อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 463 ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม?
ตอนที่ 463 ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม?
“แม่จ๋า แม่ไม่เห็นพ่ออย่างนั้นเหรอ?” หน่วนหน่วนเงยหน้าขึ้นไปมองเธอ ใบหน้าเล็ก ๆ ก็พลันรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาทันที
หลังจากที่ออกไปพร้อมกับฉีเซิ่งเทียนก็ไม่เห็นเขาอีกเลย
นี่เขายังไม่กลับมาอีกเหรอ?
“พวกลูกกินข้าวก่อนนะ แม่จ๋าจะขึ้นไปดูข้างบน” เมื่อพาพวกเขาเดินไปที่โต๊ะอาหาร เธอก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
“แม่จ๋า……..” หน่วนหน่วนเบ้ปากน้อย ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกาย
“แม่จ๋าไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวจะลงมาอยู่กับพวกหนูนะ เชื่อฟัง กินข้าวนะ เดี๋ยวจะไม่โต!” อันโหรวเอามือแตะใบหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเดินออกไป
เธอเดินเข้าไปในห้องหนังสือ แล้วก็พบว่าภายในห้องหนังสือไม่มีใครอยู่
เธอโทรหาจิ่งเป่ยเฉิน แต่ก็ไม่มีคนรับ!
ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม?
เธอเลยลองโทรหาฉีเซิ่งเทียนดู ฟังเสียงรอสายอยู่สักพักหนึ่งก็มีคนรับสาย
“พี่สะใภ้! มีอะไรงั้นเหรอ?” เสียงของฉีเซิ่งเทียนดังขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยดีเท่าไร ทำให้เธอได้ยินแล้วก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย
ก่อนจะหยุดพูดและมองไปที่บันไดด้านล่าง “นายอยู่ไหน?”
“ผมอยู่……” ฉีเซิ่งเทียนเหลือบสายตามองไปที่หลินจือเซี๋ยวที่กำลังดูทีวีอยู่ “ผมยุ่งอยู่”
หลินจือเซี๋ยวไม่พูดไม่จา ก่อนจะมองไปที่เขาแวบหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาสองคนนั้นง่วงแทบตาย จะมายุ่งอยู่อะไรกัน
ยุ่งกับผีสิ!
อา เขายุ่งมากต่างหาก ยุ่งที่ต้องกลั่นแกล้งเธอ!
“นายกับจิ่งเป่ยเฉินอยู่ด้วยกันหรือเปล่า? เขายังไม่ได้กลับมาบ้านเลย โทรไปก็ไม่รับ” อันโหรวรู้สึกว่าฉีเซิ่งเทียนคงไม่ได้อยู่กับจิ่งเป่ยเฉินแน่ ๆ
ถ้าหากอยู่ด้วยกันละก็ ป่านนี้เขายกโทรศัพท์ตัวเองให้จิ่งเป่ยเฉินคุยไปนานแล้ว
“พี่เฉินไม่ได้กลับบ้านเหรอ? แย่แล้วสิ เกิดเรื่องแล้ว!” ฉีเซิ่งเทียนที่เพิ่งเอนหลังอย่างเกียจคร้านรีบลุกขึ้นยืนตัวตรงทันที
นี่มันก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วนะ พี่เฉินยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?
เขาเมามากขนาดนั้น คงไม่ได้คิดมากอะไรใช่ไหม?
อันโหรวพอได้ยินที่เขาพูด โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นเล็กน้อย “นายบอกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นนะ?”
ในเวลาแบบนี้ อย่ามาทำให้เธอกลัวสิ!
“ผม….” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่หลินจือเซี๋ยวที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะพูดด้วยปากเปล่า ๆ “โน้ตบุ๊กหน่อย”
“พี่สะใภ้อย่าเพิ่งกังวลไป เดี๋ยวผมตรวจข้อมูลให้แน่ใจก่อน ถ้าพี่เฉินยังเปิดโทรศัพท์ไว้อยู่ เดี๋ยวผมจะหาตำแหน่งให้เอง ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องกังวลนะ! เป็นไปได้ว่าพี่เฉินอาจจะแค่อยากพักสงบใจตัวเอง” แม้แต่ฉีเซิ่งเทียนเองก็ยังไม่เชื่อในเหตุผลที่ตัวเองพูดออกมาเลย
จิ่งเป่ยเฉินเป็นห่วงอันโหรวมาก ต่อให้เมาขนาดไหนก็น่าจะกลับไปที่บ้าน แต่นี่ไม่กลับบ้านไปดูแลเธอได้ยังไง!
อันโหรวถือโทรศัพท์แน่นพลางจับราวบันไดเอาไว้อย่างเงียบ ๆ เฝ้ารอคำตอบจากฉีเซิ่งเทียน
ในใจเธอเป็นกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ ควรจะกังวลมากกว่านี้
ฉีเซิ่งเทียนไม่ได้อยู่กับจิ่งเป่ยเฉิน บางทีช่วงเวลาที่พวกเขาแยกกัน จิ่งเป่ยเฉินอาจจะไม่ได้ตรงกลับบ้าน
ถ้าเขาไม่ได้กลับบ้านแล้วเขาจะไปที่ไหนกัน?
ถ้าหากเขามีความกังวลอยู่ในใจแบบนี้ ยิ่งปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด
ฉีเซิ่งเทียนมองไปยังที่อยู่บนโน้ตบุ๊กอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง แย่ชะมัด อยู่โรงแรมถัดไปจากบาร์นี่เอง
หรือว่าพี่เฉินรู้ตัวเองว่าเมามากแล้วเลยไม่สามารถกลับไปหาพี่สะใภ้ได้ เพราะงั้นเลยหาโรงแรมเพื่อพักสักคืนอย่างนั้นเหรอ?
“พี่สะใภ้ พี่เฉินอยู่ที่โรงแรมนั่วเทียน เขาอาจจะเมามากเกินไป พี่สะใภ้รออยู่ที่บ้านเถอะ อีกเดี๋ยวผมจะพาเขากลับไปที่บ้านให้!” ฉีเซิ่งเทียนปิดโน้ตบุ๊กทันที
อันโหรวได้ยินคำว่าเมาจากฉีเซิ่งเทียน ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร บางทีเขาอาจจะกินเพื่อระงับอารมณ์ที่จะปลดปล่อยออกมา
แต่การที่เมาแล้วไม่กลับบ้านนี่…..
“เดี๋ยวฉันไปเอง นายไม่ต้องไปหรอก” ในที่สุดเธอก็ก้าวเท้าลงบันไดไป
“พี่สะใภ้ พี่ไม่ต้องไปหรอก! พี่ต้องพักผ่อนและดูแลตัวเองให้ดี ๆ ถ้าหากพี่เฉินรู้เรื่องเข้า ผมตายแน่ อีกอย่างพี่เฉินเองก็หวังจะให้พี่พักผ่อนอยู่บ้านให้ดี ๆ เดี๋ยวผมพาเขาไปส่งที่บ้านเอง!” ฉีเซิ่งเทียนลุกขึ้นและรีบตรงออกไปที่ด้านนอก
“ฉันจะไป วางสายก่อนนะ” เธอวางสายโทรศัพท์และมองดูหยางหยางกับหน่วนหน่วนที่กำลังกินข้าว ก่อนจะพูดกับพวกเขาเล็กน้อยและให้คนขับรถพาเธอไปส่งที่โรงแรมนั่วเทียน
ฉีเซิ่งเทียนที่ได้ยินเสียงวางโทรศัพท์ไป ในใจของเขาก็เริ่มเต้นแรงขึ้น ตอนนี้ตายแน่ ๆ
“ฉีเซิ่งเทียน นี่มันหมายความว่ายังไงกัน? บิ๊กบอสดูก็รู้ว่าไม่ได้อยู่โรงแรมนั่วเทียนนะ!” หลินจือเซี๋ยวมองเขาก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัยออกไป
“เซี๋ยวเซี๋ยว ไม่ว่าตอนนี้เขาจะอยู่โรงแรมหรือไม่นั้นไม่สำคัญเท่าไรหรอก พี่เฉินเล่นดื่มไปเยอะมาก ตอนนี้นอนพักอยู่ในโรงแรม แต่เรื่องนี้อย่าให้พี่สะใภ้รู้เชียวว่าเป็นโรงแรมอื่น ไม่อย่างนั้นพี่สะใภ้จะเข้าใจผิดได้ เรื่องที่เขาดื่มไปเยอะขนาดนั้น ฉันไปก่อนนะ เธออยู่ที่บ้านรอฉันก็แล้วกัน!” ฉีเซิ่งเทียนถือโทรศัพท์ไว้ในมือ ก่อนจะรีบเดินออกไปที่ด้านนอก
“ไม่ต้องมาแล้ว ฉันไม่รอนายหรอก!” เธอมองไปที่ด้านหลังของฉีเซิ่งเทียนที่รีบวิ่งออกไป รู้สึกเหมือนตัวเองทำเรื่องไม่ดีกับโหรวโหรวเลย เหมือนกำลังหลอกเธอ แต่พอลองคิดดูดี ๆ แล้ว เรื่องนี้ฉีเซิ่งเทียนก็ไม่ได้ผิดอะไร
ฉีเซิ่งเทียนมาถึงโรงแรมด้วยการขับรถอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พนักงานต้อนรับจะออกมาต้อนรับเขาและพาเขาไปยังห้องพักของจิ่งเป่ยเฉิน
เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปก็ได้กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงโชยออกมานอกห้อง พร้อมกับกลิ่นที่เกิดเรื่องอย่างว่า
เขาตกใจมาก ก่อนจะหันไปมองพนักงาน “ออกไปก่อน ๆ ออกไป ๆ”
เขานึกไม่ออกเลยว่าข้างในนั้นสภาพจะเป็นยังไงบ้าง?
พี่เฉินเขา…..คงไม่ใช่หรอกใช่ไหม!?
ฉีเซิ่งเทียนเปิดไฟขึ้น ก็เห็นภาพจิ่งเป่ยเฉินกำลังนอนเปลือยอยู่บนเตียงที่เละเทะ ทั่วทั้งตัวเขาเต็มไปด้วยรอยจูบสีแดงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่บนเตียง ราวกับทุกอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากรอยรักฟัดเหวี่ยง
แล้วผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหน?
ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน!
ใครกันที่มีความสัมพันธ์กับพี่เฉินแบบนี้!
พี่เฉินเกิดเรื่องนอกจากใจกับผู้หญิงคนอื่นแล้วเหรอ!
เสื้อผ้าของจิ่งเป่ยเฉินถูกโยนลงบนพื้น ฉีเซิ่งเทียนมองดูผลลัพธ์ที่อยู่บนเตียง ถ้าเกิดว่าพี่สะใภ้เจอเข้าละก็ พวกเขาคงได้ยกเลิกงานแต่ง….แน่ ๆ
เชี่ย!
เขาคลุมตัวจิ่งเป่ยเฉินด้วยผ้าปูที่นอน ก่อนจะรีบดึงออกจากห้องด้วยความเร็ว ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
สิ่งที่เขาคิดตอนนี้ก็คือรถของพี่สะใภ้น่าจะยังไม่มาถึงเร็วเท่าไร อย่างน้อยก็ขอให้เขาจัดการเรื่องพี่เฉินให้เสร็จก่อนก็แล้วกัน
ให้ตายสิ นี่เมาแล้วเกิดเรื่องขึ้นแบบนี้ได้ยังไง!
พี่เฉินชอบพี่สะใภ้มากขนาดนั้น ถ้าเกิดแยกทางกันแบบนี้ละก็ ต่อไปพวกเขาคงจะคืนดีกันอีกไม่ได้แล้ว!
เมื่อออกจากบ้านหลินจือเซี๋ยว ฉีเซิ่งเทียนก็รีบเร่งขับรถไปจนถึงที่โรงแรมนั่วเทียน ก่อนจะพาตัวจิ่งเป่ยเฉินไปยังห้องส่วนตัวของเขา
ไม่ช้าเขาก็วางตัวจิ่งเป่ยเฉินไว้ในอ่างอาบน้ำ และก็โยนปูที่นอนในมือออกไปที่ห้องถัดไปทันที
เขากับจิ่งเป่ยเฉินรู้จักกันมาหลายปี ตอนเด็ก ๆ ก็อาบน้ำด้วยกันเป็นเรื่องปกติ พอโตขึ้นก็ไม่ได้อาบน้ำด้วยกันอีกแล้ว
อีกทั้งตอนนี้ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญเร่งด่วน จะปล่อยไว้ก็ไม่ได้ด้วย
ไม่ช้าฉีเซิ่งเทียนก็หยิบแปรงมาถูทั่วทั้งตัวจิ่งเป่ยเฉินด้วยความรุนแรง เขาคิดอยากจะถูร่องรอยจูบบนตัวเขาให้ออกไปมากที่สุด ไม่ช้าร่องรอยประทับรอยจูบก็เริ่มมองไม่เห็นอีกแล้ว
และดูเหมือนตอนนี้เขาเริ่มที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ เดินมา เห็นได้ชัดว่าที่นี่เก็บเสียงค่อนข้างดี แต่ทำไมเขายังได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาอีกกัน?
หรือว่าเขาอาจจะประหม่าจนเกินไป!
“แฮ่กแฮ่กแฮ่ก……”
ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ได้มาทำเรื่องแบบนี้ ให้เดาเลยถ้าหากพี่เฉินตื่นขึ้นมาคงลงโทษเขาจนถึงตายแน่ ๆ
ไม่ช้าฉีเซิ่งก็วางเขาลงไปที่เตียง ก่อนจะหยิบไวน์ชั้นดีออกมาจากตู้และเทมันเข้าไปในปากของจิ่งเป่ยเฉินทันที ก่อนจะโรยเบา ๆ บนตัวเขา ทำให้ตัวเขามีกลิ่นแอลกอฮอล์
ยกเว้นรอยแดงที่เกิดจากที่เขาถูแรง ๆ บนตัว อย่างอื่นก็นับว่าสมบูรณ์แบบแล้ว
ไม่ช้าเขาก็ทำให้ขวดไวน์แตก ก่อนจะหยิบเศษชิ้นส่วนที่แตก ๆ มาไว้ในมือและมองไปที่แผ่นหลังของจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะเอามาขีด ๆ ให้เป็นรอยซิบเลือดเล็กน้อยอย่างไร้ความปรานี ข้างหน้าเขาก็ทำเช่นเดียวกัน