อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 465 เขารักเธอมากจนต้องฝืนเก็บเอาไว้
ตอนที่ 465 เขารักเธอมากจนต้องฝืนเก็บเอาไว้
เธอเริ่มเข้าใจความรู้สึกห่วงใยของเขาแล้วว่ามีมากแค่ไหน ดูเหมือนเขารักเธอมากจนต้องฝืนเก็บเอาไว้
แต่อารมณ์ที่เขากักเก็บเอาไว้ ดูเหมือนจะระเบิดออกมาตอนอยู่ข้างนอกสินะ
แทนที่จะระเบิดใส่ต่อหน้าเธอ แต่ต่อหน้าเธอกลับไม่เคยทำแบบนั้นเลยสักครั้ง
เมื่อคิดไปคิดมา น้ำตาของเธอก็เอ่อนองขึ้นมา ความขุ่นมัวก็ค่อย ๆ ปรากฏจนทำให้เธอผล็อยหลับไป
เมื่อแสงตอนเช้าสาดเข้ามาในห้อง คนที่นอนอยู่บนเตียงก็ขยับตัวขึ้น ความเจ็บปวดทั่วทั้งตัวทำให้เขาขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
เมื่อคืนเขาจำได้ว่าเขาอยู่ที่บาร์ เขาจำไม่ได้ชัดเจนแต่ว่าตอนนั้นฉีเซิ่งเทียนพาถังซั่วออกไปที่ด้านหลัง เขาเลยลุกขึ้นและเดินออกไป เมื่อเขาเดินออกไปก็ชนกับผู้หญิงที่มีกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ
เมื่อคืนเขาเมาหนักมากและก็จำได้ว่าถูกพยุงพาตัวออกไปจากบาร์ด้วยความมึนงง
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะมองเห็นอันโหรวที่นอนอยู่ข้างเตียง สถานที่ที่เขาอยู่ตอนนี้คือโรงแรมนั่วเทียน ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้?
แล้วโหรวโหรวทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?
“อึก…..”
ทำไมทั่วทั้งตัวเจ็บขนาดนี้!
เสียงเล็กน้อยของเขาปลุกอันโหรวที่นอนอยู่ข้าง ๆ ให้ตื่นขึ้นมา
“นายรู้สึกยังไงบ้าง? ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า?” เธอลุกขึ้นและมองเขาด้วยความเป็นห่วง
จิ่งเป่ยเฉินไหนเลยจะมีอารมณ์สนใจตัวเองกัน สายตาของเขาเต็มไปด้วยใบหน้าของเธอ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งและดึงมือของเธอขึ้นมา มองดวงตาที่แดงก่ำของเธอและมันดูบวมเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเธอเพิ่งร้องไห้
“โหรวโหรว ทำไมเธอไม่เชื่อฟัง ทำไมถึงมานอนที่นี่ เตียงมันไม่ได้กว้าง เธอไม่ชอบนอนไม่ใช่เหรอ?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่หนักแน่น
จริง ๆ เขาอยากจะเจอเธอทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา แต่ไม่ใช่เห็นเธอนอนอยู่ข้างเตียง แต่เป็นนอนอยู่ข้าง ๆ เขาแทน
“ฟังจากน้ำเสียงของนายแล้ว ดูเหมือนนายน่าจะดีขึ้นเยอะ ดูสิว่าหลังจากนี้จะทำเรื่องอะไรที่ไม่มีเหตุผลอีกหรือเปล่า!” อันโหรวจับมือของเขาและขยับเข้าไปใกล้
ดวงตาที่จ้องมองลงมา ใบหน้าของเขาขยับเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะมองดูรอยแผลบนหน้าอก ก็พลันรู้สึกเจ็บปวดแทนเขา
นี่เขาทำอะไรลงไป?
นัยน์ตาสีดำของจิ่งเป่ยเฉินเริ่มเกิดความสงสัย การที่เห็นเธอมองบนตัวเขาแบบนี้ แถมยังมีรอยแผลมากมายเต็มไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
พอฟังจากน้ำเสียงของโหรวโหรว หรือจะเป็นฝีมือของเขาที่ทำกัน?
เขาดื่มเหล้าเยอะหนัก ออกมาจากบาร์ หลังจากนั้น…..ก็ลงมือทำร้ายตัวเองอย่างนั้นเหรอ?
และตัวเองก็ยังรู้สึกได้ถึงความเจ็บ มันไม่ใช่แค่หน้าอก แต่ยังเป็นที่ด้านหลัง ซึ่งที่ด้านหน้าก็มีค่อนข้างเยอะ
“โหรวโหรว ฉัน……”
“ไม่ต้องอธิบาย ฉันเข้าใจ หลังจากนี้ไม่ต้องแล้วนะ” ใบหน้าที่งดงามของเธอเผยรอยยิ้มออกมา “เริ่มหิวแล้ว นายอยากกินอะไรไหม?”
“โหรวโหรว เธอควรพักผ่อน ฉันจะดูแลเธอเอง” ทำไมตอนนี้กลายเป็นเธอมาดูแลเขาแทน?
“นอนพักอยู่บนเตียงนี่แหละ” เมื่อครู่เธอยังพักผ่อนไม่ค่อยเพียงพอเลยรู้สึกง่วง ถ้าหากได้นอนต่อบนเตียงก็คงจะดีขึ้น
เมื่ออันโหรวนั่งลงบนเตียง ก่อนจะมุดไปนอนข้าง ๆ ตัวเขา ไม่ช้าตัวเธอก็ถูกเขาดึงมาไว้ในอ้อมแขน
“ไม่ได้นะ นายเจ็บอยู่” นี่เขาไม่สนใจแผลของตัวเองบ้างเลยเหรอ?
“ไม่เจ็บ” มีเธอนอนอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ จะเจ็บได้ยังไง
บาดแผลแค่นี้ถือว่าเล็กน้อย ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขามากเท่าไร
“ไม่เจ็บสิแปลก ถ้านายกอดแบบนี้ ฉันไม่กล้านอนด้วยหรอกนะ” เธอยังพยายาเกร็งตัวไว้ ไม่กล้าซบลงบนตัวเขา
“โหรวโหรว เธอแค่พิงมา ไม่เป็นไรหรอก” จิ่งเป่ยเฉินรู้สึกซาบซึ้งแปลก ๆ ที่โหรวโหรวกังวลเกี่ยวกับตัวเขา
แต่เขาจำไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าทำร้ายร่างกายตัวเองแบบนี้ ทั้งยังอยู่ในห้องนี้อีก เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“ไม่เอาหรอก”
บิ๊กบอสเริ่มทำอะไรไม่ถูก รู้สึกทุกข์ใจแปลก ๆ ที่คอของภรรยาตัวเองเกร็งแบบนั้น ดูก็รู้ว่าเป็นท่าที่ไม่สบายแน่ ๆ เขาเลยทำได้แค่ปล่อยเธอไป ให้หัวของเธอพิงที่แขนของเขาแทน
อันโหรวหลับตาลงในอ้อมแขนของเขา มันยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ อยู่บนตัวเขา แต่มันก็ทำให้ตัวเธอนั้นรู้สึกสบายใจ กลิ่นอายที่คุ้นเคยของเขาแบบนี้ช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย
เธอคิดอยากจะหลับมากจริง ๆ แต่เธอก็รู้สึกว่าตัวเองนอนไม่หลับแล้ว
นั่นเป็นเพราะว่าเธอหิว
ถ้าหากถูกจิ่งเป่ยเฉินรู้ว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้กินอะไรเลย มีหวังเธอได้ถูกดุอีกแน่ ๆ
แต่ตอนนี้มันเช้าอยู่ ฟ้ายังไม่สว่างดี แต่เริ่มหิวแล้วสิ ทำยังไงดี?
นอนต่อ นอนต่อเลยละกัน!
เวลานอนจะไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น!
เวลานอนจะไม่รู้สึกหิวอะไรอีกด้วย
จ๊อกกกกก
สักพักเสียงท้องของอันโหรวก็ดังขึ้น
จิ่งเป่ยเฉินมองหน้าเธอและเอ่ยถามเบา ๆ ไปว่า “โหรวโหรว เธออยากกินอะไรไหม?”
แอบน่าอายอยู่ แต่โชคดีที่เขาไม่ได้ถามว่าเมื่อคืนเธอกินอะไรไปบ้างหรือยัง
ขณะที่เธอกำลังนอนเล่นอยู่บนเตียง ไม่ช้าเสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้นในหูของเธอ “เมื่อคืนเธอคงไม่ได้กินอะไรเลยสินะ”
ว่าแล้วต้องถูกจับได้!
“ฉัน…..แค่หิวเร็วหน่อยเท่านั้นเอง!” หลายวันมานี้เธอกินอาหารค่อนข้างเยอะกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติที่จะหิว
จิ่งเป่ยเฉินมองไปยังใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอ ดูก็รู้ว่าเธอพูดโกหก แต่ก็แอบทนเอาไว้ไม่บอกเธอ
เขาเลยเข้าไปกระซิบข้าง ๆ หูเธออีกครั้ง “เจ้าแมวน้อยตะกละ”
“ฉันไม่ใช่สักหน่อย อีกอย่างเมื่อคืนนายเองก็ไม่ได้กินอะไรนี่! นายไม่หิวหรือไง?” เขายังมีหน้ามาพูดกับเธอแบบนี้อีกนะ!
เพียงแต่ว่าตอนนี้ท้องของเขามันโอดโอยแปลก ๆ ท้องก็ไม่ร้องส่งเสียงอะไรมาสักนิด
“แน่ใจนะว่าไม่ได้กิน” จิ่งเป่ยเฉินพูดเสียงเบา ๆ ไป
เมื่อครู่นี้เธอใช้หนึ่งคำ
อันโหรวจู่ ๆ ก็เป็นแบบนี้ เมื่อครู่นี้เธอคิดจะพูดอะไรกันแน่?
พูดผิดไปหน่อยมั้ง สงสัยอาจจะตื่นเต้นเกินไป
“ฉันหิวแล้ว” เธอหิวมากจริง ๆ หิวจนนอนไม่หลับแล้ว
“รอก่อน เดี๋ยวฉันไปเอามาให้เอง”
อันที่จริงมันก็แค่อาหารเช้าเท่านั้นเอง จริง ๆ ก็สามารถส่งอาหารมาที่ห้องได้ทันที แต่จิ่งเป่ยเฉินรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะงั้นเขาเลยคิดอยากที่จะออกไป
ด้วยเหตุนี้เมื่อเขาลุกขึ้นจากเตียงก็เดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าและจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
อันโหรวมองไปที่แผ่นหลังของเขา ท้องของเธอก็ร้องโวยวายราวกับจะตะโกนบอกว่าตัวเองหิว เธอไม่เข้าใจอารมณ์ของท้องเธอจริง ๆ
จิ่งเป่ยเฉินเมื่อออกจากประตูก็ไม่ได้เดินสองสามก้าว แต่กลับเหลือบมองไปยังประตูห้องถัดไป
ฉีเซิ่งเทียนทำท่าราวกับไม่ได้นอนทั้งคืน ตอนที่เห็นจิ่งเป่ยเฉิน เขาก็รีบดึงจิ่งเป่ยเฉินไปที่อีกห้องหนึ่งทันที
“ปล่อยได้แล้ว” จิ่งเป่ยเฉินพูดอย่างเย็นชาขึ้นมา
ฉีเซิ่งเทียนรีบปล่อยทันที “พี่เฉิน ตอนนี้พี่ปล่อยผมไปก่อนเถอะ เมื่อคืนถ้าไม่ใช่เพราะผมละก็ ผมรับรองได้เลยว่าพี่สะใภ้ได้หย่ากับพี่แน่ ๆ”
จิ่งเป่ยเฉินถึงกับหัวระเบิด เขาขมวดคิ้วขึ้น “หมายความว่าไง?”
เมื่อได้ยินเสียงที่ทุ้มต่ำของเขา ฉีเซิ่งเทียนก็ตบไปที่หัวของตัวเอง เมื่อคืนนี้เพราะเขาไม่นอนเพราะมัวแต่ตรวจสอบว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันแน่ จนเอนพิงประตูถึงได้รู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินออกมาแล้ว อยากบอกเรื่องที่เขาทำขึ้นเมื่อวาน
แต่ก็ต้องรอให้เขาออกมาก่อน
“พี่เฉิน พี่ไม่สงสัยหน่อยเหรอว่าทำไมตัวพี่ถึงได้มีบาดแผลขึ้นมาได้?” เขายังรักษาท่าทางนิ่งสงบเอาไว้ ใบหน้าของเขาเริ่มจริงจังขึ้นมา
“เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เขาจำอะไรไม่ได้เลยสักนิดเดียว
ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่หน้าอกที่เป็นรอยแผลที่เขาทำไว้ให้ ก่อนจะพูดต่อ “แผลบนตัวพี่ผมเป็นคนทำเอง เอามาลบรอยจูบแดง ๆ บนตัวพี่”
จิ่งเป่ยเฉินรู้จักฉีเซิ่งเทียนมาหลายปี แน่นอนเขาต้องรู้ว่าเขาไม่มีทางทำเรื่องพวกนี้แบบไม่มีเหตุผลแน่ ๆ
ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขาเริ่มมืดดำดิ่งลง เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้น
“พี่เฉิน ขอโทษจริง ๆ ที่ต้องบอกกับพี่นะ แต่พี่นอกใจแล้ว” ฉีเซิ่งเทียนก้าวถอยหลังทันทีหลังจากพูดจบ เขาเริ่มสังเกตถึงลมหายใจของเขาที่เผยออกมา พร้อมกับแววตาที่เย็นชาคู่นั้น
มันทำให้หนังศีรษะของฉีเซิ่งเทียนเริ่มรู้สึกขนลุก ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ใช่คนนอกใจด้วยซ้ำ!
เขาจึงรีบพูดต่ออีกว่า “ผู้หญิงคนนั้นชื่อเย่มู่เหยียน เป็นดาราในวงการบันเทิง แต่ถูกอิ้งเจ๋ว์เยว่กดเอาไว้ ส่วนใหญ่จะรับงานสองเป็นหลัก เป็นเด็กในบริษัทถังซั่ว ยังไร้เดียงสาอยู่ด้วย! ผมตรวจสอบการเดินทางของเธอแล้ว ดูเหมือนเมื่อคืนเธอจะบินไปทำงานต่างประเทศเพื่อถ่ายโฆษณาด้วยนะ”