อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 310 เข้าร่วม
ตอนที่ 310
การต่อสู้รุนแรงมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าฝ่ายที่เสียเปรียบอย่างมากก็คือคนจากสมาพันธ์แห่งท้องทะเล เหว่ยหม่าอวิ๋น ที่ถูกรุมเล่นงาน ทั้งยังมี เล้งหมิงเช่อ ที่เป็นแนวหน้าเข้ากดดันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มิอาจปลีกตัวมาช่วยเหลือพรรคพวกของตนได้…
ซุน ซึ่งมีสัมผัสรับรู้ที่เฉียบคมผ่านสายลมสีม่วง… พอตั้งใจฟังมาสักระยะเกี่ยวกับวาจาก่นด่าไปมาของคนจากสมาพันธ์แห่งท้องทะและ และมีการพูดถึงค่าตอบแทนหลายพันล้านที่ เล้งหมิงเช่อ จ้างวานคนจำนวนมากเหล่านี้… มันจึงทำให้ ซุน ถึงกับสูดลมหายใจดังเฮือก ๆ ติดต่อกัน…
“ตระกูลเล้ง ร่ำรวยถึงแค่ไหนกันเชียว ถึงได้กล้าใช้เงินเป็นเบี้ยเช่นนั้น!!”
ทันใดนั้นเอง ซุน ก็ฉุกคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ แอบแสยะยิ้มชั่วร้ายอยู่ภายใต้หน้ากาก... ก่อนจะหันมองมายัง เล้งหยุนฟง และ กังเฉิง ใช้น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปลดปลงกล่าวขึ้น เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
“พวกเจ้าสองคนรอข้าอยู่ที่นี่ก่อนก็แล้วกัน… ก่อนหน้านี้ เหว่ยหม่าอวิ๋น เคยช่วยเหลือข้าหนึ่งครั้ง ในด่านทดสอบแรก หากข้าไม่ทำอะไรเลยก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก…”
เล้งหยุนฟง และ กังเฉิง รู้สึกแปลกใจที่ได้ยินคำนี้จากปากของชายหนุ่มตรงหน้า หันมองหน้ากันไปมาเล็กน้อย… “เจ้าแน่ใจแล้วหรือ?! ต้องให้พวกเราไปช่วยด้วยหรือไม่?!”
ซุน โบกมือไปมาปฏิเสธอย่างไม่ลังเล… “ไม่ต้อง , ไม่ต้อง… พวกเจ้าเฝ้าจับตาดูอยู่ที่นี่แหละดีแล้ว ข้านั้นมีวิธีการหลบหนีในรูปแบบที่ค่อนข้างอันตราย หากพวกเจ้าเห็นท่าไม่ดีก็ให้ถอยทันที แล้วข้าจะตามไปสมทบเอง…”
เล้งหยุนฟง แต่รู้สึกทะแม่ง ๆ เคลือบแคลง แต่อย่างไรทั้งสองก็มิใช่พรรคพวกกันโดยเนื้อใน เป็นเพียงการจับกลุ่มเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น จึงไม่มีสิทธิ์ห้ามปราม… “เข้าใจแล้ว บอกไว้ก่อนนะว่าเจ้าตัดสินใจไปเอง ฉะนั้นหากเจ้าเพลี่ยงพล้ำขึ้นมาก็อย่าคาดหวังว่าเราสองคนจะเสี่ยงเข้าไปช่วยเหลือ…”
ซุน หัวเราะ หึหึ ในลำคอ…
“นั่นแหละที่ข้าต้องการ...”
กล่าวจบ ซุน ก็โดดลงไปจากยอดไม้ กลับกลายเป็นสายลมสีเขียวระลอกหนึ่งพัดตรงเข้าไปยังสมรภูมิ… กังเฉิง เผยแววตาประหลาดใจก่อนจะเอ่ยถามกับ เล้งหยุนฟง… “ศิษย์พี่ เจ้านั่นมันเป็นคนมีน้ำใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!”
“หึหึ… ไม่มีทาง ข้าว่าเจ้านั่นน่าจะเห็นช่องทางที่บางอย่าง ทางที่ดีพวกเราอย่างเสี่ยงไปกับเจ้านั่นด้วยเลย รออยู่ที่นี่ก็พอแล้ว…” เล้งหยุนฟง กล่าวขึ้นราวกับมองออกถึงความเป็นจริงในอุปนิสัย…
เงาร่างของ ซุน ที่พวยพุ่ง เมื่อขับขานพลังร่างสถิตพลันก่อเกิดเป็นเงาร่างของพยัคฆ์สายลมขนาดใหญ่ที่กระโจมเข้ามาในสนามรบ!! เสียง ตูม! ดังขึ้นครั้งหนึ่ง กลุ่มที่ถูก เล้งหมิงเช่อ จ้างวานกว่าห้าคน ต่างก็กระเด็นออกไปไกลจากแรงปะทะและสายลมที่กรรโชก
การปรากฏตัวของ ซุน เผยให้เห็นถึงความโดดเด่นห้าวหาญที่น่าตื่นตา… แม้แต่ เล้งหมิงเช่อ และ เหว่ยหม่าอวิ๋น ก็ยังต้องหันมองพร้อมเบิกตากว้าง…
“บัดซบ!! เจ้าสารเลวตัวนั้น!!” เล้งหมิงเช่อ เค้นเสียงผ่านร่องฟัน
ซุน เผยรอยยิ้มใต้หน้ากาก ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีอย่างหนักหน่วง… แต่ละหมัดที่ปล่อยออกไปนั้น พุ่งกระแทกเข้าใส่ขวดโหลที่ถูกเก็บซ่อนอย่างแม่นยำ ระเบิดสามกำปั้นส่งคนสามคนชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นปลาย ให้กลับสู่โลกด้านนอกในชั่วพริบตา…
ความดุดันและเด็ดขาดในการโจมตี สร้างความเขย่าขวัญให้กับคนอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ซุน ราวกับมีดวงตาที่มองเห็นขวดโหลของทุกคน แม้จะพยายามเก็บซ่อนอย่างมิดชิด ผนวกกับความเร็วและความรุนแรงประหนึ่งสัตว์ร้าย
ซุน ชำเลืองมองผู้โชคร้ายอีกสองคนจากที่ไกล ๆ ก่อนจะยกแขนซ้ายขึ้น หักข้อมือรวดเร็วสร้างกระสุนสายลมล่องหน ตรงเข้าไปทำลายขวดโหลที่แอบซ่อนในปกเสื้อของคนทั้งสองจากระยะไกลด้วยความแม่นยำ
นับตั้งแต่ที่ปรากฏตัว จนถึงเวลานี้เพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงสิบลมหายใจเท่านั้น แต่ ซุน กลับสามารถส่งคนห้าคนที่ เล้งหมิงเช่อ จ้างวานให้กลับออกไปยังโลกภายนอกได้แล้ว… แม้แต่ เล้งหยุนฟง และ กังเฉิง ที่เพิ่งจะได้เห็น ซุน แสดงฝีมือกับตา ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกริ่งเกรง...
คนของทางสมาพันธ์แห่งท้องทะเล รวมถึง เหว่ยหม่าอวิ๋น แม้ไม่เข้าใจเหตุผลที่ชายหมายเลข 1 ผู้นี้ลงมือ แต่ทุกคนในเวลานี้ก็ส่งเสียงเฮออกมาด้วยความฮึกเหิม… ชายหมายเลข 1 แม้มิใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ชิงชัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง ว่าคนผู้นี้ได้โดดเด่นและเปล่งประกายมากที่สุดภายใน มหาขุมทรัพย์แห่งวงกตสีรุ้ง…
ทว่า… ยังไม่ทันที่ทุกคนในสมาพันฯ จะเอ่ยปากขอบคุณ จู่ ๆ ชายหมายเลข 1 ก็หยุดการลงมือไปเสียดื้อ ๆ สวมกอดอกเชิดหน้าขึ้นน้อย ๆ อย่างองอาจ ชำเลืองมองไปยัง เล้งหมิงเช่อ ด้วยท่าทีซึ่งแฝงเร้นไปด้วยความหมายบางประการ…
“เล้งหมิงเช่อ!! เห็นฝีมือของข้าหรือยัง!!”
เล้งหมิงเช่อ เบิกตาโพลง แม้ฟังดูจะเหมือนอีกฝ่ายกำลังต้องการจะอวดโอ้ แต่น้ำเสียงกลับมีบางอย่างแอบซ่อนอยู่… “เจ้าหมายความว่ายังไง!! ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะโง่ออกมาเพียงแค่อยากให้ข้าสังหารเจ้าตอนนี้!!”
เสียง หึหึ จากชายหมายเลข 1 ดังขึ้นในลำคอ…
“แน่นอนว่าไม่… ข้าเพียงอยากจะถามเจ้าว่า สนใจจะจ้างวานข้าอีกคนให้ช่วยเหลือหรือไม่?!”
“!!!!!!!!!!!” สิ้นคำพูดของชายหมายเลข 1 ทุกคนโดยรอบล้วนอ้าปากค้างไปโดยพลัน!! แท้จริงแล้วการแสดงพลังฝีมือก่อนหน้านี้ ทั้งหมดก็เพื่อที่จะนำเสนอขายตนเองเท่านั้น!! แม้แต่ เล้งหยุนฟง และ กังเฉิง ที่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ ยังใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์อย่างอดไม่ได้…
“จะ…เจ้าบ้านั่น!! ที่แท้มันก็แค่ต้องการเงินค่าจ้างวานหรอกหรือนี่!!” กังเฉิง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดขัดแทบสำลักวาจา ทำเอา เล้งหยุนฟง ถึงกับส่ายหน้ากุมขมับด้วยความปลดปลง…
คนของสมาพันฯ ไม่เว้นแม้แต่ เหว่ยหม่าอวิ๋น ล้วนหน้าถอดสีภายใต้หน้ากาก หลังจากได้ยินชายหมายเลข 1 เปิดเผยเจตนา… ทว่าด้าน เล้งหมิงเช่อ กลับแผดเสียงหัวเราะลั่นดังออกมาอย่างอดไม่ได้…
“ดี!! นี่สิจึงจะเรียกว่ารู้เวลาเก็บเกี่ยว ข้าไม่ได้เกลียดนิสัยเช่นนี้ของเจ้าเลยสักนิดเดียว!!” เล้งหมิงเช่อ สะบัดมือออกไป แหวนมิติวงหนึ่งพลันลอยตรงเข้าหา ซุน ที่อยู่ห่างไกล เมื่อรับเอาไว้แล้ว ซุน ก็สร้างพันธสัญญาโลหิตกับแหวนมิติโดยพลัน ทันทีที่ตรวจสอบด้านในก็พบว่ามีเงินมากกว่า 100 ล้านเหรียญทองอยู่ภายในนั้น
ดวงตาของ ซุน เบิกโพลง ไม่คิดว่า เล้งหมิงเช่อ จะเป็นคนใจกว้างถึงเพียงนี้ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เรื่องความบาดหมางของพวกเราให้มันแล้วต่อกัน หากช่วยข้าจัดการคนของสมาพันฯรวมไปถึง เหว่ยหม่าอวิ๋น ได้สำเร็จ ข้าจะไม่ถือโทษโกรธเจ้าอีก ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” เสียงหัวเราะแผดยาวของ เล้งหมิงเช่อ ดังขึ้นมาอย่างพึงพอใจ การดึงคนมีฝีมือเข้าร่วมอย่างไรก็ไม่นับว่าขาดทุน ขอเพียงแค่สามารถจัดการ เหว่ยหม่าอวิ๋น ลงได้ เล้งหมิงเช่อ ก็เชื่อว่าโอกาสที่มหาขุมทรัพย์จะตกอยู่ในมือตนก็มีมากกว่า 5 ส่วนแล้ว…
ซุน ยิ้มร่าออกมา ก่อนจะหัวเราะ ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! อย่างพออกพอใจเช่นเดียวกัน… เหลือบมองไปยังคนของ สมาพันธ์แห่งท้องทะเล สร้างความสะเทือนขวัญให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะคนของสมาพันฯ ในตอนนี้เหลือจำนวนเพียงไม่กี่คนแล้ว ต่อให้ ซุน จัดการยอดฝีมือรับจ้างไปห้าคนในคราเดียว นั่นก็เพียงเปลี่ยนจากสถานการณ์วิกฤต เป็นกระเตื้องขึ้นมาเท่านั้นเอง…
ซุน กระแอมไอขึ้นเบา ๆ ก่อนจะชำเลืองมองไปยัง เหว่ยหม่าอวิ๋น...
“พี่ชายเหว่ย… เล้งหมิงเช่อ ให้ข้ามา 100 ล้านเหรียญทอง… ไม่ทราบว่าท่านสนใจจะให้มากกว่านั้นหรือไม่?!”
“!!!!!!!!!!!” คราวนี้เรียกได้ว่า ซุน ทำให้ทุกคนตาค้าง และสำลักลมหายใจอย่างแท้จริง!!
กระทั่ง กังเฉิง และ เล้งหยุนฟง ก็ยังรู้สึกราวกับมีมดตัวเล็ก ๆ จำนวนมากแทรกซึมเข้าไปภายในร่าง กัดกินจิตใจจนคันยะเยอไปถึงส่วนลึก รู้สึกพูดไม่ออกที่ได้เห็นสถานการณ์เช่นนั้น ทำได้เพียงแค่คิดใคร่ครวญอยู่ภายใน…
“นี่ข้าคิดถูกแล้วจริง ๆ หรือ ที่ชวนเจ้านั่นมาเข้าร่วมด้วย?!”
ทางด้าน เล้งหมิงเช่อ จากที่มีรอยยิ้มประดับ บัดนี้เดือดดาลขึ้นมาในชั่วพริบตา!! ไม่เคยมีใครกล้าเช่นตลกกับตนเช่นนี้มาก่อน “บัดซบ!! นี่เจ้ากล้าหักหลังข้างั้นหรือ!!”
ซุน ผายมือสองข้างยกแนบไหล่เสมอปลายคาง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “เล้งหมิงเช่อ... เจ้าก็พูดออกมาเองว่าข้านั้นรู้จักเวลาเก็บเกี่ยว นี่มันเป็นเรื่องของธุรกิจ ข้านั้นซื่อสัตย์ต่องานและหน้าที่เสมอมา แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ค่าตอบแทนสูงสุดเท่านั้น…”
“เจ้ามันชั่วช้า!!” เล้งหมิงเช่อ แค่นเสียงผ่านร่องฟัน
ทางด้าน เหว่ยหม่าอวิ๋น แม้จะไม่ชอบวิธีการเช่นนี้นัก แต่ย่อมรู้จักผันแปรตามสถานการณ์ ไม่ลังเลที่จะโบกสะบัดมือออกไป แหวนมิติวงหนึ่งก็ลอยตรงเข้าไปหาชายหนุ่มหมายเลข 1 ผู้นั้น ก่อนจะเอ่ยปากเนิบนาบขึ้น…
“500 ล้านเหรียญทอง… ทำยังไงก็ได้ให้ข้าและพรรคพวกพวกหลุดจากสถานการณ์ในตอนนี้”
ซุน จับคว้าโดยพลัน แอบสูดลมหายใจเฮือก ๆ ขึ้น ดูเหมือนว่ามิใช่เพียงแค่ เล้งหมิงเช่อ ที่ใจกว้าง แม้แต่ เหว่ยหม่าอวิ๋น ก็มีจิตใจดั่งมหาสมุทร… สีหน้าของ เล้งหมิงเช่อ หมองคล้ำในทันที เพราะมันทุ่มเงินไปจนหมดกับการจ้างวานคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นจึงไม่เหลือเงินที่มากพอจะจ่ายได้มากกว่า เหว่ยหม่าอวิ๋น…
ทว่าต่อให้มีจริง ๆ เล้งหมิงเช่อ ก็ไม่คิดที่จะมอบให้พยัคฆ์สองหัวอย่าง ซุน อีกแล้ว ทั้งยังเจ็บแค้นใจมากเป็นเท่าทวีอีกเสียด้วยซ้ำ… ระเบิดพลังจากเรือนกายอย่างมหาศาล เปลวเพลิงสีฟ้าหลอมละลายชั้นบรรยากาศมอดไหม้พร่าเลือน ก่อนจะผละออกจากการปะทะกับ เหว่ยหม่าอวิ๋น โดยให้คนอื่น ๆ คอยสกัดเอาไว้ ส่วนตนเองนั้นแผ่ซ่านจิตสังหารที่ลุกโชนออกมาตรงมายัง ซุน…
“ข้าจะฆ่าเจ้า!!”
ซุน บรรจบสมาธิตั้งมั่นในทันทีไม่กล้าประมาท แม้ว่า ซุน จะคิดว่าตนยังไม่พร้อมมากนัก ที่จะต่อสู้กับ เล้งหมิงเช่อ ตรง ๆ ในเวลานี้ ทว่าหลังผ่านการยกระดับพลังขึ้นมา ย่อมมีความมั่นใจขึ้นอีกเป็นเท่าตัว… ซุน มองเห็นตำแหน่งขวดโหลของ เล้งหมิงเช่อ ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ อาศัยระยะห่างทำการลอบโจมตีด้วยกระสุนสายลมล่องหน
“!!!!!!!!!!” เล้งหมิงเช่อ ถึงจะมองไม่เห็นสิ่งที่พุ่งเข้ามา แต่ด้วยสัญชาตญาณและความเฉียบคมในสัมผัส ก็ยังรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่อันตราย จึงสะบัดร่างอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นพายุหมุนเพลิงสีฟ้าสกัดกั้นการลอบโจมตี
ซุน ยังโจมตีต่อเนื่องอีกหลายครั้ง เพื่อทำลายสมาธิของอีกฝ่าย… บีบบังคับให้ เล้งหมิงเช่อ เผยความวิตกกังวลออกมา ต่อให้แข็งแกร่งกว่าหลายเท่า ทว่าถ้าถูกทำลายขวดโหลได้สำเร็จ ทุกอย่างก็เป็นอันจบสิ้น…
“ข้ายอมรับว่าเจ้ามีเขี้ยวเล็บมากกว่าที่คิด แต่สุดท้ายมันก็ทำได้เพียงสะกิดเกล็ดย้อนได้เท่านั้น!!” เล้งหมิงเช่อ ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์โชกโชน การลอบโจมตีระดับสูงก็ยังไม่อาจเป็นผล
ชั่วพริบตานั้นเอง เงาร่างของ ซุน กลับระเบิดท่าร่างเป็นสายลมกรรโชก เข้าประชิด เล้งหมุนเช่อ ในจังหวะที่อีกฝ่ายหมุนตัวสะบัดร่างสร้างพายุ... ปรากฏอีกครั้ง ซุน ก็อยู่เบื้องหน้าเสียแล้ว ด้วยปฏิกิริยาโต้ตอบที่ฉับไว้ เล้งหมิงเช่อ ยังสามารถปล่อยปลายเปลวเพลิงสีหน้าออกมาได้ทันท่วงที
ซุน ตวัดกงเล็บฉีกฟ้า สะบั้นเปลวเพลิงเพื่อเปิดเส้นทางให้แหวกออก... แววตาใต้หน้ากากเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ก่อนที่หมัดซ้ายจะถูกยกขึ้น มองเห็นอักขระอาคมที่ผสานลมปราณหมุนวนรอบกำปั้น… เล้งหมิงเช่อ สัมผัสได้ถึงวิกฤตบางอย่าง ตัดสินใจยกแขนไขว้กันปกป้องใบหน้า ทว่าทิศทางของกำปั้นอาคมนั้นกลับหักเลี้ยวในพริบตา และได้กระแทกเข้ากลางหน้าอกแทนใบหน้า…
เสียง ตูม! ตูม! ตูม! ดังขึ้นสามครั้งในหนึ่งหมัด!!
ทั้งหมดเกิดจากการระเบิดอาคมลมปราณและสายลม
เล้งหมิงเช่อ เบิกตาโพลง กระดูกหน้าอกสะท้านสะเทือนจนเกือบจะแตกหัก ถ้าไม่ได้เกราะอักขระที่สวมทับป้องกันไว้ด้านในล่ะก็ พลังจากหมัดนี้คงทำให้กระดูกของ เล้งหมิงเช่อ แตกร้าวไม่น้อยกว่าสามซี่เป็นแน่
ร่างของชายหมายเลข 2 ปลิวกระเด็นตามแรงระเบิด… ทุกคนโดยรอบล้วนพากันมองตาค้าง เผยความไม่อยากจะเชื่อ… “สวรรค์!! เจ้านั่นสามารถเล่นงาน เล้งหมิงเช่อ ได้จริง ๆ”
เล้งหมิงเช่อ กัดฟันยืนตั้งหลักได้อีกครั้ง แต่ก็ไถลออกไปไกลนับร้อยก้าว… รู้สึกถึงความบอบช้ำเจ็บปวดที่หน้าอก รวมถึงลมปราณในร่างที่ปั่นป่วนอย่างรุนแรง… แน่นอนว่าเมื่อครู่มันอาจจะประมาทไปบ้าง เพราะเคยเอาชนะ ซุน มาได้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อหลายวันก่อน... แต่ภายใต้การประมาทของยอดฝีมือระดับ เล้งหมิงเช่อ ก็บังเกิดช่องว่างเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นเอง จึงไม่คิดว่าจะถูกอีกฝ่ายจ้องเล่นในงานจุดนั้นได้อย่างแม่นยำ…
ซุน เชิดหน้าขึ้นมาน้อย ๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา…
“100 ล้านเหรียญทองของเจ้าที่ให้มา ถือเป็นค่าเสียหายที่เจ้าเคยทำลายกระบี่ของข้าไปเล่มหนึ่ง… ส่วนหมัดเมื่อครู่ ถือว่าเป็นดอกเบี้ย!!”
……………………………….