อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 472 แต่งงานกับผู้จัดการ
ตอนที่ 472 แต่งงานกับผู้จัดการ
“เธอรู้ไว้ก็ดี ฉันเองก็ช่วยเธอได้ หลังจากนี้ก็เป็นเด็กดีเชื่อฟังฉันด้วย รู้ไหม? เพื่อรับรองว่าเธอจะได้ไม่ทำผิดพลาดอีก ต่อจากนี้จะมีการเพิ่มเงินเดือนและจัดการแต่งงานกับ ผู้จัดการด้วย!”
หลินจือเซี๋ยวมองไปที่เขา ก่อนจะทำท่าทางตื่นเต้น “ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ! พวกเราออกไปกัน!”
ทั้งสองคนเดินออกไปด้วยกัน เดิมทีหลินจือเซี๋ยวยังคิดอยู่ว่าถ้าหากโหรวโหรวถามเธอว่าต้องการอะไร เธอก็คงพูดถึงเรื่องแต่งงานออกไปแน่
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าโหรวโหรวจะไม่ได้ถามสักคำ
แต่มื้ออาหารตอนนี้ดูไม่ค่อยน่ากินเท่าไร ส่วนใบหน้าของบิ๊กบอสตอนนี้ดูเคร่งขรึมเล็กน้อย และยังมองไปที่ใบหน้าของโหรวโหรวทุก ๆ ครึ่งวินาที
ผู้ชายมักจะอ่อนโยนเวลาอยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่ชอบเสมอ!
อีกอย่างต่อหน้าพนักงานเขามักจะรักษาภาพลักษณ์และดูทะนงตน
รักตัวเองและก็รักพนักงานบริษัทจิ่งในรูปแบบคนละอย่าง
หลังจากกินข้าวเสร็จ อันโหรวคิดอยากจะกลับไปที่บริษัทด้วยกัน แต่เธอก็ถูกส่งกลับไปบ้านเพื่อพักผ่อน
ชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว
ตอนนี้อันโหรวฟื้นสุขภาพกลับมาอย่างเต็มเปี่ยม จิ่งเป่ยเฉินก็ยินยอมให้เธอไปทำงานที่บริษัทได้!
เมื่อจิ่งเป่ยเฉินกลับจากที่ทำงานมาถึงบ้าน โหรวโหรวก็โถมตัวเข้ามาหาเขา “ที่รัก พรุ่งนี้ฉันขอไปทำงานได้หรือเปล่า?”
แน่นอนด้วยสถานการณ์แบบนี้ เขาเองก็คาดหวัง แต่กำลังอ้าปากที่จะพูดถึงเรื่องไปทำงาน
“ที่รัก ถ้าหากไม่ไปทำงานละก็ ฉันอยาก……”
จู่ ๆ เธอก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับกะพริบตาเบิกกว้างมองไปที่เขา “เธออยากจะทำอะไร?”
จิ่งเป่ยเฉินอุ้มเธอและพาเดินขึ้นไปที่ด้านบน “ภรรยา คุณเพิ่งบอกเองว่าอยาก แน่นอนว่าผมเองก็ต้องทำให้คุณพึงพอใจ”
“ฉันบอกตอนไหนว่าจะพูดแบบนั้น” เห็นได้ชัดว่าตอนพูดกับเขาไม่ได้สื่อความแบบนั้นเลยสักนิด
แต่หลังจากที่คิด ๆ ดูแล้ว ช่วงที่เธอแท้งผ่านไปสี่สิบกว่าวันแล้ว หมอยังบอกอีกว่าอย่างน้อยก็ควรพักผ่อนต่ำสุดสามสิบสี่สิบวันถึงจะดี ในที่สุดช่วงเวลาที่เขารอก็ได้มาถึง
แถมช่วงก่อนหน้านั้นที่ตั้งท้อง พวกเขาเองก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันนานแล้วด้วย………
ทันใดนั้นเองใบหน้าน้อย ๆ ของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมา ในใจของเธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย มือเล็ก ๆ จับไปที่เสื้อของเขาแน่นขึ้น ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี
เรื่องพวกนี้ ตอนนี้เธอเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธได้
แต่ว่า……….
ตอนนี้มันยังกลางวันแสก ๆ อยู่นี่สิ!
“หลังจากกินข้าวเย็นค่อยว่ากันไม่ได้เหรอ?” เธอกระซิบเบา ๆ
“ไม่ได้หรอก”
แต่เธอเองก็ไม่ได้ถามอะไร!
ไม่ช้าตัวเธอก็ถูกโยนลงบนเตียง มือน้อย ๆ ยังคงจับไปที่เสื้อของเขา ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากเสื้อที่เกิดรอยยับอย่างช้า ๆ “ถ้าแบบนั้นนายก็ต้องตกลงรับปากก่อนว่าพรุ่งนี้ฉ ฉันไปทำงานได้! ไม่อย่างนั้นไม่ให้นอนด้วยนะ!”
หลังจากที่ว่างอยู่เป็นเวลานาน จะให้อยู่บ้านต่อไปก็คงน่าเบื่อแย่ อีกอย่างไม่ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ใด ๆ มันทำให้เธอรู้สึกขาดแรงบันดาลใจไปบางอย่าง
“โหรวโหรว……..”
ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูยั่วยวนของเธอ ทำให้ชายตัวสูงอย่างเขาเข้ามากดเธอไว้บนเตียง สายตาที่ดูน่าหลงใหลตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความปรารถนา ไม่ช้าน้ำเสียงของเธอก็ดังขึ้นอีกครั ง “ฉันอยากไปทำงานจริง ๆ นะ!”
จิ่งเป่ยเฉินปลดเสื้อผ้าของเธอออก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่คลุมเครือ “พรุ่งนี้เธอลุกจากเตียงไม่ได้แน่”
ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
ทันใดนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกสติหลุดลอยไปทีละนิด!
“ที่รัก เบา ๆ หน่อย……”
หลังจากอดกลั้นมานาน พรุ่งนี้ดูเหมือนเธอคงลุกจากเตียงไม่ได้แน่ ๆ
“โหรวโหรว เธอ…ฉันอดกลั้นมานานมากแล้ว ขืนอดกลั้นต่อไปมีหวังยับยั้งไม่ได้กันพอดี” แต่ละคืนที่ต้องอดกลั้น เธอจะเข้าใจถึงมันบ้างหรือเปล่า
ความอยากกระหายในตัวเขาทุก ๆ คืนมันร้อนรุ่มมาก แต่ก็ไม่อาจสัมผัสอะไรเธอได้ ทำได้เพียงอดทนรออย่างเงียบ ๆ
ท่าทางที่ร้อนแรงและดุเดือดทำให้ตัวเธอถึงกับสั่นไปทั้งตัว “อืม อย่างน้อยก็อย่าให้ฉันอยู่แต่บนเตียงจะได้ไหม? เพิ่งจะหายดี นายอยากให้ฉันกลับไปที่โรงพยาบาลอีกเหรอ?”
“แน่นอนว่าไม่มีทาง ฉันจะพยายามละกัน”
คนที่คุ้นเคยแบบนี้ แต่ละคืนนอนอยู่ข้างกาย หลังจากที่ไม่ได้ทำมานาน เธอเองก็เริ่มรู้ประหม่าขึ้นมาแล้วจริง ๆ
รสจูบที่กะทันหัน เสื้อผ้าทั้งสองคนตอนนี้ไม่รู้ว่าถูกโยนไปไหนแล้ว ตอนนี้ทั่วทั้งตัวพวกเขากำลังเปลือยเปล่าพัวพันกันและกัน
ตอนนี้รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิบนตัวเขาที่ร้อนรุ่ม อุณหภูมิในตัวสูงราวกับสามารถแผดเผาได้ทุกอย่าง หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง นี่มันบทบรรเลงเพลงรักของสามีภรรยาจริง ๆ หรือเปล่า?
ทำไมมันดูรุนแรงและน่าเขินอายแบบนี้นะ!
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาลอดเข้าไปในหูของเธอ “โหรวโหรว เธอไหวหรือเปล่า?”
แม้อยากจะเอ่ยคำพูดปฏิเสธ แต่เธอก็รู้สึกถึงใบหน้าของตัวเองที่ค่อย ๆ แดงขึ้น ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “อืม…”
ใบหูของเธอรู้สึกถึงลมหายใจร้อน ๆ ขาของเธอค่อย ๆ ถูกแยกออก ตอนนี้แขนและขาเธอแยกออกจากกันอย่างช้า ๆ
แต่จู่ ๆ โทรศัพท์ก็มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้น ในเวลาแบบนี้ใครกันที่กล้าโทรเข้ามา!
ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง!
ช่วงเวลาที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังนอนด้วยกัน ที่ด้านล่างในเสื้อของจิ่งเป่ยเฉิน เสียงโทรศัพท์ของเขายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ช่วงจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม ไม่จำเป็นต้องรับมัน!
ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการจัดการเนื้อตรงหน้าแล้วด้วยซ้ำ!
ด้วยเหตุนี้เขาเลยคิดจะบรรเลงการกระทำต่อ!
แต่ทว่าอันโหรวกลับปิดหว่างขาของเธอทันที ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาที่อ้อนวอน “รับก่อนเถอะ บางทีอาจจะเป็นเรื่องสำคัญ”
ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะรู้สึกไม่สบายใจก็ตาม ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกลับถูกขัดด้วยเสียงโทรศัพท์แบบนี้
แถมตัวบิ๊กบอสเองก็ไม่ขยับไปไหนด้วยซ้ำ คิดพยายามแยกขาเธอออก ไม่ยอมรับโทรศัพท์!
“รีบไปดูเถอะ ไว้ค่อยว่ากันก็ได้ ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะเตรียมพร้อมแล้วก็เถอะ!” แม้เธอจะเตรียมพร้อมแล้วก็ตาม
เมื่อทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียง สถานการณ์กำลังเริ่มเข้าด้ายเข้าเข็มแบบนี้ ในที่สุดเสียงโทรศัพท์ก็หยุดลง
“โหรวโหรว พวกเราต่อกันเถอะ” เขาไม่คิดอยากจะรับสายเลยสักนิดเดียว!
ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้กินเธอที่อยู่ตรงหน้า แถมตอนนี้ขาของเธอก็ไม่ยอมแยกออก ตัวเขาก็ฝืนที่จะเปิดมันให้ได้
สุดท้ายเธอก็ยอมปิดปากพลางส่งเสียงเบา ๆ ออกมา
รออีกเดี๋ยวก็จะมองออกเลยว่าใครเป็นยังไง
แต่เมื่อเธอเริ่มที่จะคลายลงเล็กน้อย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง!
ครั้งนี้เธอกระแทกหมัดเบา ๆ ไปที่ต้นขาของเขา “ไปรับโทรศัพท์เดี๋ยวนี้!”
“โหรวโหรว…..” บิ๊กบอสจ้องเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยาก เขาไม่คิดอยากรับโทรศัพท์อะไรเลยสักนิด อยากที่จะนอนกับเธอมากกว่า
“ไปรับสายเลย จะได้รู้ว่ามีเรื่องอะไร พวกเราค่อยทำต่อก็ได้” อีกอย่างตอนนี้บรรยากาศเริ่มหมดลงแล้ว ความอยากที่ขาดหายไปนาน ตอนนี้มันกลับหายไปเพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้ งแบบนี้
เหตุการณ์ในวันนี้เตือนให้บิ๊กบอสรับรู้ว่าหลังจากนี้เมื่อใดที่เขาอยู่กับโหรวโหรวควรปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้ จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกเป็นอันขาด
แน่นอนว่าเขาไม่คิดอยากจะฝากสิ่งที่ตัวเองปรารถนาไว้ในสายโทรศัพท์แต่อย่างใด เมื่ออยู่กับโหรวโหรวสิ่งที่ตัวเองปรารถนามีแค่โหรวโหรวก็พอแล้ว
จิ่งเป่ยเฉินอุ้มเธอขึ้นก่อนจะโยกตัวเองไปที่ข้าง ๆ เตียง ตอนนี้คิดอยากจะเข้าไปหาเธอด้วยซ้ำ อีกอย่างหนึ่งเขาก็สามารถรับโทรศัพท์และทำไปด้วยได้ สำหรับตัวเขาไม่ยากเลย!
เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็เห็นชื่อของฉีเซิ่งเทียน ในใจเขาเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร
อันโหรวมองดูท่าทางของเขา หรือว่าตัวเองจะฟังสายไม่ได้กัน?
เธอบีบแขนของเขา “ยังทับตัวฉันแบบนี้มันหนักนะ! นายก็ลุกขึ้นออกไปคุยไกล ๆ ก็ได้ไป!”
“โหรวโหรว ฉันหนักงั้นเหรอ?”
“หนักจะตายแล้ว! รีบปล่อยเลย!” เธอพยายามดิ้นตัวออกและก็แอบได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดังผ่านหูของเธอ
จิ่งเป่ยเฉินรีบลุกขึ้นออกจากเตียงและเดินออกไประเบียงทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังเปลือยเปล่าอยู่ ก่อนจะรับสายโทรศัพท์ของฉีเซิ่งเทียนทันที “มีเรื่องอะไร?”
ฉีเซิ่งเทียนเอ่ยกระซิบเบา ๆ “พี่เฉิน เย่มู่เหยียนดูเหมือนจะกลับมาแล้ว จะทำยังไงต่อดี?”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ใบหน้าของจิ่งเป่ยเฉินก็เริ่มมืดดำดิ่งลง จริง ๆ ตอนนี้เขาก็เกือบลืมเรื่องผู้หญิงคนนี้ไปแล้วด้วย
“ไม่ต้องสนมัน”
ถ้าหากปล่อยเธอไปอย่างที่เธอพูด และเขาก็ไม่ต้องสนใจหรือเกี่ยวข้องกับมันอีก หลังจากนี้ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเขา
เพราะถ้าหากลงมือทำอะไรบางอย่างไปอาจจะกลายเป็นที่น่าสงสัยเอาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโหรวโหรวแล้วด้วย
ถ้าเกิดเธอรู้ว่าเขาสัมผัสผู้หญิงคนนั้นไปแล้วละก็…..