อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 62 การต่อสู้บนทะเลทราย (2)
ตอนที่ 62
เมื่อในอดีตเคยมีพรรคมารหรือสำนักอธรรมอยู่หลายขุมกำลัง ที่แฝงตัวอยู่ในยุทธภพ รับงานสกปรก ทั้งปล้นชิง ลอบสังหาร หรืองานอะไรก็ตามที่ผิดต่อหลักคุณธรรม ซึ่งพรรคในสังกัดหน่วยราชการแผ่นดินของยุทธภพ จะไม่รับงานลักษณะเช่นนี้เด็ดขาดเพราะผิดต่อกฎหมายอาญา แต่พรรคมารล้วนไม่เคยปฏิเสธขอเพียงมีค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ…
ทว่าในภายหลัง ทางสมาพันธ์ทำเนียบยุทธภพได้ร่วมมือกับขุมกำลังอันยิ่งใหญ่อีกหลายขุมกำลัง ทำการกวาดล้างพรรคมารทั้งหมายที่คอยกัดกินยุทธภพไปจนเกือบหมดสิ้น ทำให้ในปัจจุบันไม่หลงเหลือพรรคหรือสำนักใด อยู่นอกเหนือกฎหมายอาญาของหน่วยราชการแผ่นดินอย่างโจ่งแจ้งอีกต่อไปแล้ว…
แต่ยังคงเหลือกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ที่หันหลังให้กับกฎหมายเหล่านั้น ได้มีการรวมตัวกันอย่างลับ ๆ สร้างเป็นกลุ่มองค์กรใต้ดินอิสระ ที่ไม่มีการก่อตั้งพรรคหรือสำนักใด ๆ เป็นหลักแหล่ง ดังนั้นการจะกวาดล้างย่อมไม่อาจทำได้ อีกทั้งกลุ่มยอดฝีมือใต้ดินบางคน มีฉากหน้าเป็นยอดฝีมือของยุทธภพ…
ดังเช่นกลุ่ม มังกรทอง ที่จับตัว เหยาหมิง ก็จัดว่าเป็นองค์กรลี้ลับใต้ดินขนาดใหญ่ ไม่มีการก่อตั้งพรรคหรือสำนักเป็นหลักแหล่ง แต่จะใช้การรวมตัวในชนชั้นผู้นำผ่านหยกสื่อสารเสียมากกว่า ทั้งยังมียอดฝีมืออีกมากมายที่ฉากหน้ายิ่งใหญ่ ดังเช่น เทพปรมาจารย์ ลู่เหรินฮ้าว เป็นต้น…
กลุ่มยอดฝีมือใต้ดิน ที่ หานห้าว จ้างวานมา นับเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ที่หากมีเส้นสายในตลาดมืด ก็มิใช่เรื่องยากเย็นที่จะเสาะหาคนเหล่านี้ ขอเพียงมีกำลังทรัพย์จ้างวานในราคาที่มหาศาลเท่านั้น กลุ่มคนเหล่านี้ก็พร้อมจะทำงานสกปรกทุกประเภท…
สถานการณ์ ณ ทะเลทรายยังคงตึงเครียด…
ซุน ประเมินสถานการณ์จนเป็นที่แน่ชัดว่าศัตรูในเวลานี้ เกินกำลังที่ตนจะเข้าไปเผชิญหน้า ต่อให้ ซุน มีความสามารถสูงล้ำเพียงใด ก็ยังถูกจำกัดความแข็งแกร่งเฉพาะในกลุ่มผู้เยาว์เท่านั้น… หากเปรียบในระดับยุทธภพที่กว้างขวาง ซุน ยังมิต่างจากเด็กที่เพิ่งหัดเดิน ไหนเลยจะเผชิญหน้ากลุ่มคนที่ออกวิ่งไปก่อนตนหลายสิบปีได้…
แต่เมื่อ ซุน เปรียบเทียบกับหญิงสาวทั้งสองนางแล้ว… ก็ยังนับว่าเหนือกว่าทั้งพลังฝีมือ และสติสัมปชัญญะ เวลานี้สีหน้าของ ฉีลู่ชิง และ เหม่ยลี่ ดูแตกตื่นอย่างมาก... เพราะศัตรูมิใช่สัตว์อสูร แต่เป็นมนุษย์ด้วยกัน ดังนั้นความอันตรายที่เจือปนมากับความมืดดำ จึงเกาะกุมจิตใจของทั้งสอง ที่ไม่คุ้นชินกับการถูกจ้องเอาชีวิต...
เด็กหนุ่ม ยกมือแตะลงที่ไหล่ของพวกนางทั้งคู่ ทำเอาพวกนางสะดุ้งสั่นสะท้าน...
“ใจเย็น ๆ สงบสติอารมณ์เข้าไว้… มือปราบมู่ และกลุ่มมือปราบองครักษ์ จะปกป้องพวกเราได้แน่นอน...”
รอยยิ้มของเด็กหนุ่ม ที่ดูไร้ความกังวล… มันกลับส่งผลให้สองหญิงสาวดูผ่อนปรนลงอย่างน่าประหลาด… พวกนางถอนหายใจพร้อมพยักหน้าตอบรับเบา ๆ อย่างไรเสียทั้งสามก็ใช่ว่าจะไร้ความสามารถ หากยังปกป้องตนเองไม่ได้ไหนเลยจะคิดก้าวเดินในเส้นทางแห่งยุทธภพ…
“ตั้งค่ายกล มือปราบต้านแปดทิศ!!” มู่เจี้ยน ประกาศขึ้น…
กลุ่มมือปราบองค์รักทั้งแปด ตั้งค่ายกลโอบล้อมกลุ่มผู้เยาว์…
ส่วน มู่เจี้ยน ในฐานะยอดฝีมือสูงสุด แยกตัวออกไปพุ่งตรงเข้าเผชิญหน้ากลุ่มยอดฝีมือใต้ดิน อย่างไม่มีความหวั่นเกรง แผ่รัศมีชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นสูงสุด พร้อมจิตสังหารที่สะท้านแผ่นดิน เปรียบประหนึ่งพยัคฆ์ร้าย ที่กระโจมเข้าสู่ฝูงหมาป่า…
หน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์ มีเคล็ดวิชาเฉพาะที่ถูกเรียกว่า [วิชาเทพพยัคฆ์] เป็นทักษะวิชาที่ยกระดับจากเคล็ดวิชาของเหล่ามือปราบขึ้นอีกขั้น นอกจากจะครอบคลุมศาสตราแทบทุกประเภทแล้ว ยังถูกจัดอันดับเป็นเคล็ดวิชาระดับสูงในยุทธภพอีกด้วย จะมีเฉพาะผู้ที่สังกัดหน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์เท่านั้น จึงจะมีสิทธิฝึกฝนเคล็ดวิชานี้…
“เพลงกระบี่เทพพยัคฆ์ สายลมมรณะ!!”
มู่เจี้ยน ตวัดกระบี่นับครั้งไม่ถ้วนออกไป สร้างปราณกระบี่ที่หมุนวนจนเกิดเป็นวายุปราณกระบี่ ท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ กลุ่มยอดฝีมือใต้ดินเบิกตากว้างตกตะลึง แยกกำลังกระจายคนละทิศละทาง อีกทั้งเมื่อภัยใกล้ตนยังถึงกับผลักร่างของพวกพ้องคนหนึ่ง เข้าไปสกัดวายุปราณกระบี่
แต่ไหนเลยที่จะต้านทานพลังของ มู่เจี้ยน ได้… ชายโชคร้ายหนึ่งในยอดฝีมือใต้ดินชนชั้นลมปราณสีเขียว ถูกวายุปราณกระบี่ฉีกร่างออกเป็นชิ้น ๆ ในชั่วพริบตา… กลุ่มยอดฝีมือที่หลบหนีออกไป ไม่มีความแยแสใด ๆ ต่อพวกพ้อง สมกับความมืดดำของกลุ่มองค์กรใต้ดิน…
เมื่อฝีมือของ มู่เจี้ยน เริ่มเป็นที่ประจักษ์ เหล่ายอดฝีมือใต้ดินเปลี่ยนกลยุทธ มุ่งเน้นการโจมตีจากนอกระยะ ถาโถมกระหน่ำลอบทิศทาง… มีแม้แต่ลูกดอกอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้ามา ทำให้ มู่เจี้ยน ไม่อาจเคลื่อนไหวอย่างประมาทได้ คอยถูกกดดันให้แยกตัวออกจากกลุ่มมือปราบไปอย่างสมบูรณ์…
ยอดฝีมือใต้ดินอีกจำนวนหนึ่ง แยกกำลังตรงไปยังเหล่ามือปราบที่ตั้งค่ายกล มีสามยอดฝีมือใต้ดินที่พุ่งเข้ามาจากสามทิศทาง!! จังหวะนั้นค่ายกลบังเกิดอานุภาพ สะท้อนเป็นเงากระบี่ขนาดใหญ่พุ่งออกไป 3 เล่ม กระแทกเข้าใส่ร่างของทั้งสามยอดฝีมือใต้ดิน แม้จะปัดป้องจนรอดชีวิตได้แต่ยังต้องสำรอกโลหิต จากความแข็งแกร่งของค่ายกล…
ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับ กลุ่มมือปราบเป็นเท่าทวี…
“สำเร็จ!! แม้จะเพิ่งเคยใช้รับศึกเป็นครั้งแรก แต่ค่ายกล มือปราบต้านแปดทิศ ก็แข็งแกร่งจริง ๆ ตามคำล่ำลือ…” หนึ่งในมือปราบทั้งแปด กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น เนื่องด้วยค่ายกลนี้จำต้องใช้มือปราบแปดคนพร้อมกัน จึงมีไม่บ่อยนักที่จะนำออกมาใช้งานจริงในการศึก
“อย่าประมาท!! ตั้งสมาธิสำหรับค่ายกล... พวกเราจะต้องต้านศัตรูไปจนกว่าหัวหน้ามู่เจี้ยน จะกลับมา…” มือปราบจู ซึ่งดูจะเป็นรองผู้นำในกลุ่มมือปราบได้กำชับเสียงเน้นหนัก รับหน้าที่ออกคำสั่งชั่วคราวแทน มือปราบมู่ ที่ไปรับศึกด้านนอก
กลุ่มยอดฝีมือใต้ดินกว่า 10 คน เริ่มกระชับวงโอบล้อม แต่ยังชะงักงั้นไม่กล้าเข้ามาปะทะ… ในฐานะที่พวกมันสังกัดองค์กรใต้ดิน การต่อสู้กับมือปราบถือว่าเป็นเรื่องสามัญยิ่ง ดังนั้นย่อมรับรู้ทักษะและกลยุทธของเหล่ามือปราบมาพอสมควร…
กลายเป็นการตรึงสถานะภาพไว้เช่นนั้น ไม่มีใครกล้าขยับ…
จวบจนกระทั่ง…
ฉึก!
คมกระบี่เล่มหนึ่ง เสียบทะลุร่างของ มือปราบจู!! โลหิตสาดกระจายออกมาเต็มพื้นทะเลทราย สายตาของ มือปราบจู เบิกกว้างไม่อาจยอมรับ เพราะผู้ที่แทงกระบี่จนทะลุร่างของตนนั้น คือหนึ่งในสหายมือปราบที่อยู่ข้างกาย!!
“มะ…เมิ่งหยวน นี่เจ้า!!” มือปราบจู ชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นที่ 2 กล่าวทั้งโลหิตที่สำรอกจากปาก
มือปราบเมิ่ง ชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นที่ 1 แสยะยิ้มชั่วร้าย…
“ขอโทษด้วย จูเยี่ย… แต่หนึ่งล้านเหรียญทอง มันมากพอที่ข้าจะไม่ต้องลำบากเป็นมือปราบ และไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตอีกต่อไป… เจ้านั้นแข็งแกร่งกว่าข้าขั้นหนึ่ง จึงจำเป็นต้องวางแผนลงมือให้รัดกุมเพื่อจังหวะเวลาเช่นนี้…”
ฉัวะ!! มือปราบเมิ่ง ชักกระบี่ออกจากร่าง ทำให้โลหิตล้นทะลัก มือปราบจู ร่างหล่นล่วงนอนราบลงกับผืนทะเลทราย ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นใจ ก่อนที่จะค่อย ๆ หลับตาลงสภาพแน่นิ่ง…
“!!!!!!!!!” เหล่ามือปราบ อีก 6 คนที่เหลือ ล้วนเบิกตากว้างสั่นสะท้าน!! ไม่เว้นแม้แต่ ซุน ฉีลู่ชิง และ เหม่ยลี่ ที่สีหน้าบังเกิดความสับสนโดยพลัน… ใช้เวลากว่าหลายอึดใจกว่าจะยอมรับกับความมืดดำ และสถานการณ์ผลิกผันเบื้องหน้า
“บัดซบ!! มือปราบเมิ่ง เป็นคนทรยศ!!”
ตูม!!
มือปราบเมิ่ง ที่เตรียมการมาพร้อมสรรพ ไหนเลยที่จะเสียท่าเหล่ามือปราบคนอื่น ๆ ที่พื้นฐานลมปราณอ่อนแอกว่าตนเองได้ ระเบิดกระบวนท่าเพียงครั้ง มือปราบชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นปลายทั้ง 6 คน ก็ล้วนแล้วแต่ปลิดปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทาง สำคัญกว่านั้นคือค่ายกลมือปราบได้พังทลายไปอย่างสมบูรณ์ ทำให้การกระจายตำแหน่งมิต่างอะไรกับการกลายเป็นเป้าหมายของเหล่ายอดฝีมือใต้ดิน!!
ซุน ได้ยินเสียงร้องโหยหวนระงมดังขึ้น… ไม่แน่ชัดว่าเหล่ามือปราบทั้ง 6 คนที่กระเด็นออกไปนั้น จะยังมีชีวิตเหลือรอดเท่าใด แต่ที่แน่ชัดยิ่งกว่า คือในยามนี้ไม่หลงเหลือผู้ใดปกป้อง 3 ผู้เยาว์ได้อีกต่อไปแล้ว การทรยศของมือปราบเมิ่ง นับเป็นความหายนะอย่างแท้จริง!!
“มาหลบด้านหลังข้า!!” ซุน เค้นเสียงเอ่ยขึ้นกับสองหญิงสาว ยกขวานศิลาขึ้นตั้งมั่นเขม็งมองยัง มือปราบเมิ่ง ไม่วางตา…
พวกนางใบหน้าขาวซีดกับสิ่งที่เกิด แต่ก็ยอมร่นถอยตั้งหลักด้านหลังเด็กหนุ่ม ฉีลู่ชิง กางสะบัดพัดอักขระ ส่วน เหม่ยลี่ ใช้ผ้าแพรในไหมตระเตรียมรับศึก… ถึงแม้ว่าระดับชั้นลมปราณของ 3 ผู้เยาว์ จะเป็นเพียงชนชั้นลมปราณสีน้ำเงิน แตกต่างจากมือปราบเมิ่ง ถึง 2 ระดับชั้นพลัง ทำให้ความหนาแน่นของลมปราณแตกต่างกันนับร้อยเท่า แต่ทั้งสามก็คงไม่ยอมถูกสังหารหรือจับกุมโดยง่าย…
มือปราบเมิ่ง เผยแววตาที่ดุดัน…
“อย่าคิดทำอะไรโง่ ๆ จะดีกว่า… หากพวกเจ้าไม่คิดขัดขืนข้าก็จะจับเป็น แต่หากกระด้างกระเดื่องข้าก็พร้อมจะนำศพพวกเจ้ากลับไป!!”
รัศมีลมปราณที่ผสานเข้ากับจิตสังหารอันรุนแรง ถาโถมเข้าหาสามผู้เยาว์… เหม่ยลี่ นางทรุดตัวลงในทันทีแข้งขาอ่อนแรงสั่นสะท้านไม่หยุด มีเพียง ซุน และ ฉีลู่ชิง ที่กัดขบฟันแนบแน่นเพื่อที่จะยืนหยัดต่อต้านเอาไว้…
สายตาของ มือปราบเมิ่ง เพ่งมองมายังเด็กหนุ่ม…
“เหยาซุน… เจ้าเป็นคนเดียวที่ได้รับคำสั่ง ว่าเมื่อสบโอกาสให้จับตายทันที!!”
มือปราบหนุ่ม ตวัดกระบี่ฟาดฟันโดยไม่ลังเล!! ทั้งความเร็วและความเฉียบคม เหนือกว่าระดับที่ ซุน จะสามารถหลบเลี่ยงได้ เพียงพริบตาเดียวอาภรณ์ที่สวมใส่ก็พลันฉีกขาดเป็นแนวยาว โดยที่ ซุน ไม่อาจมองเห็นคมกระบี่ได้ทันเสียด้วยซ้ำ
แต่ทว่า…
เกร้ง!
คมกระบี่ ฟาดฟันถูกเกราะอ่อน ไม่อาจเอาถึงเนื้อใน!!
“อะไรกัน!!” มือปราบเมิ่ง เบิกตากว้าง
ซุน รอดชีวิตได้อย่างหวุดหวิด จากสิ่งที่ เหล่าซือ หลงเหลือทิ้งเอาไว้ แต่ถึงแม้จะไม่ได้รับบาดแผลฉกรรจ์ ความรุนแรงของเพลงกระบี่จากชนชั้นลมปราณสีเหลือง ยังทำให้ ซุน บอบช้ำภายในจนโลหิตไหลออกมาจากมุมปาก...
มือปราบเมิ่ง ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นทันใด…
“หากฟันร่างเจ้าไม่เข้า… ข้าก็จะตัดศีรษะเข้าออกมา!!”
ซุน สั่นสะท้านในชั่วพริบตา…
มองเห็นเค้าลางแห่งความตายแจ่มชัด…
เฒ่าชีเปลือย ไม่อาจนิ่งดูดาย เตรียมที่จะพุ่งเข้ามาสิงสู่ร่างของเด็กหนุ่ม เพื่อช่วยในการเอาชีวิตรอด… แต่ในจังหวะสุดท้ายก่อนจะสิงสู่นั้นเอง จู่ ๆ เฒ่าชีเปลือย ก็หยุดชะงักไป… เนื่องด้วยด้านหลังของ มือปราบเมิ่ง มีเงาร่างของชายคนหนึ่งค่อย ๆ ลุกยืน…
จิตคุกคามที่ถาโถมเข้าหา มือปราบเมิ่ง มันทำให้ มือปราบเมิ่ง สั่นสะท้าน... เพราะผู้ที่ลุกยืนขึ้นมานั้น ไม่สมควรจะมีลมหายอยู่อีกแล้ว!! มือปราบจู ที่ร่างอาบท่วมไปด้วยโลหิต ร่างกายสั่นทึมพร้อมยกชูกระบี่…
“บัดซบ!! ทำไมเจ้ายังไม่ตาย!! กระบี่เมื่อครู่น่าจะตัดขั้วหัวใจเจ้าไปแล้วนี่” มือปราบเมิ่ง แผดเสียงขึ้นพร้อมใบหน้าที่ดูสับสน ตนไม่น่าจะมืออ่อนถึงขั้นคำนวนตำแหน่งหัวใจพลาดไปได้…
ดวงตาของ มือปราบจู แข็งกร้าวขึ้น…
“ก่อนออกเดินทาง หัวหน้ามู่เจี้ยน เรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะไว้วางใจข้ามากที่สุด แต่ยังไม่วางใจคนอื่น ๆ เท่าใดนัก… จากนั้น หัวหน้ามู่เจี้ยน ก็ได้ใช้ทักษะเฉพาะของหน่วยเทพพยัคฆ์ ทำการเคลื่อนย้ายตำแหน่งอวัยวะสำคัญ สลับให้หัวใจข้าย้ายไปด้านขวาเป็นการชั่วคราว ไม่คิดว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ข้ายังมีลมหายใจอยู่ได้ในตอนนี้…
ถึงกระนั้นกระบี่เมื่อครู่ของเจ้า ก็ทำข้าบาดเจ็บสาหัสจริง ๆ ปอดข้างหนึ่งเสียหายสมบูรณ์ไม่อาจใช้งาน กว่าที่จะใช้ลมปราณสกัดกั้นโลหิตไว้ได้ ก็กินเวลาไม่น้อยเลย…” มือปราบจู ระเบิดพลังขึ้นอีกครั้ง ยอมแผดเผาอายุขัยตนเองบางส่วน เพื่อให้ทำภารกิจองครักษ์ต่อไป!!
พุ่งตรงเข้ามาฟาดฟันกระบี่ดุดัน ที่แลกมาด้วยพลังชีวิต!!
“ก็แค่คนเจ็บใกล้ตาย!! เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้!!” เมิ่งหยวน ฟาดฟันกระบี่เข้าตั้งรับเช่นกัน เป็นการเผชิญหน้าระหว่างสองมือปราบชนชั้นลมปราณสีเหลือง ต่อหน้าสามผู้เยาว์…
เพียงการปะทะไม่กี่กระบวนท่า เสียงหายใจของ มือปราบจู พลันหอบหนัก… ปอดเสียหายไปข้างหนึ่งจากบาดแผลถูกแทง ไม่แปลกที่ความสามารถทั้งหมดจะถูกลดทอนมหาศาล เพียงแค่ลุกขึ้นมาสกัด มือปราบเมิ่ง ได้ ก็นับว่าเต็มกลืนแล้ว…
“เหยาซุน… พาพวกนางหนีไป!! ข้าจะสกัด เมิ่งหยวน และกลุ่มยอดฝีมือใต้ดินไว้ให้!!”
ซุน สั่นสะท้านขึ้นทันที สภาพของมือปราบจู ย่ำแย่มากแล้ว ยังคำนึงถึงความปลอดภัยของพวกตนเป็นหลัก ชัดเจนว่าจะยอมละทิ้งชีวิตตนเองเพื่อปกป้องทุกคน... แต่ ซุน ก็ไม่มีทางเลือกอื่น รับรู้ถึงความอ่อนแอของตนเองอย่างแจ่มชัด หากไม่มีเกราะอ่อนปกป้องก็คงถูกดับลมหายใจทิ้งไปแล้ว
ซุน ตัดสินใจเก็บขวานศิลาลงในแหวนมิติ…
พร้อมกับจับคว้าข้อมือของสองหญิงสาววิ่งหนีทันที!!
“มือปราบจู… ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่าน!!”
มือปราบหนุ่ม เผยรอยยิ้มเจือจางโดยไม่หันไปมอง… ร่างที่อาบท่วมโลหิตยังคงกำกระบี่ไว้อย่างแนบแน่น ขวางกั้นเส้นทางที่สามผู้เยาว์หลบหนีไป… แม้เบื้องหน้าจะเป็นสหายที่ทรยศ และกลุ่มยอดฝีมือใต้ดินที่เริ่มโอบล้อม แต่มันก็มิได้ทำให้จิตใจที่แข็งแกร่งของ มือปราบจู สั่นคลอนได้เลย…
………………………………………..