อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 464 อกสั่นขวัญแขวน
ตอนที่ 464 อกสั่นขวัญแขวน
จิ่งเป่ยเฉินที่หลับตาอยู่รู้สึกถึงความเจ็บปวด ก่อนจะขมวดคิ้วทั้งสองข้าง
อันโหรวเห็นสิ่งเหล่านั้นบนร่างกายเขาก็อดที่จะสงสัยขึ้นมาไม่ได้ เพราะมีเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น!
เขานำเศษแก้ววางไว้ด้านในมือของจิ่งเป่ยเฉิน ไม่นึกเลยว่าเพิ่งจะวางไปไม่นานจิ่งเป่ยเฉินก็กำแน่นโดยทันที
ประตูห้องจู่ ๆ ก็เปิดออก ฉีเซิ่งเทียนอกสั่นขวัญแขวนไปทั้งตัว
เขาค่อย ๆ เงยหน้าไปมองผู้หญิงที่เดินเข้ามา “พี่สะใภ้ ฉันเพิ่งจะปลุกเขา แต่ว่าเขายังไม่ตื่น พี่กลับไปพักผ่อนก่อนไหม ฉันจะดูแลพี่เฉินที่นี่เอง ภายในห้องนั้นคลุ้งไปด้วยกลิ่ นแอลกอฮอล์”
อันโหรวเดินเข้ามาก็ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่รุนแรง ก่อนจะมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง เห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจนนัก
กลิ่นแอลกอฮอล์ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด อาจจะเป็นเพราะร่างกายของเธอยังไม่ค่อยแข็งแรงดี
เธอค่อย ๆ เดินไปที่เตียงนอนพลางมองคนที่อยู่บนเตียงอย่างอ่อนโยน และพูดน้ำเสียงที่แผ่วเบา “นายกลับไปก่อนเถอะ! ฉันดูแลเขาที่นี่เองได้”
“แบบนี้จะได้ยังไง พี่เฉินเมาขนาดนี้ ไม่แน่อาจจะอาเจียนก็ได้ พี่สะใภ้กลับไปก่อนเถอะ! พี่เฉินคงไม่อยากให้พี่ดูแลเขาจนดึกโดยไม่ได้พักผ่อนหรอก” ตอนนี้ฉีเซิ่งเทียนอยากจะตบปาก ตัวเองให้ตายจริง ๆ
รู้ว่าภายในห้องนอนโรงแรมมีฉากแบบนั้นขึ้น เขาจะไม่มีทางพูดว่าหาพี่เฉินเจอก่อนอย่างเด็ดขาด ใครจะไปรู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินผู้ที่ควบคุมตัวเองได้จะไปมีเซ็กซ์หลังดื่มจนเมา
และสิ่งที่แย่ไปมากกว่านั้นก็คือไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครด้วย
เขาจะต้องหาให้ได้ พี่เฉินฟื้นขึ้นมาจะต้องถามให้ได้
ถ้าหากว่าเขายังมีสติ
“นายให้ฉันกลับไป ฉันก็ไม่สบายใจ” อันโหรวนั่งลงที่ข้างเตียง ก่อนจะยื่นมือไปจับที่หน้าผากเขา ดีที่ไม่มีไข้ ดีมาก
ฉีเซิ่งเทียนเห็นท่าทางของเธอเกือบจะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ คนที่ทำผิดไม่ใช่เขานะ!
แต่ว่าทำไมเขาถึงเกิดความกลัวขึ้นมา!
กลัวมากจริง ๆ
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่ใช่ว่าจะดีกันได้ง่าย ๆ ลูกก็ไม่อยู่แล้ว ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก นี่มันแย่ลงกว่าเดิม!
อันโหรวสังเกตเห็นว่ามีรอยแดงที่ไหล่ของเขาจึงค่อย ๆ เปิดผ้าห่มออก มองแผ่นหลังที่ดูเหมือนถูกเล็บแมวข่วน ใบหน้าของเธอย่นเล็กน้อย “เกิดอะไรขึ้น?”
“ช่วงนี้ดูพี่เฉินอารมณ์ไม่ค่อยจะดีถูกไหม? หลังจากนั้นอาจจะไม่สบายได้ ฉันก็เลยพาเขาไปนวดขูดหลังมาเมื่อตอนบ่ายไง!”
“นวดขูดหลังเป็นแบบนี้เหรอ?” อันโหรวมองไปที่แผ่นหลังของจิ่งเป่ยเฉินอย่างเจ็บปวด บนนั้นมีรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ ดูแล้วน่ากังวลจริง ๆ
“พี่สะใภ้เองก็ฉลาดดี ปิดบังพี่ไม่ได้หรอก เพราะพี่เฉินเองไม่ได้ดูแลพี่ให้ดีก็เลยโทษตัวเองตลอด เขาซ่อนตัวอยู่ในห้องและทำร้ายตัวเอง…..” ฉีเซิ่งเทียนเอ่ยช้า ๆ
เขาหาวิธีอื่นไม่ได้แล้วจริง ๆ ทำได้เพียงขายพี่เฉินของตัวเอง
ทำร้ายร่างกาย?
เขามองจิ่งเป่ยเฉินเป็นคนเย่อหยิ่งหาที่เปรียบไม่ได้แบบนั้นตลอด นอกจากเรื่องนี้เรื่องอื่น ๆ ก็ดูเหมือนจะเฉยเมย
ไม่คิดว่าเขาจะโทษตัวเองถึงขั้นลงไม้ลงมือทำร้ายตัวเอง
เธอวิตกกังวลและเจ็บปวดหัวใจอย่างมาก ก่อนจะกัดริมฝีปากล่างของตัวเองและมองไปที่รอยแผลบนแผ่นหลังของเขาอย่างเจ็บปวด
เธอลุกขึ้นและเดินออกไป ก่อนจะพูดขึ้นว่า “นายพลิกตัวเขาที นอนแบบนี้มันไม่สบาย”
ฉีเซิ่งเทียนมองเธอและถามด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย “พี่สะใภ้บนหน้าอกของเขายิ่งเป็นรอยอย่างชัดเจน พี่อยากจะเห็นจริง ๆ เหรอ?”
“งั้นทำแผลที่หลังของเขาก่อนเถอะ!” เธอหันไปหยิบกล่องยา เท้าของเธอก็ไปโดนเศษขวดไวน์โดยไม่ได้ตั้งใจ เธอทรุดตัวลงเล็กน้อย
ทำร้ายตัวเอง!
เรื่องอะไรที่จิ่งเป่ยเฉินปิดซ่อนไว้ในใจแล้วไม่ได้บอกเธอ?
อันโหรวรีบหยิบกล่องยาและเดินไปใกล้ตัวเขา ดมกลิ่นแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอึดอัดอีก
“พี่สะใภ้ ฉันทำเอง! พี่ทำงานหนักไม่ได้” ฉีเซิ่งเทียนพยายามหยิบยาในมือเธอมา
“ไม่เป็นไร ฉันทำเองได้” เธอเคยพันแผลให้จิ่งเป่ยเฉินแล้ว และพวกเขาก็เป็นสามีภรรยากัน เรื่องนี้ควรเป็นเธอทำ
ฉีเซิ่งเทียนมองเธออยู่ด้านข้าง เธอพันแผลให้กับจิ่งเป่ยเฉินด้วยการเคลื่อนไหวที่อ่อนโยน การแสดงออกของเธอนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรสักคำ
จู่ ๆ เขาก็เริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำคืนนี้ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า?
รอให้พี่เฉินฟื้นแล้วค่อยบอกเขาก็พอ ถ้าหากว่าเขาอยากจะสารภาพกับพี่สะใภ้ก็ถือว่าคืนนี้เขาไม่ได้ทำอะไร!
“ช่วยพลิกหน่อย” อันโหรวพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
ฉีเซิ่งเทียนรีบพลิกตัวจิ่งเป่ยเฉินกลับมาทันที เศษกระจกในมือของเขาร่วงหล่นลงพื้น
อันโหรวเห็นคราบเลือดที่ติดอยู่ที่เศษแก้วก็ยิ่งรู้สึกแย่ เธอหยิบเศษแก้วนั้นมาและทิ้งลงในถังขยะ
ด้านหน้าของเขามีแผลน้อยกว่าด้านหลังแต่ว่าลึกกว่า สามารถเดาได้ว่าใช้แรงไปมากขนาดไหน
การเคลื่อนไหวของเธอนั้นดูอ่อนโยนมาก ค่อย ๆ เช็ดอย่างระมัดระวัง เธอไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ถ้าหากว่ารู้แบบนี้เธอก็คงจะไม่หนีเขาไป
ปล่อยให้เขานั้นอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด
ความรู้สึกผิดรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของฉีเซิ่งเทียน ทำไมเขาถึงได้ทำแบบนี้!
ปิดบังพี่สะใภ้ แต่ก็ไม่อาจจะทนดูพวกเขาหย่ากันได้
“นายกลับไปก่อนเถอะ!” อันโหรวยังคงมองไปที่จิ่งเป่ยเฉิน ให้เขาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์
“พี่สะใภ้ ฉันยังต้องอยู่เผื่อมีธุระ พี่ไปพักผ่อนก่อนเถอะ ฉันอยู่ข้าง ๆ ตลอด มีเรื่องอะไรก็โทรมาหาฉันได้เลย!” คู่สามีภรรยาเขาไม่ควรอยู่รบกวนพวกเขาทั้งสองคน
และเขายังต้องไปตรวจเช็กเสียก่อนว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทางที่ดีที่สุดคือลบทำลายหลักฐานที่เป็นวิดีโอทิ้งให้หมด และที่สำคัญคือดูพี่เฉินที่ดูชาญฉลาดว่าพาผู้หญิงแปลก กหน้าคนไหนขึ้นเตียงกัน
“อืม” อันโหรวพูดเบา ๆ
ฉีเซิ่งเทียนมองจิ่งเป่ยเฉินที่ยังไม่ฟื้นอีกครั้ง เขามีพลังมากมาย ไม่คิดว่าจะยังไม่ฟื้นขึ้นมาอีก บนร่างกายมีบาดแผลขนาดนั้นก็ยังไม่ฟื้นตื่นขึ้นมา
ตอนนี้เขานึกถึงก่อนหน้านั้นที่เปิดประตูเข้าไปเห็นก็ตกใจ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
ภายในห้องเหลือเพียงจิ่งเป่ยเฉินและอันโหรวสองคน บรรยากาศที่เงียบสงบนั้นรุนแรงกว่ากลิ่นแอลกอฮอล์ที่คลุ้งไปทั่ว รวมถึงกลิ่นเลือดบนร่างกายของเขาที่ผสมปนกัน
อันโหรวนั่งมองเขาอยู่ข้างเตียงอยู่นาน หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นไปทำความสะอาดเศษแก้วบนพื้น หากเขาลุกขึ้นมาอาจจะเหยียบเอาได้
เตียงขนาดใหญ่เขานอนหลับอย่างนิ่งสงบ แต่ว่าเธอไม่ได้นอนหลับข้างเขา เธอไม่ได้มีกฎเกณฑ์ในการนอนเหมือนเขา กลางดึกหากอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้วโดนแผลเขาเข้าจะทำยังไง?
เธอลุกขึ้นและเดินออกไปโทรศัพท์หาหน่วนหน่วนและหยางหยาง ก่อนจะกลับมาที่ห้อง
อันโหรวนั่งลงข้างเตียงพลางมองไปที่ใบหน้าของเขาที่ยังคงหลับสนิท รอยแผลบนร่างกายของเขานั้นทำให้เธอรู้สึกแย่ราวกับเจาะเข้าไปในหัวใจของเธอ
เธอไม่เคยคิดถึงภาพนี้มาก่อน บางทีเธออาจจะไม่เข้าใจจิ่งเป่ยเฉินดีพอ
เมื่อก่อนเธอบอกว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกของเขา ดวงตาของเขาก็แฝงไปด้วยความโกรธแค้นอย่างมากและส่งเธอไปห้องผ่าตัดเพื่อทำการผ่าตัด มองดูอุปกรณ์เครื่องมือที่เย็นเฉียบและแสงที่ส่อง งสว่างมาที่ร่างกายของเธอ ยาชาก็ออกฤทธิ์ทำให้เธอผล็อยหลับไปอย่างไม่ได้สติ
เธอคิดว่าเมื่อตื่นมาลูกของตัวเองคงจะไม่อยู่แล้ว
แต่ลูกก็ยังคงอยู่ตลอด
ภายในใจของจิ่งเป่ยเฉิน เด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขาสักนิดเดียว แต่เขาก็ยังยอมรับเด็กในท้องที่ไม่ใช่ลูกเขาได้