกระแสเสียงลมปราณ…
“เปล่า… ผู้สังหารทายาทของท่านไม่ใช่ข้าหรอก ข้าเพียงแค่เป็นผู้เก็บกู้ซากร่าง จึงเก็บสิ่งนี้มาด้วยความบังเอิญก็เท่านั้น…” ซุน ปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีแม้พิรุธใด ๆ
ทำเอาอสรพิษทะเลรอบด้านถึงกับอึ้งงัน หลายตนหันมองหน้ากันไปมา… จ้าวอสรพิษทะเล ยังเผยท่าทีแปลกประหลาด ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีกคำ… “เช่นนั้นระหว่างที่เจ้าถือครองอัญมณีชิ้นนั้น เจ้าสัมผัสได้ถึงการติดต่อของผู้ใดหรือไม่?!”
คำถามที่จ้าวอสรพิษทะเลเอ่ยออกมา ทำให้สีหน้าของอสรพิษทุกตัวรอบด้านเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ทุกตนจดจ้องมายัง ซุน อย่างผิดสังเกต ราวกับภาวนาและคาดหวังในคำตอบ เรื่องการตายของทายาทตนก่อน ยังดูคล้ายจะไม่สำคัญเท่ากับเรื่องนี้…
ชายหนุ่ม เผยรอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“มีสิ!! ข้าได้รับการติดต่อมาจาก ‘ท่านผู้นั้น’ เมื่อสองเดือนก่อนนี้เอง…”
“!!!!!!!!!!!” อสรพิษทะเล ทุกคนล้วนยกชูคอตั้งขึ้นเบิกตาโพลง แม้แต่ จ้าวอสรพิษทะเล ก็ยังตัวสั่นงันงก เมื่อได้ยินคำตอบ... ‘ท่านผู้นั้น’ ที่ ซุน เองก็ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นตัวอะไร แต่ที่แน่ ๆ คล้ายว่าจะมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก จนแม้แต่จ้าวอสรพิษทะเลที่สมควรจะเป็นราชันย์แห่งน่านน้ำบริเวณนี้ ก็ยังให้ความเคารพอย่างถึงที่สุด
ซุน แน่ใจแล้วว่าอัญมณีเนตรมรกต ก็คงเป็นคล้ายกับ ๆ หยกสื่อสารโบราณ ที่สามารถรับการติดต่อจาก ‘ท่านผู้นั้น’ ได้ และสถานะก็คงคาดว่าน่าจะเป็นระดับราชันย์ที่เหนือราชันย์ขึ้นไปอีกขั้น จนยากที่ ซุน จะจินตนาการความยิ่งใหญ่ไปถึง…
“ทะ…ท่านผู้นั้น ติดต่อเจ้ามาว่าอย่างไร!!” จ้าวอสรพิษทะเล เผยท่าทีลนลานอย่างชัดเจน
ชายหนุ่ม กลับส่ายหน้าเบา ๆ แบมือสองข้างยกขึ้นเสมอปลายคาง
“คิดจะให้ข้าบอก แต่ดูที่พวกเจ้าทำกับข้าสิ?! จู่ ๆ ก็จับตัวข้ามา พยายามยัดเยียดความผิดให้กับข้า เพียงแค่เพราะข้าเผลอเก็บเอาสิ่งของ จากซากศพอสรพิษทะเลที่ตายไปแล้ว… บอกตามตรงว่าข้าในตอนนี้ รู้สึกเสียขวัญเกินกว่าจะจดจำอะไรได้ ว่าท่านผู้นั้นติดต่อและส่งถ้อยวาจามาว่าอย่างไร…
อีกทั้งที่นี่มันก็ทำให้ข้าอึดอัดจนอยากจะตายเสียให้ได้… ไม่แน่ว่า หากข้าได้สิ่งของกำนัลมาปลอบประโลมจิตใจ และได้กลับขึ้นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ผิวน้ำ มันก็อาจจะทำให้ความจำที่เลือนรางเกี่ยวกับถ้อยวาจาของท่านผู้นั้น หวนกลับคืนมาก็เป็นได้…”
ชายหนุ่ม เอ่ยปากเนิบนาบ ราวกับหนักอกหนักใจเป็นอย่างยิ่ง… ท่ามกลางใบหน้าที่บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ของอสรพิษทะเลโดยรอบ หรือแม้แต่ จ้าวอสรพิษทะเล ยังแทบจะกลั้นใจตายเมื่อได้ยินเช่นนั้น…
……………………………………………