อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 75 ผนึกชี้ทาง (2)
ตอนที่ 75
อาจารย์ถู เอ่ยเรียก เหยาซาน เข้ามาเบื้องหน้าผนึกทรงกลมสีขุ่นใส… ชายหนุ่ม เพ่งมองไปยัง ผนึกชี้ทาง ระหว่างที่กำลังจะยื่นมือแตะที่ผนึก จู่ ๆ เสียงของ เฒ่าชีเปลือย ก็พลันเซ็นแทรกเข้ามาย้ำเตือน…
“ไอหนู… คิดดูให้ดี ๆ พื้นฐานและพรสวรรค์ เกี่ยวกับความสามารถของเจ้า ข้านั้นย่อมรู้ดีกว่าผู้ใด หากเจ้าแตะไปยังผนึกนั้น มันอาจเปิดเผยความสามารถบางอย่างที่น่าตกใจออกมา ที่ทำให้เจ้าไม่อาจใช้ชีวิตอย่างสงบในยุทธภพแห่งนี้ ต่อให้ยามนี้เจ้าเปลี่ยนใบหน้าแปลงโฉมอยู่ แต่ความลับย่อมไม่มีในโลก สักวันผู้คนก็ต้องรู้ว่าเจ้าคือ ซุน มิใช่ เหยาซาน...
เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าเจ้าจะต้องการเช่นนั้น?!”
เสียงของ เฒ่าชีเปลือย ทำเอา เหยาซาน ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปรากฏรอยยิ้มขึ้นวูบหนึ่งประดับใบหน้า…
“ข้าตัดสินใจมั่นคงแล้ว ว่าจะก้าวทะยานขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดของยุทธภพเท่าที่สองมือสองเท้าจะกระทำได้ เพื่อที่จะสามารถมองเห็นฟ้าดินได้แจ่มชัดยิ่งกว่านี้ และปกป้องคนที่ข้าต้องการจะปกป้อง โดยไม่ต้องหวั่นเกรงต่อสิ่งใด…
คิดเป็นใหญ่… ใยต้องหวาดกลัวการมีชื่อเสียง!!”
กล่าวจบมือของเด็กหนุ่ม ก็วางลงบนผนึกชี้ทาง ถ่ายส่งลมปราณก่อเกิดเป็นเส้นพลังสายหนึ่งหมุนวนอยู่ภายในผนึกทรงกลม ทุกคนภายในตำหนักเวลานี้จดจ้องมายัง ผนึกชี้ทาง ด้วยความตื่นเต้นไม่น้อย…
ทว่า… จู่ ๆ พลังสายนั้นกลับสลายไป!
ไม่ก่อเกิดแสงสว่างจากอักษรอักขระใดให้ได้เห็น!
“!!!!!!!!!!” ทั้งผู้อาวุโสจาง และ อาจารย์ถู ต่างเบิกตากว้าง
“เกิดอะไรขึ้น?! ทำไมไม่มีปฏิกิริยาอะไรออกมาเลย?!”
อาจารย์ถู เขม็งมองไปยัง เหยาซาน...
“เจ้าส่งพลังเข้าไปในผนึกน้อยเกินไปงั้นหรือ?! ลองใหม่อีกครั้ง!!”
เหยาซาน หางคิ้วกระตุกเล็กน้อย เมื่อครู่ตนมั่นใจว่าส่งพลังเข้าไปไม่ด้อยกว่า ตันเหมา เลย… แต่ในเมื่ออาจารย์ถู กล่าวออกมาเช่นนั้น เด็กหนุ่ม ก็ไม่ลังเลที่จะส่งพลังมากยิ่งขึ้นไปอีกระดับ!! เส้นพลังที่ปรากฏดูหนาแน่นกว่าเดิมร่วมเท่าตัว พร้อมกับหมุนวนอย่างรุนแรงอยู่ด้านในผนึกราวกับพายุขนาดย่อม…
แต่ทว่า… มันหมุนวนอยู่เช่นนั้นกว่าหลายสิบอึดใจ แต่สุดท้ายก็สลายไปอย่างเงียบงัน ไม่ปรากฏอักษรอักขระ หรือเอกลักษณ์ปราณธาตุใด ๆ ส่องสว่างขึ้นแม้แต่น้อย… สร้างความฉงนใจอย่างยิ่งให้กับทุกฝ่าย จนอาจารย์ถู ต้องเหลือบมองมายัง ผู้อาวุโสจาง…
“แปลกยิ่งนัก?! ผนึกชี้ทาง ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน...”
“ผู้อาวุโส… ท่านอาจารย์… หรือว่า เหยาซาน ไม่มีธาตุพรสวรรค์ใด ๆ เลย?!” ตันเหมา เอ่ยโพล่งขึ้นด้วยท่าทีเป็นกังวลแทนสหาย…
แต่ผู้อาวุโสจาง กลับส่ายหน้า…
“ไม่ใช่แน่นอน... ต่อให้ไม่มีธาตุพรสวรรค์อะไรเลย ผนึกชี้ทาง ก็จะยังปรากฏ ปราณธาตุสามัญ ขึ้นเป็นสัญญาณว่าไม่มีธาตุใด ๆ แฝงอยู่ในลมปราณ แต่การที่ปฏิกิริยานิ่งสนิทไปเช่นนี้ โดยไร้การตอบสนอง มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...”
อาจารย์ถู รับหน้าที่เฝ้าตำหนักชี้ทางมาหลายปี ไม่เคยเกิดปัญหาเช่นนี้มาก่อน ทั้งยังอยู่ต่อหน้า ผู้อาวุโสจาง หัวหน้าแผนกวรยุทธประยุกต์ ทำให้ตนรู้สึกร้อนรนใจไม่น้อย หวั่นเกรงว่าจะถูกตำหนิ จึงเค้นเสียงเน้นหนักขึ้นตวาดใส่ เหยาซาน...
“นี่เจ้า!! บอกแล้วอย่างไรว่าอย่าส่งพลังลมปราณเข้าไปในผนึกชี้ทางน้อยเกินไป!! เห็นหรือไม่ว่ามันไม่เพียงพอจะปรากฏธาตุพรสวรรค์ด้วยซ้ำ!! ส่งเข้ามาให้มากยิ่งขึ้นไปอีก!!”
เสียงเล็กแหลมของ อาจารย์ถู ระคายหูยิ่งนัก จนตัวของ เหยาซาน เองก็เริ่มไม่สบอารมณ์เช่นกัน ทั้งที่ตนส่งพลังลมปราณเข้าไปมากยิ่งกว่า ตันเหมา เสียอีก แต่ก็ยังถูกตำหนิติติง ไม่โทษว่าเป็นที่อุปกรณ์ของตนเอง… เด็กหนุ่ม พ่นลมหายใจแรงคราหนึ่ง พร้อมกับทาบมือลงไปพร้อมกันทั้งสองข้าง ระเบิดพลังลมปราณที่ถูกรีดเค้นออกมาทั้งหมดในคราเดียว!!
พลังลมปราณอันมหาศาลสายใหญ่ ถูกบีบอัดเข้าไปในผนึกชี้ทาง หมุนวนรุนแรงประหนึ่งพายุ ทว่า…ไม่เพียงจะไร้ปฏิกิริยาใด ๆ เช่นเดิม แต่ยังปรากฏรอยร้าวขึ้นที่ผนึกชี้ทางอีกด้วย!! ใบหน้าของ อาจารย์ถู บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ในทันที เพราะผนึกชี้ทางถูกสร้างจากผนึกแก้วที่ราคามหาศาลยิ่ง!!
“พะ…พอ!! พอได้แล้ว!!”
เหยาซาน ได้ยินเช่นนั้น จึงค่อย ๆ ผ่อนปรนพลังลง เหลือบมองไปยังรอยร้าวโดยไม่ได้มีความรู้สึกผิดอันใด เพราะตนเพียงแค่ทำตามที่ได้รับคำสั่งเท่านั้น… อาจารย์ถู รีบรุดตรงเข้ามาตรวจสอบ ผนึกชี้ทาง ปรากฏรอยร้าวขึ้นจริง ๆ กว่าหนึ่งคืบมือ ใบหน้าของอาจารย์ถูซีดเผือดไร้เลือดฝาด แข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลง…
ผู้อาวุโสจาง ถึงกับแสดงสีหน้าตื่นตะลึง ไม่อาจหาเหตุผลอธิบายเรื่องนี้ได้…
เด็กหนุ่ม ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะประสานมือ…
“ผู้อาวุโส ในเมื่อไม่ปรากฏธาตุพรสวรรค์เช่นนี้ ข้าจะต้องทำอย่างไรต่อไป?”
ชายชรายืดตัวลูบเครายาวแผ่วเบา จำต้องรักษาความสำรวมมิอาจแสดงท่าทีประหลาดต่อหน้าเหล่าศิษย์ ชำเรืองมองไปยังผนึกชี้ทางเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจหนักหน่วง…
“อาจเพราะผนึกชี้ทางชำรุด จึงไม่อาจบ่งชี้ธาตุพรสวรรค์ของเจ้าได้… เช่นนั้นเจ้าก็เลือกเอาปราณธาตุที่เจ้าสนใจที่สุด และตรงไปยังหอธาตุดังกล่าวได้เลย ไว้หลังจากข้าได้ตรวจสอบผนึกชี้ทางเสร็จสิ้น จะเรียกเจ้ามาทำการชี้นำเส้นทางอีกครั้ง…”
ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้น พลันกระหยิ่มยิ้มย่อง หากสามารถเลือกได้อิสระ ย่อมดีกว่าถูกกำหนดเป็นไหน ๆ เพราะ เหยาซาน มิได้สนใจเรื่องของพรสวรรค์อยู่แล้ว แต่เชื่อมั่นใจการฝึกฝนของตนเองเสียมากกว่า…
“ตงเหยียน... เจ้าในฐานะศิษย์พี่ ก็ช่วยนำพา ตันเหมา ไปที่หอพฤกษา ส่วน เหยาซาน ก็ให้เลือกหอธาตุที่ถูกใจก็แล้วกัน… ส่วนข้าจะขอตรวจสอบผนึกชี้ทางกับ อาจารย์ถู อีกเล็กน้อย…”
ตงเหยียน ประสานมือสุภาพขึ้นในทันที
“ขอรับผู้อาวุโส…”
ทั้งสามผู้เยาว์ออกจาก ตำหนักชี้นำ ตรงไปยังขุนเขาลูกที่ 3
ผู้อาวุโสจาง ใบหน้ามืดครึม รีบเข้ามาตรวจสอบผนึกชี้ทางในทันที… เพราะโดยปกติแล้ว มันมิใช่สิ่งที่จะแตกร้าวได้ง่ายดาย ด้วยพื้นฐานลมปราณของชนชั้นศิษย์สำนัก…
“อาจารย์ถู เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ เกิดขึ้นเพราะอะไร?!”
“เรียนผู้อาวุโส บอกตามตรงว่าข้าเองก็ไม่มีคำตอบแน่ชัด ตลอด 14 ปีที่ข้าเฝ้า ตำหนักชี้ทาง ก็ยังไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน... จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ เหยาซาน จะมีธาตุพรสวรรค์พิเศษ ที่อยู่นอกเหนือรูปแบบอักขระที่เรากำกับไว้บน ผนึกชี้ทาง…” อาจารย์ถู กล่าวขึ้นตามสมมุติฐาน
ผู้อาวุโสจาง ลูบเครายาวเบา ๆ ครุ่นคิด…
“นั่นก็อาจจะเป็นไปได้ ถึงโอกาสมันจะน้อยมากก็ตามที… เนื่องจากสำนักสายลมประจิมของเราได้รวบรวมปราณธาตุที่เคยปรากฏขึ้นในยุทธภพตลอดหลายพันปี มากำกับลงไปในผนึกชี้ทาง จนมีมากกว่า 50 รูปแบบปราณธาตุ ที่ผนึกชี้ทางสามารถบ่งชี้ได้ จะไม่มีธาตุพรสวรรค์ใด ๆ ของ เหยาซาน อยู่ในจำนวนนั้นเลยงั้นหรือ?!”
อาจารย์ถู ทดสอบส่งพลังลมปราณของตนเองเข้าไป… แต่ก็ยังปรากฏอักษรอักขระ ปราณธาตุศิลา ซึ่งเป็นปราณธาตุพิเศษของ สายปราณธาตุปฐพี ส่องสว่างขึ้นชัดเจน ทั้งที่ผนึกชี้ทางยังมีรอยร้าว แสดงให้เห็นว่าผนึกชี้ทางยังใช้งานได้ตามปกติ…
ผู้อาวุโสจาง ก็ได้ทดสอบดูด้วยตนเองเช่นกัน… ยังมีอักษรอักขระ ปราณธาตุวารี และ ปราณธาตุเหมันต์ ส่องสว่างขึ้นมาสองสาย อันเนื่องด้วยธาตุพรสวรรค์ของชายชรา ที่มีมากกว่าหนึ่งปราณธาตุในตัว…
“ผนึกชี้ทาง ยังคงปกติดีนี่?!”
อาจารย์ถู หวนนึกถึงตอนที่ลมปราณของ เหยาซาน หมุนวนอยู่ภายในผนึกแก้ว ณ ตอนนั้นดูเหมือนว่าสายลมปราณจะพยายามเคลื่อนไหว แต่สุดท้ายก็ราวกับถูกฉุดรั้งในเวลาเดียวกัน มองดูประหลาดกว่าการทดสอบในทุก ๆ ครา…
“ผู้อาวุโสจาง… จะเป็นไปได้หรือไม่ ว่า เหยาซาน นั้นมีพรสวรรค์ในทุกธาตุที่เท่าเทียม จึงทำให้เส้นพลังถูกเหยี่ยวรั้งฉุดดึงจากทุก ๆ ธาตุพรสวรรค์ ส่งผลให้ไม่สามารถปรากฏธาตุใดออกมาได้เลย?!” น้ำเสียงและสีหน้าของ อาจารย์ถู เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
สายตาของชายชราและชายวัยกลางคน จดจ้องประสานกันด้วยความตื่นตะลึงชั่วครู่ขณะ ก่อนที่ทั้งคู่จะหลุดหัวเราะออกมาพร้อม ๆ กันในท้ายที่สุด
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน กล่าวเป็นเรื่องตลกไปได้ อาจารย์ถู”
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! นั่นสิ ข้าก็ช่างพูดจาเรื่อยเปื่อยเสียจริง จะมีสัตว์ประหลาดเช่นนั้นอยู่จริงได้เยี่ยงไรกัน”
สุดท้ายทั้งสองคนก็สรุปว่าเป็นที่ความผิดพลาดของอุปกรณ์ และได้เรียกให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอักขระมาตรวจสอบ ผนึกชี้ทาง เพื่อตรวจหาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น…
………………………………………..
ทางด้าน ตันเหมา ก้าวเข้าสู่หอพฤกษาด้วยท่าทีตื่นเต้น…
หันกลับมาบอกสหายด้วยรอยยิ้ม…
“ไว้เจอกันที่เรือนพักนะ ศิษย์น้องเหยา”
เหยาซาน ประสานมือด้วยรอยยิ้ม… ไม่ค่อยเป็นกังวลอะไรเกี่ยวกับ ตันเหมา มากนัก ถึงแม้ว่าชายซูบผอมรู้นี้จะไม่มีพรสวรรค์ในวรยุทธเท่าที่ควร แต่ด้วยพื้นฐานลมปราณชนชั้นสีน้ำเงิน ไม่มีทางจะถูกรังแกได้โดยศิษย์สายนอกคนอื่น ๆ ที่เป็นเพียงชนชั้นลมปราณสีคราม กล่าวคือทาง ตันเหมา ลำบากแต่ช่วงการสอบเข้าที่มุ่งเน้นกระบวนท่าวรยุทธที่ชำนาญเท่านั้น แต่หลังจากเข้ามาเป็นศิษย์สายนอกได้แล้ว ก็ไม่ต้องเป็นห่วงอันใด…
ตงเหยียน หันมองมายัง เหยาซาน ด้วยความหวั่นเกรงเล็กน้อย… เนื่องด้วย ตงเหยียน ได้เห็นมากับตาในตอนที่ เหยาซาน ทำผนึกชี้ทางเกิดรอยร้าว หลงนึกในใจว่า ตันเหมา และ เหยาซาน ช่างเป็นศิษย์น้องที่น่าสะพรึงดีแท้ ผู้หนึ่งทำลายศิลาทดสอบ ผู้หนึ่งทำลายผนึกชี้ทาง!!
“ไม่ทราบว่าศิษย์น้องเหยา สนใจจะเข้าหอธาตุใดงั้นหรือ?!”
เด็กหนุ่ม แสดงสีหน้าครุ่นคิด พลางเกาศีรษะเบา ๆ
“ศิษย์พี่ตง พอจะแนะนำให้ข้าได้หรือไม่?! ข้าเองก็ยังไม่ค่อยจะแตกฉานความเข้าใจในเอกลักษณ์ของแต่ละปราณธาตุนัก…”
ตงเหยียน ได้ยินเช่นนั้นก็พลันยืดอกยกยิ้ม ก่อนหน้านี้มันถูก ตันเหมา ชิงอธิบายมาเกือบตลอด จึงไม่ค่อยได้แสดงภูมิความรู้อันภาคภูมิใจของตน ในฐานะศิษย์พี่เท่าที่ควร…
“นั่นขึ้นอยู่กับว่าศิษย์น้องเหยาอยากได้พื้นฐานแบบใด หากเอ่ยถึงปราณธาตุที่เด่นในพลังโจมตีคงหนีไม่พ้น ปราณอัคคี และ ปราณอัสนี… แต่หากมุ่งเน้นการป้องกัน ก็จะเป็นปราณปฐพี และปราณโลหะ… เมื่อถามหาความเป็นอิสระและพลังการเคลื่อนไหวก็คงหนีไม่พ้น ปราณวารี และปราณวายุ… แต่หากเป็นสายพลังที่ชื่นชอบการแปรสภาพ เพื่อสร้างวัตถุก็จะเป็น ปราณพฤกษา และ ปราณเหมันต์…
ทั้ง 8 หอหลัก ล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง… หากศิษย์น้องอย่างให้ข้าแนะนำแล้วล่ะก็ อันดับแรกเริ่มคงจะเป็น หออัคคี เพราะตัวข้าเอง ก็เป็นหนึ่งในศิษย์จาก หออัคคี เช่นเดียวกัน ถึงแม้เคล็ดวิชาอัคคีพื้นฐานของศิษย์สายนอกจะยังไม่ทรงพลังมากนัก แต่การเปลี่ยนลมปราณเป็นเปลวเพลิงได้ ก็เรียกความตื่นเต้นอย่างมหาศาล…
แม้แต่ศิษย์หลักอันดับ 2 ที่โด่งดังอย่าง ศิษย์พี่ลั่วชิงเหอ ในตอนที่เป็นศิษย์สายนอก ก็ได้เลือก หออัคคี เป็นจุดเริ่มต้นตำนาน ถือเป็นความภาคภูมิใจของ หออัคคี เรายิ่งนัก” ตงเหยียน กล่าวขึ้นชักชวนประหนึ่ง หออัคคี จ่ายส่วยให้กับมันก็มิปาน
“เข้าใจแล้ว… เช่นนั้นข้าก็ขอเลือก หออัคคี ตามที่ท่านแนะนำก็แล้วกัน…” เหยาซาน ตอบรับโดยไม่ลังเล เพราะเป็นการเลือกครั้งแรกที่ยังไม่มีข้อมูลเชิงลึกใด ๆ หากไม่พอใจก็ยังมีอิสระในการเปลี่ยนได้ในภายหลัง…