อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 76 การแย่งชิงพื้นที่
ตอนที่ 76
ณ หออัคคี…
ด้านในหอสูงแห่งนี้ มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 9 ชั้น โดยหมู่ศิษย์สายนอกจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปได้เพียงแค่ 3 ชั้นแรกเท่านั้น ส่วนศิษย์สายในจะขึ้นไปชั้นที่ 4-6 ได้ ส่วนชั้นที่ 7-9 จะขึ้นได้เฉพาะศิษย์หลัก และเหล่าอาจารย์ฝึกสอน แน่นอนว่าเคล็ดวิชาในแต่ละชั้นจะไล่เรียงไปตามความแข็งแกร่ง…
ด้านหน้ามีผู้อาวุโสคนหนึ่งเหล่าศิษย์มักเรียกขานว่า ผู้อาวุโสเฟิง มีสถานะสูงกว่าเหล่าอาจารย์ฝึกสอน เป็นผู้รับหน้าที่ปกป้องดูแลและมีอำนาจสูงสุดใน หออัคคี… สายตาของ ผู้อาวุโสเฟิง เหลียวมองมายัง เหยาซาน เล็กน้อย ก่อนจะกระแอบขึ้นเบา ๆ
“ศิษย์ใหม่งั้นสินะ พื้นฐานนับว่าไม่เลว… เลือกเคล็ดวิชาสายอัคคีที่ชื่นชอบจากชั้น 1-3 มาหนึ่งเคล็ดวิชา และมารับตำราพื้นฐานปราณอัคคีที่ด้านล่าง…”
เหยาซาน ได้ยินเช่นนั้น ก็พลันประสานมือคำนับด้วยความสุภาพ… ค่อย ๆ เดินเลือกเคล็ดวิชาสายอัคคี แต่ไม่ว่าจะดูยังไงก็คล้ายว่ามันจะเป็นเพียงเคล็ดวิชาสามัญเริ่มต้นที่มิได้โดดเด่น เด็กหนุ่มใช้เวลาตลอด 2 ชั่วยามในการเลือกสรร แทบจะเปิดดูเนื้อหาตำราทุกเล่มใน 3 ชั้นแรกแต่ก็พบว่าทั้งหมดล้วนเป็นเคล็ดวิชาระดับต่ำ ฝึกฝนไปก็คงแทบมิได้ใช้งานนัก
จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับ เคล็ดวิชาเปลวเพลิงเอกลักษณ์…
เมื่อไม่อาจหาตัวเลือกที่ดีกว่านี้ จึงหยิบมันออกมาทันที…
จากนั้นก็เดินลงไปพบ ผู้อาวุโสเฟิง อีกครั้งยังด้านหน้าหอ… เมื่อชายชราเห็นตำราเคล็ดวิชาเปลวเพลิงเอกลักษณ์ ก็ขมวดคิ้วขึ้น มองตำราสลับกับใบหน้าของ เหยาซาน...
“แน่ใจแล้วหรือ?! เคล็ดวิชาเปลวเพลิงเอกลักษณ์ ไม่มีแม้กระทั่งกระบวนท่าโจมตีเป็นของตนเอง หากให้สรุปเคล็ดวิชานี้ง่าย ๆ มันก็คล้ายกับการยกระดับความเข้าใจในเปลวเพลิงให้สูงขึ้นจากพื้นฐานอีกเล็กน้อยเท่านั้น… จะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันเปลวเพลิงจากศัตรูเสียมากกว่า”
“เรียนผู้อาวุโส… ศิษย์แน่ใจแล้ว” เหยาซาน ยังคงยืนยัน
ได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสเฟิง ก็พยักหน้าตอบรับ ตนมีหน้าที่เพียงชี้แนะ มิอาจชี้นำ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ฝึก…
“ปกติแล้ว เคล็ดวิชาปราณอัคคี จะนิยมฝึกฝนกับภายในถ้ำอัคคีที่อยู่ตีนเขาลูกที่ 4 เพราะด้านในถ้ำจะมีน้ำพุหินหนืด(ลาวา) ปรากฏขึ้น ตัวถ้ำจึงมีอุณหภูมิที่สูงมาก ง่ายต่อการสร้างเปลวเพลิงรากฐาน แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ค่อยจะเหลือพื้นที่ว่างมากนัก เนื่องจาก ศิษย์สายใน หรือแม้แต่ ศิษย์หลัก มักจับจองกันไว้หมดแล้ว
หากให้ข้าแนะนำ ก็พยายามหลีกเลี่ยงการฝึกใกล้ทะเลสาบ เพราะมีความชื้นจึงฝึกได้ยาก และหลีกเลี่ยงการฝึกที่เรือนพักอาศัย เพราะหากเกิดเพลิงไหม้ขึ้นเจ้าจะต้องรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของสำนัก…
ข้าเห็นรายชื่อของเจ้าที่ถูกส่งมาแล้ว ได้ยินว่าผู้อาวุโสจาง ให้สิทธิ์ในการเลือกหอธาตุกับเจ้าอย่างอิสระ ดังนั้นหากเจ้าคิดที่จะย้ายหอธาตุตามสิทธิ์ของเจ้า ก็จำเป็นต้องนำเคล็ดวิชาทั้งสองเล่มกลับมาคืนข้าเสียก่อน...” ชายชรากำชับกฎระเบียบขึ้น
เหยาซาน ประสานมือสุภาพอีกครั้ง…
“ขอบคุณผู้อาวุโส… ศิษย์จะจดจำไว้…”
ผู้อาวุโสเฟิง หันมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ค่อย ๆ เดินจากไป สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ดูแปลกประหลาด แต่ก็ไม่อาจอธิบายแน่ชัดนัก จู่ ๆ ชายชราก็พลันปรากฏรอยยิ้มเจือจางขึ้นมา…
“เจ้าเด็กคนนี้ตาถึงไม่เลว ปกติเคล็ดวิชาเปลวเพลิงเอกลักษณ์ จะเป็นที่รังเกียจของเหล่าผู้ใช้ปราณธาตุอัคคี เพราะสายวิชานี้มักมุ่งเน้นพลังทำลายมากกว่าป้องกัน โดยหารู้ไม่ว่า เคล็ดวิชาเปลวเพลิงเอกลักษณ์ มีความลับบางอย่างแอบซ่อนอยู่… เจ้าเด็กนั่นมันทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว หรือการที่มันหยิบไป เป็นเพียงความบังเอิญกันแน่นะ…”
ด้านหน้า หออัคคี…
เด็กหนุ่มเห็นว่าเวลาเพิ่งจะเป็นช่วงบ่าย ยังพอมีเวลาในการเริ่มต้นฝึกฝน ชั่งใจอยู่ว่าจะไปฝึกยังที่แห่งใด… เป็นจังหวะที่มองเห็น ตงเหยียน ซึ่งกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดเดินไปเดินมา ดูวิตกกังวลอย่างประหลาด ด้วยสถานะที่ไม่ได้รู้จักกับผู้ใดในสำนักอยู่แล้ว เด็กหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปเอ่ยทัก…
“มีเรื่องร้อนใจอันใดงั้นหรือ ศิษย์พี่ตง?!”
ตงเหยียน เมื่อหันมาเห็น เหยาซาน เอ่ยทัก ก็แสดงท่าทีดีใจอยู่ไม่น้อย…
“ศิษย์น้องเหยา… ไม่มีอะไรข้าเพียงแค่กำลังชั่งใจเรื่องหาที่ฝึกฝนใหม่เท่านั้นเอง… อย่าบอกนะว่าเจ้าเพิ่งจะออกมาจากหออัคคี?! ทั้งที่ข้าพาเจ้ามาส่งตั้งแต่ช่วงเช้าเนี่ยนะ…”
เด็กหนุ่ม หัวเราะแห้ง ๆ แทนคำตอบ ครั้นจะบอกว่าตนเลือกตำราตั้งแต่ชั้น 1 จนไปถึงชั้น 3 ก็ดูจะกระไรอยู่… เหยาซาน สะกิดใจในคำพูดหนึ่งของ ตงเหยียน ซึ่งจากท่าทีแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับใบหน้าที่ที่วิตกกังวลก่อนหน้านี้…
“ศิษย์พี่ตง ท่านเป็นศิษย์สายนอกมาร่วม 2 ปีแล้วมิใช่หรือ?! แปลว่าท่านน่าจะมีสถานที่ฝึกฝนประจำอยู่ แล้วใยจึงมาชั่งใจหาสถานที่ฝึกฝนใหม่เอาตอนนี้ด้วยเล่า?!”
ตงเหยียน ถูกจี้ใจดำเช่นนั้นพลันกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจหนักหน่วง…
“อันที่จริงข้าถูกแย่งพื้นที่การฝึกเดิมไปเสียมากกว่า จึงจำต้องเสาะหาสถานที่ใหม่”
ได้ยินเช่นนั้น มุมปากของ เหยาซาน พลันยกสูงได้กลิ่นอายเรื่องน่าสนใจ…
“ถูกแย่งชิง?! ท่านเป็นถึงชนชั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 9 แม้ในหมู่ศิษย์สายนอกด้วยกัน ยังจัดว่าเป็นหัวแถว ใยจึงถูกแย่งชิงพื้นที่การฝึกไปได้?”
ตงเหยียน กำหมัดแนบแน่นขึ้น… ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะพวกพูน...
“ก็เจ้าอ้วน กวนผิง มันพาศิษย์สายใน มากดดันข้าน่ะสิ!! ข้านั้นฝึกฝนที่ปากถ้ำอัคคีมาร่วมครึ่งปีแล้ว ถึงจะรู้ว่าเจ้านั่นมันก็เพ่งเล็งตำแหน่งของข้าอยู่ แต่มันฝีมืออ่อนหัดจึงไม่กล้าเข้ามายื้อแย่ง… ไม่คิดว่าวันนี้ มันถึงกับกล้าติดสินบนศิษย์สายในผู้หนึ่ง มากดดันไล่ที่ฝึกฝนของข้า!!”
เหยาซาน ได้ยินเช่นนั้นพลันลูบปลายคางเบา ๆ
“ปากถ้ำอัคคี?! ได้ยินว่าถ้ำอัคคีลึกตั้งครึ่งลี้(250 เมตร) เลยมิใช่หรือ… ใยต้องมาแย่งพื้นที่ปากถ้ำด้วย”
“ศิษย์น้องเหยา เจ้ายังไม่รู้อะไร ปราณสายอัคคี เป็นที่นิยมฝึกมากที่สุดแล้วในหมู่ 8 หอธาตุ หากนับทั้งศิษย์สายนอก และศิษย์สายใน รวมกันก็เกือบหนึ่งพันคนเข้าไปแล้ว ลำพังความลึกของถ้ำอัคคี มันจะไปเพียงพอต่อจำนวนคนฝึกได้เยี่ยงไร?!
อีกทั้งความลึก 1 ใน 5 ส่วนด้านในสุดใกล้น้ำพุหินหนืด ความร้อนของมันยังสูงเกินกว่าที่ผู้ใดจะทนรับได้ กระทั่งเหล่าศิษย์หลักยังไม่เข้าไปในนั้นกันเลย เพราะจะทนต่อความร้อนได้ไม่เกินหนึ่งก้านธูป(15 นาที) และยังเสียสมาธิการฝึกไปกับความร้อน
จึงทำให้พื้นที่ส่วนที่เหลือในถ้ำอัคคีถูก ศิษย์หลัก และ ศิษย์สายใน ยึดครองไปจนหมด… ศิษย์สายนอกอย่างพวกเราจับจองพื้นที่ได้เพียงแค่ปากถ้ำเท่านั้นแหละ ข้าหรืออุตส่าห์ได้พื้นที่ดีที่สุดในหมู่ศิษย์สายนอก ห่างจากปากถ้ำเพียงแค่ 10 ก้าว สุดท้ายวันนี้กลับถูกแย่งชิงไปเสียจนได้ ช่างน่าโมโหยิ่งนัก…”
เหยาซาน เมื่อได้ยินเช่นนั้น… จากที่ไม่มีความคิดจะเข้าไปวุ่นวายในจุดที่มีคนหมู่มากมารวมตัวกัน พลันบังเกิดความคิดตรงข้ามในทันที เนื่องด้วยตนเองไม่อยากเสียเวลาไปกับการฝึกมากมายนัก เมื่อมีการแก่งแย่งพื้นที่ฝึกฝนถึงระดับจ้างวานคนมาขับไล่พื้นที่ ย่อมแปลว่าประโยชน์จากถ้ำอัคคีคงมีมากมายจริง ๆ
“ศิษย์พี่ตง การต่อสู้ในหมู่ศิษย์ถือว่าผิดกฎมิใช่หรือ?! การจ้างวานศิษย์สายในมากดดันท่านเช่นนี้ ใยไม่อยู่ในกฎด้วย?!”
“ศิษย์น้องเหยา… การต่อสู้ในหมู่ศิษย์ จะผิดกฎก็ต่อเมื่อถูกพบเห็นโดยผู้อาวุโสเท่านั้นแหละ อีกทั้งโทษก็มิได้ร้ายแรงอะไรนัก ตราบเท่าที่ไม่ลงมือหนักถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต... ดังนั้นหากเป็นสถานที่ลับตาผู้อาวุโส การต่อสู้แทบจะเป็นเรื่องสามัญไปแล้วในสำนัก…” ตงเหยียน กล่าวอธิบาย
“งั้นหรอกหรือ?!” เหยาซาน แสยะยิ้มขึ้น
……………………………..
ณ ถ้ำอัคคี…
เหยาซาน เมื่อมาถึง ยังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เพราะทั่วอาณาบริเวณแห่งนี้ ถูกเบียดเสียดไปด้วยเหล่าศิษย์สายนอก ที่กำลังนั่งขัดสมาธิและสร้างรูปแบบเปลวเพลิงเป็นของตนเอง หากไม่ระมัดระวังให้ดี รัศมีเปลวเพลิงอาจไปทำร้ายคนที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยซ้ำ ยังดีที่มีกฎระเบียบห้ามทำการฝึกฝนบนเส้นทางเดินเล็ก ๆ ขนาดหนึ่งศอก(0.5 เมตร) ที่ทอดยาวเข้าไปถึงภายในถ้ำอัคคี มิเช่นนั้นคงยากที่จะฝ่าผู้คนที่เบียดเสียดเหล่านี้เข้าไปด้านในได้…
ด้าน ตงเหยียน ดูคล้ายจะเต็มไปด้วยท่าทีตื่นเต้น… เพราะ เหยาซาน ออกปากว่าจะช่วยจัดการแย่งชิงพื้นที่ฝึกฝนกลับคืนมาให้ แน่นอนว่าพื้นฐานลมปราณชนชั้นสีน้ำเงินขั้นที่ 2 ของ เหยาซาน มิได้ด้อยไปกว่าพื้นฐานของศิษย์สายใน ถือเป็นหนึ่งในศิษย์สายนอกเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในระดับที่ต่อกรกับศิษย์สายในได้ตรง ๆ
เพราะตามระเบียบของสำนัก การที่ศิษย์สายนอกจะเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายในได้ จะต้องทะลวงผ่านชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 1 เป็นอย่างน้อย สำเร็จเคล็ดวิชาของสำนักในระดับที่ผู้อาวุโสยอมรับ และผ่านการทำภารกิจนอกสำนักหนึ่งครั้ง หากได้ครบทั้ง 3 เงื่อนไข ก็จะผ่านเข้าเป็นศิษย์สายในได้ทันที ไม่เกี่ยงว่าจะเข้าสำนักยาวนานเพียงใด…
สำหรับศิษย์สายนอกแล้ว ความลำบากน่าจะเป็นเรื่องของพื้นฐานลมปราณชั้นสีน้ำเงินที่สำนักกำหนดเอาไว้… หากผู้ใดเข้ามาเป็นศิษย์สายนอกตั้งแต่ลมปราณยังอ่อนด้อย ย่อมต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะก้าวไปถึงชนชั้นลมปราณสีน้ำเงิน ดังเช่น ตงเหยียน ที่ใช้เวลากว่า 2 ปีในการเป็นศิษย์สายนอก…
ส่วนการจะขึ้นไปในตำแหน่งศิษย์หลักได้นั้น… แม้จะไม่มีเงื่อนไขด้านพื้นฐานลมปราณที่กำหนด แต่จะเป็นเงื่อนไขอื่นที่ยุ่งยากมากขึ้นไปอีกหลายเท่า… ส่วนมากหมู่ศิษย์หลัก มักจะเป็นชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นปลาย(ขั้น 7-9) ขึ้นไปทั้งสิ้น
โดยเฉพาะศิษย์หลักใน 10 อันดับแรก ที่เป็นความภาคภูมิใจของสำนักสายลมประจิม ทุกคนล้วนเป็นผู้เยาว์ที่บรรลุชนชั้นลมปราณสีเขียว แข็งแกร่งพอ ๆ กับเหล่าอาจารย์ผู้ฝึกสอน...
ตงเหยียน เดินตามหลังศิษย์น้องไม่ห่าง ทั้งยังไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย… เหตุก็เพราะ ตงเหยียน เห็นว่ากับตาว่า เหยาซาน มีพลังถึงขั้นทำให้ผนึกชี้ทางแตกร้าวมาแล้ว แม้ไม่รู้ถึงพลังการต่อสู้ แต่ก็เชื่อมั่นถือมั่นศิษย์น้องผู้นี้ในระดับหนึ่ง…
“ศิษย์น้อง… ตรงนั้นอย่างไร ที่เจ้าอ้วน กวนผิง มันแย่งชิงตำแหน่งฝึกฝนของข้าไป…”
ปลายนิ้วของ ตงเหยียน เหยียดตรงชี้ไปยังชายร่างอวบท้วมผู้หนึ่ง พื้นฐานลมปราณก็มิได้ย่ำแย่ เป็นถึงชนชั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 8 แต่ก็ยังนับว่าด้อยกว่า ตงเหยียน อยู่เล็กน้อย… เหยาซาน เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าตอบรับเบา ๆ แต่กลับไม่ได้สนใจ เดินมุ่งไปตามทางแคบด้านหน้าไม่ลดละ สร้างความประหลาดใจให้กับ ตงเหยียน อย่างยิ่งจึงเร่งรีบติดตามมา…
“ศิษย์น้องเหยา!! ไหนเจ้าว่าจะช่วยข้าแย่งชิงพื้นที่ฝึกฝนกลับคืนมามิใช่หรือ?!”
เหยาซาน ปริยิ้มอ่อน…
“ถูกแล้วศิษย์พี่…ทว่าข้าไม่คิดที่จะมาแย่งชิงพื้นที่หน้าปากถ้ำกับเจ้าอ้วนนั่นให้เสียเวลา แต่ข้าตั้งใจจะไปแย่งชิงพื้นที่ของศิษย์สายใน ผู้ที่เจ้าอ้วนจ้างวานมากดดันท่านเสียมากกว่า เพราะข้าเกลียดชังที่สุดคือผู้ที่ยอมรับสินบน เพื่อรังแกผู้อื่นเช่นนี้…”
“!!!!!!!!!!” ตงเหยียน ใบหน้าบิดเบี้ยวในทันที…
“อะไรนะ!! เจ้าจะเข้าไปแย่งพื้นที่ศิษย์สายใน ภายในถ้ำอัคคีเลยงั้นหรือ!!”
เหยาซาน พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินสืบเท้าสวบ ๆ ตรงเข้าไปในถ้ำอัคคี ท่ามกลางสายตาของเหล่าศิษย์สายนอกด้านหน้าปากถ้ำที่ตกตะลึง… เพราะศิษย์สายนอกทุกคนรู้ดี ว่าการเข้าไปภายในถ้ำอัคคีถือเป็นเรื่องต้องห้าม…
ตงเหยียน ยืนจิตใจสั่นไหวอยู่หน้าปากถ้ำ กึ่งกลัวกึ่งกล้าเต็มไปด้วยความลังเล… ก่อนจะสูดหายใจลึกเรียกขวัญกำลังใจตนเอง…
“เป็นไงเป็นกัน!! ข้าเองก็อยากเห็นด้วยตา ว่า เหยาซาน จะเก่งกล้าสามารถจริง ๆ หรือไม่!!”
ตงเหยียน เมื่อตัดสินใจตั้งมั่น ก็พุ่งตามเงาร่างของ เหยาซาน เข้าไปด้วยความตื่นเต้น…