อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 77 การแย่งชิงพื้นที่ (2)
ตอนที่ 77
ด้านนอกปากถ้ำอัคคี เริ่มมีคนหันมองมายัง เหยาซาน และ ตงเหยียน เพราะทั้งคู่กำลังจะก้าวเข้าสู่ด้านในพื้นที่ ซึ่งแม้ไม่มีกฎระเบียบของสำนักกำหนดเอาไว้ แต่เหล่าศิษย์ย่อมเป็นที่ทราบกันว่าภายในถ้ำอัคคี ถือเป็นเขตแดนต้องห้ามของหมู่ศิษย์สายนอก...
“นั่นชุดศิษย์สายนอกมิใช่หรือ?! ใยพวกมันจึงกล้าเสนอหน้าเข้าไปในถ้ำอัคคี”
“อวดดียิ่งนัก!! คนเจ้าแรกเป็นศิษย์ใหม่งั้นสินะยังไม่นับเป็นอย่างไร แต่เจ้า ตงเหยียน อยู่มาจนเนิ่นนานแล้ว หรือเพราะมันถูกขับไล่ที่ฝึกฝนจนกลายเป็นบ้าไปแล้ว?!”
“เอาเถอะ… ประเดี๋ยวพวกมันก็คงถูกศิษย์สายในขับไล่กลับออกมาพร้อมใบหน้าที่บูดบวม พวกเราคอยจดจำใบหน้ายามนี้ไว้เปรียบเทียบก็แล้วกัน!!”
ไม่นานพลันเกิดเสียงหัวเราะแตกกระหึ่มโดยรอบบริเวณ เหยาซาน หาได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นไม่ จ้ำอ้าวไม่ลังเลผ่านเขตด้านหน้าปากถ้ำซึ่งมีม่านพลังครอบคลุมเอาไว้ทำให้มิอาจมองทะลุ ด้าน ตงเหยียน สั่นกลัวแต่ก็กัดฟันติดตาม ถือเป็นครั้งแรกที่มันก้าวเข้ามาในถ้ำอัคคีแห่งนี้…
ชุดเครื่องแบบศิษย์สายนอกนั้นเป็นสีน้ำเงินเข้มดูสามัญ ซึ่ง เหยาซาน เองก็เปลี่ยนเครื่องแบบตั้งแต่ก้าวผ่านประตูสำนักมาแล้ว… ส่วนศิษย์สายในจะเป็นสีดำสนิท ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น และจะถูกเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นคล้ายนักพรตเมื่อกลายเป็นศิษย์หลัก…
ดังนั้นต่อให้ไม่รู้จักใบหน้าคร่าตา ก็ยังสามารถแยกแยะชนชั้นศิษย์ได้จากเครื่องแบบที่สวมใส่… ปากทางของถ้ำอัคคีจะมีม่านพลังสีขุ่นปิดกั้นเอาไว้ แน่นอนว่ามันมิได้ใช้สำหรับขวางกั้นมิให้ผู้ใดเข้า แต่ขวางกันเพื่อมิให้ความร้อนมหาศาลหลุดออกไปทำลายระบบนิเวศด้านนอกเสียมากกว่า…
เมื่อก้าวทะลุม่านพลังสีขุ่น เหยาซาน สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นนับสิบองศาในชั่วพริบตา แต่ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความร้อนที่แผดเผากาย มันคือสายตาอันแข็งกร้าวของเหล่าศิษย์สายในนับสิบคนที่จดจ้องเขม็งมองมา…
ในถ้ำอัคคี ยังคงมีเส้นทางคับแคบให้เดินเข้าไปถึงด้านในสุดตามกฎระเบียบของสำนัก หากแต่ด้านข้างซ้ายและขวาของเส้นทาง กลับเต็มไปด้วยศิษย์สายในที่นั่งขัดสมาธิ เรียงรายลึกเข้าไปในถ้ำตลอดสองฝากฝั่ง
เครื่องแบบอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มของศิษย์สายนอก มิใช่สิ่งที่ควรจะปรากฏขึ้นในถ้ำอัคคีแห่งนี้!! ตงเหยียน ที่ติดตามเข้ามาถึงกับสั่นทึมแข้งขาอ่อนกำลัง ภายในถ้ำอัคคีเต็มไปด้วยหมู่ศิษย์สายในที่ ตงเหยียน คุ้นหน้าคุ้นตา ความหวาดหวั่นทำให้ ตงเหยียน เผลอจับชายอาภรณ์ของ เหยาซาน พลางฉุดดึงเบา ๆ จนเกิดรอยยับ…
“สะ…ศิษย์น้องเหยา กลับออกไปตอนนี้ยังทันนะ เจ้าเพิ่งเข้ามาสำนักวันแรก คิดดีแล้วงั้นหรือที่จะเป็นปรปักษ์กับหมู่ศิษย์สายใน… อย่าลืมนะว่าศิษย์สายในจะได้รับการตำราเคล็ดวิชาจากหออัคคีในชั้นที่ 4-6 ถือเป็นเคล็ดวิชาระดับกลาง ที่เหนือกว่าศิษย์สายนอกอย่างพวกเรามาก...”
“ข้าไม่ได้คิดจะเป็นปรปักษ์กับผู้ใด… ทว่าข้า เหยาซาน ไม่คิดที่จะหลบทางให้ผู้ใดเช่นกัน!! อีกทั้งเรื่องของระดับเคล็ดวิชาใช่ว่าจะเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ในการต่อสู้ทั้งหมด มีอีกหลายปัจจัยให้สามารถเอาชนะได้อยู่…
ว่าแต่ท่านเถอะ ศิษย์พี่ตง… จะบอกข้าได้หรือยัง ว่าศิษย์สายในคนใดที่มันรับสินบน และมาขับไล่ท่าน?!” เหยาซาน ถามย้ำกลับไป ใบหน้าของ ตงเหยียน ไม่สู้ดีนัก สายตากวาดมองไปยังเหล่าศิษย์สายในด้วยใจกล้า ๆ กลัว ๆ
“ผู้นั้น… มีนามว่า ต้วนไห่ สมัยที่ยังเป็นศิษย์สายนอกด้วยกันยังรังแกข้าอยู่เป็นนิจ ต่อมาเมื่อปีก่อนพอขึ้นเป็นศิษย์สายในก็ยิ่งนิสัยเหี้ยมเกรียม เปิดรับสินบนมักจะใช้อิทธิพลรังแกศิษย์สายนอก ถือตนว่าแข็งแกร่งกว่าและมีพรรคพวกที่เป็นศิษย์สายในด้วยกัน…” สายตาของ ตงเหยียน หยุดที่ชายร่ายกำยำผู้หนึ่ง ใบหน้าดุดันจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นผู้เยาว์ หากกล่าวว่าเป็นชายวัย 40 ปี ยังปักใจเชื่อได้ง่ายกว่า
เหยาซาน หดนัยน์ตาแคบจดจ้อง…
“ศิษย์น้อยเหยา ระวังตัวด้วย… เจ้านั่นเป็นชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 2 เช่นเดียวกับเจ้า อีกครั้งศิษย์สายในที่อยู่บริเวณปากทางเข้านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นพรรคพวก ต้วนไห่ ทั้งสิ้น… พวกมันมิกล้าถลำลึกเข้าไปด้านในถ้ำอัคคี เพราะที่นั่นยังมีกลุ่มศิษย์สายในระดับสูงอีกกลุ่ม ที่แข็งแกร่งกว่าพวกมัน…” ตงเหยียน กล่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ราวกับกระซิบ หวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินด้วย
เหยาซาน พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเริ่มก้าวเดินต่อ…
“เฮ้ย!! ไม่รู้ธรรมเนียมงั้นหรือ ว่าที่นี่ห้ามศิษย์สายนอกเข้ามา!! รีบไสหัวไปก่อนที่ข้าจะลุกยืน!!” ศิษย์สายในผู้หนึ่งตวาดเสียงขึ้นกังวาน ใบหน้าดูจะเปี่ยมโทสะไม่น้อย ยิ่งผสานกับความร้อนในถ้ำ ยิ่งทำให้โทสะถูกกระตุ้นได้ง่าย
เหยาซาน คล้ายตาชำเรืองมอง… ปริยิ้มอ่อนน้อม พร้อมดวงตาที่ใสซื่อ…
“หากศิษย์พี่พยายามจะลุกยืน… มันจะเปลี่ยนจากท่านั่งขัดสมาธิของท่าน ให้กลายเป็นท่านอนในทันที… ขอศิษย์พี่โปรดวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วน ว่ามิควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่มิใช่เรื่องตน อ่าส์!…แต่จะว่าไปข้าก็กำลังทำเช่นนั้นอยู่นี่นะ…”
อากัปกิริยาทีเล่นทีจริงของ เหยาซาน มันยิ่งสร้างความขุ่นเคืองให้กับศิษย์สายในทุกคนบริเวณนี้ ติดตรงที่หลายคนยังอยู่ในช่วงโคจรลมปราณ จึงยอมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชายคนแรกที่กำลังแผดเสียงตำหนิดุด่า
ศิษย์สายในผู้นั้น เพิ่งจะเคยถูกลูบคมโดยศิษย์สายนอกระดับต่ำกว่าเป็นครั้งแรก จะต่างอะไรกับพยัคฆ์ที่ถูกสุนัขตบใบหน้า ทั้งยังเป็นท่ามกลางหมู่พ้องที่รายล้อม ไหนเลยจะทนต่อไปได้!!
ดีดตัวจากท่วงท่าขัดสมาธิ ยืดขาจะลุกยืน… ทว่าในพริบตาเดียวกันนั้นเอง รองเท้าผ้าสีน้ำเงินเข้ม ก็พลัดตวัดเตะเข้าที่ซอกคอของศิษย์สายในผู้นั้น โดยที่ขายังมิทันได้ยืดสุดปลาย!!
ผัวะ!! เสียงปะทะดังชัดเจนยิ่ง…
ศิษย์สายในคนดังกล่าว ดวงตาเลือนลอย ก่อนจะหมดสติกองลงกับพื้นในท่วงท่านอนแน่นิ่ง ไม่ผิดจากคำพูดที่ เหยาซาน ลั่นวาจาออกไปก่อนหน้านี้…
“!!!!!!!!!!!” ศิษย์สายในนับสิบที่นั่งอยู่ถึงกับเบิกตากลมโต ไม่คิดว่าศิษย์ใหม่ผู้นี้จะกล้าลงมือจริง ๆ โดยมิหวั่นเกรงจำนวนศิษย์พี่นับสิบที่ยังนั่งหน้าสลอนอยู่ตลอดสองฝากฝั่ง อีกทั้งกระบวนท่ายังหนักหน่วงรุนแรง เผด็กศึกในชั่วพริบตา…
ตงเหยียน ขนลุกชูชันขึ้นทันควัน อ้าปากค้างไม่กล้าหายใจ…
เหยาซาน ถอนหายใจหนักหน่วง…
“ข้านั้นเตือนศิษย์พี่ท่านแล้ว ใยจึงมิฟังคำน้องบ้าง…”
ก่อนที่สายตาของ เหยาซาน ที่แข็งกร้าว แผ่ล้นไปด้วยจิตคุกคามอันมหาศาล กลบทับออร่าลมปราณของศิษย์สายในทุกคนในระยะรัศมี สายตาดุจพยัคฆ์จดจ้องจนทำให้ทุกคนแข็งค้างไป สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งแม้จะยังยืนนิ่งสงบ...
เหยาซาน ผ่านความเป็นความตายมาไม่น้อย จนเริ่มที่จะควบคุมจิตสังหารของตนเองได้บ้างแล้ว… ทำเอาศิษย์สายใน แยกไม่ออกว่าเหงื่อที่อาบท่วมร่างเวลานี้ เกิดจากความร้อนระอุภายในถ้ำอัคคี หรือเกิดจากอำนาจคุกคามที่ เหยาซาน แผ่ท่วม…
“บอกไว้ก่อนนะว่า… ข้ามิได้หมายถึงศิษย์พี่ผู้นี้เพียงคนเดียว แต่ในหมู่พวกท่านทั้งหมด หากใครกล้าลุกยืนขึ้นมา รองเท้าสีน้ำเงินเข้มของศิษย์น้องผู้นี้ จะพุ่งตรงไปยังท่านผู้นั้นในบัดดล และนี่มิใช่เพียงคำขู่!!”
เหยาซาน เริ่มก้าวเดินต่อไปอีกครั้ง ผ่านหน้าของเหล่าศิษย์พี่ที่ตัวสั่นงันงก… ทุกคนเหลียวมองไปยังศิษย์สายในคนแรกที่นอนหมดสติ พลังฝีมือของคนอื่น ๆ ก็มิได้แตกต่างไปจากคนผู้นั้น ในเมื่ออีกฝ่ายสามารถเล่นงานคนแรกได้อย่างเฉียบคมดุดัน ใยจะไม่ปรากฏคนที่สองหากกระด้างกระเดื่อง?!
“ยะ…อย่าให้มันมากนักนะ!! จะ…เจ้าเป็นเพียงศิษย์สายนอกเท่านั้น!!” มีเสียงแผดตำหนิเซ็นแทรกขึ้น หากแต่เจ้าของเสียงก็ทำเพียงแค่ตวาดบ่น ไม่กล้าจะลุกยืน!! เหยาซาน จึงมิได้ใส่ใจให้น้ำหนัก เชื่อถือในการกระทำมากกว่าคำพูด…
ตงเหยียน สูดหายใจลึก ย่องติดตามด้านหลังที่องอาจของศิษย์น้องผู้นี้… จวบจน เหยาซาน มาหยุดยืนเบื้องหน้า ชายหน้าแก่ร่างกำยำนาม ต้วนไห่ สายตาที่มองต่ำของเด็กหนุ่ม เปี่ยมไปด้วยความดูแคลน…
“คลานออกไป… ข้าจะให้ศิษย์พี่ตง นั่งแทนที่เจ้า” น้ำเสียงของ เหยาซาน เยือกเย็นท่ามกลางความร้อนระอุ
ต้วนไห่ ถลึงตาขึ้นจดจ้อง สังเกตเห็นได้ว่า ต้วนไห่ กำลังกำหมัดแนบแน่น แต่ใจยังกริ่งเกรง...
“เจ้ากำลังทำผิดมหันต์!! ถึงเจ้าจะแข็งแกร่งกว่าพวกเรา แต่เจ้าก็เป็นเพียงศิษย์สายนอก สำนักสายลมประจิมที่ขนบธรรมเนียมปฏิบัติ ถึงแม้จะไม่ถูกระบุบัญญัติไว้ในกฎ แต่ทุกคนก็จำต้องปฏิบัติตาม…”
ตูม!!
เหยาซาน ถีบเท้าออกไปเฉียดใบหูของ ต้วนไห่ เพียงน้อยนิด ความรุนแรงของการถีบยังทิ้งรอยร้าวไว้ที่ผนังถ้ำด้านหลังของ ต้วนไห่… ทำเอาหมู่ศิษย์สายในทั้งหมดสั่นสะท้านไปตาม ๆ กัน เพราะแทบจะไม่มีใครมองทันการโจมตีเมื่อครู่ รู้ตัวอีกครั้งรอยเท้าก็ไปปรากฏบนผนังถ้ำเสียแล้ว หากเป้าหมายครั้งนี้มิใช่แค่การขู่ แต่เป็นการเหยียบไปบนใบหน้าของ ต้วนไห่ เชื่อว่าคงถึงขั้นกะโหลกแตกร้าวได้เลย…
ต้วนไห่ แม้จะเก็บอาการเอาไว้ แต่ยังสั่นสะท้านจนมองเห็นได้ชัด เริ่มก้มหน้าต่ำลงไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับอีกฝ่าย… เหยาซาน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น แผ่จิตสังหารเจือจางออกมาตลอดเวลา…
“ขนบธรรมเนียมที่เจ้ากล่าวถึง คือการรับสินบนเพื่อรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างนั้นหรือ?! ข้าจะบอกอะไรเจ้าไว้ให้ ในอดีตข้าและอาจารย์ของข้าต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายก็เพราะขุนนางเห็นแก่ตัวที่รับสินบนคนชั่วช้า ทำให้ข้าเกลียดชังการรับสินบนเข้าไส้!!
แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าทำยังไงกับพวกขุนนางเหล่านั้น?! เชื่อเถอะว่า เจ้าคงไม่อยากให้ข้าทำเช่นเดียวกันนั้นกับเจ้าเป็นแน่ เพราะแม้แต่ซากศพก็ยังไม่หลงเหลือให้เป็นที่จดจำ…” เหยาซาน กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของ ต้วนไห่
ชายหน้าแก่ร่างกำยำ คนที่เหล่าศิษย์สายนอกต่างพากันเกรงกลัว บัดนี้กำลังหลั่งน้ำตาออกมา ตัวสั่นงันงกมิต่างลูกนกลูกกา ที่ถูกพญาอสรพิษจดจ้อง!! สิ่งที่ ต้วนไห่ ทำได้ คือการที่มันค่อย ๆ คลานออกจากตำแหน่งที่เคยนั่งอยู่ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหรือเอ่ยวาจาโต้ตอบ ออกไปจากถ้ำอัคคีด้วยความเงียบงัน แม้แต่เหล่าสหายโดยรอบที่เห็น ยังไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัวช่วยเหลือ…
เหยาซาน หันมาแย้มยิ้มให้กับ ตงเหยียน พร้อมผายมือไปยังที่นั่งเดิมของ ต้วนไห่…
“ศิษย์พี่ตง… เชิญนั่งเถอะ คิดว่าคงไม่มีใครกล้าขับไล่ท่านอีกแล้ว แต่หากว่ามีล่ะก็…เรียกหาข้าได้ตลอดเวลา…”
เหยาซาน กล่าวพลางตวัดสายตาไปยังกลุ่มสหายของ ต้วนไห่ โดยรอบ ทุกคนล้วนก้มหน้าต่ำ ฝึกฝนเคล็ดวิชาของตนเองต่อไป กลับรู้สึกโชคดีด้วยซ้ำ ที่ผู้ถูกแย่งชิงพื้นที่ฝึกฝนคือ ต้วนไห่ มิใช่ตนเอง มิเช่นนั้นพวกมันคงไม่กล้าเข้ามาในถ้ำอัคคีไปอีกนานแสนนาน…
ตงเหยียน นั่งลงด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะหันมองยัง เหยาซาน อีกครั้ง…
“ศิษย์น้องเหยา แล้วเจ้าไม่คิดจะฝึกฝนร่วมกันงั้นหรือ?!”
เหยาซาน เผยรอยยิ้มเจือจาง ก่อนจะมองลึกเข้าไปด้านใน…
“ข้าอยากเข้าไปลึกมากกว่านี้ ให้เข้าใกล้เขตความร้อนมากที่สุดเท่าที่ข้าจะทนรับได้… มันน่าจะทำให้ข้าฝึกฝนได้เร็วขึ้น…”
ตงเหยียน ได้ยินเช่นนั้นก็พลันใบหน้าบิดเบี้ยว…
“ตะ…แต่ศิษย์น้องเหยา ด้านในมีแต่ศิษย์สายในระดับสูง หรือแม้แต่ศิษย์หลักก็ยังมีให้เห็น เกรงว่ายิ่งเจ้าเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ จะยิ่งเกิดเรื่องราวใหญ่โต”
เหยาซาน ยกมุมปาก เผยฟันเขี้ยวมีประกาย…
“อาจมิใช่เรื่องใหญ่โตอย่างที่ท่านคิดก็เป็นได้…”
กล่าวจบ เหยาซาน ก็สืบเท้าตรงลึกเข้าไป ท่วงท่าการเดินยังเต็มไปด้วยความสง่างาม ไร้ความลังเลในทุก ๆ ฝีก้าว… เมื่อลึกเข้ามาสองข้างทางก็เริ่มที่จะมีคนน้อยลง เหตุก็เพราะบางตำแหน่งมันถูกจับจองเอาไว้ แต่ผู้ที่จับจองยังมิได้เข้ามาฝึกฝน พื้นที่เหล่านั้นจึงถูกเว้นวางไม่มีใครกล้าเข้ามานั่ง จากความหวั่นเกรงในอิทธิพลของผู้ที่จับจอง…
“ไอหนู… จะไม่ลงมืออุกอาจไปหน่อยหรือ ปกติแล้วเจ้ามิใช้ยาแรงเพียงนี้นี่?!” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยถามขึ้น
“ปกติข้าเป็น ซุน แต่ตอนนี้ข้าเป็น เหยาซาน... อีกทั้งเจ้าก็เห็น ว่าหากใช้วิธีสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อเจียมตัว ข้าคงได้อยู่รวมกับกลุ่มศิษย์สายนอกที่ปากถ้ำโน่น จากตำแหน่งนั้นเมื่อไหร่เล่า กว่าข้าจะพัฒนาตนเองขึ้นมาได้?!
สู้ลงมือเสียให้หนักเพื่อสร้างบุคลิกให้น่ายำเกรงไปเลย ทำสิ่งใดก็ย่อมสะดวกมากกว่า… อีกทั้งแรงกดดันโดยรอบจากสภาพแวดล้อม ก็ยังถือเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ข้าพัฒนาได้ไวขึ้นอีกด้วย ที่ข้าลั่นวาจาว่าจะไปให้ถึงจุดสูงสุด คิดว่านั่นเป็นเพียงลมปากงั้นหรือ…” เหยาซาน กล่าวขึ้นถึงแนวทางใหม่ที่เลือกเดินในฐานะ เหยาซาน มิใช่ในฐานะของ ซุน
เฒ่าชีเปลือย แสยะยิ้มชั่วร้าย…
“หึหึ… ข้าก็แสร้งถามไปอย่างนั้นเอง…
เพราะอันที่จริงข้าก็ชื่นชอบวิธีการเช่นนี้เป็นที่สุด!!”
………………………………………….
**แจ้งล่วงหน้า ในวันพุธ(30/9/63) และวันพฤหัส(1/10/63) จะไม่มีการอัพนิยายนะครับ เหตุเพราะไรท์ต้องขับรถไปต่างจังหวัด จึงขอแจ้งเป็นไม่อัพไว้ก่อน... แต่หากมีเวลาเพียงพอในการเขียน จะพยายามอัพให้ได้วันละ 1 ตอน ขอบคุณครับ Free-J**