อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 471 หัวข้อที่น่าเบื่อ
ตอนที่ 471 หัวข้อที่น่าเบื่อ
“ฉัน!” เธอเริ่มโมโหและกระวนกระวายใจ เพราะจู่ ๆ ต้องมาคุยหัวข้อที่น่าเบื่อและไร้สาระนี้กับเขา
“ฉีเซิ่งเทียน ถ้าหากหลังจากที่พวกเราแต่งงานกันแล้วคุณนอกใจ! เสียดายที่จะต้องบอกกับคุณว่าในพจนานุกรมนั้นจะไม่มีคำว่าหย่าร้างสองคำนี้ มีแต่เป็นม่ายเท่านั้น!” เธอหยิบปากกาบน นโต๊ะขึ้นมาและกำมันแน่น “ใช้เงินของคุณไปจ้างวานคนมาฆ่าแล้วฆาตกรรมคุณอย่างไม่รู้ตัว หรือไม่ก็ฆ่า…..ของรักของหวงของคุณ!”
ฉีเซิ่งเทียนรู้สึกตึงไปทั่วร่าง เซี๋ยวเซี๋ยวของเขาเป็นคนโหดร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่?
ถ้ารู้แบบนี้หลายวันที่ผ่านมาไม่น่าชวนเธอดูหนังสยองขวัญเลย เซี๋ยวเซี๋ยวที่น่ารักของเขากลายเป็นคนหัวรุนแรงไปแล้ว!
หลังจากนี้เขาจะไม่กล้านอกใจแล้ว อย่าพูดถึงเรื่องนอกใจเลย แค่อยู่กับผู้หญิงอื่นก็รู้สึกว่าอันตรายแล้ว “เซี๋ยวเซี๋ยว เธอไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่มีทางนอกใจเธอ!”
“อือ……”
“แล้วเมื่อไหร่พวกเราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน?”
ปากกาในมือของหลินจือเซี๋ยวค่อย ๆ หมุน “ผู้จัดการฉี ขอถามหน่อย คุณขอฉันแต่งงานแล้วเหรอ? ไหนแหวน? ฉันเป็นผู้หญิง ส่วนคุณก็เป็นเพลย์บอย ความโรแมนติกอยู่ไหน! ความโรแมนติกของ งคุณในความรู้สึกที่หลงเหลือของฉันคือกินตับอย่างเดียวใช่ไหม?”
“เซี๋ยวเซี๋ยวรู้ใจฉันจริง ๆ” เขาเอ่ยอย่างเป็นกันเอง ถ้าเธอยอมเขาถึงจะกล้าขอเธอแต่งงาน!
ถูกปฏิเสธไปแล้วรู้สึกน่าอาย
เข้าใจเขา?
เป็นที่แน่ชัดว่าเขามานอนที่เตียงเธอทุกคืน กอดรัดตัวของเธอ ยังไม่พอ เธอจะไปเข้าใจหมาป่าที่หิวโหยกินไม่อิ่มแบบเขาได้ยังไง
“เอามือของคุณออกไปจากตัวฉัน ฉันต้องทำงานต่อ!” เขาที่ไม่ได้ทำงานทั้งวันยังไม่ยอมให้เธอทำงานดี ๆ อีก
ดูเหมือนว่าช่วงนี้บิ๊กบอสไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเท่าไร ประสิทธิภาพการทำงานต่ำมาก ดูไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ทำงานอย่างบ้าคลั่ง
พอบิ๊กบอสทำงานก็คิดที่อยากจะเลิก ภรรยาไม่อยู่ก็ไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน
“เซี๋ยวเซี๋ยวทำงานอะไร พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ!
“ตอนนี้?” เขามีปัญหาหรือเปล่า?
เพิ่งจะสิบเอ็ดโมง ครั้งนี้ไปกินข้าวจะไม่มีปัญหาอะไรจริง ๆ เหรอ?
และเธอเป็นเพียงเลขาตัวน้อยเอง!
“มีอะไรที่ไม่ได้ มีฉันอยู่ เธอจะกลัวอะไร!” ฉีเซิ่งเทียนลุกขึ้นและดึงมือของเธอไปด้านนอก
หลินจือเซี๋ยวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ถึงยังไงนี่ก็เป็นครั้งแรกและยังไม่ถึงเวลาเลิกงานก็ออกมาก่อน ที่สำคัญบิ๊กบอสก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย
ทันทีที่ทั้งคู่เดินผ่านห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน ประตูห้องทำงานก็เปิดออกพอดี
หลินจือเซี๋ยวก้มหน้าลงทันที แย่แล้ว! ครั้งนี้โดนบิ๊กบอสจับได้แน่!
น้ำเสียงที่อ่อนโยนพูดขึ้นมา “จือเซี๋ยว”
เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาทันที ก่อนจะเห็นโหรวโหรวที่ควงจิ่งเป่ยเฉินอยู่ด้านข้าง เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอไม่รู้เลย และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไปกินข้าวด้วยกัน?
“พวกเธอจะไปกินข้าวใช่ไหม? ไปด้วยกันนะ!” อันโหรวมองไปที่พวกเขา
“คือว่า……ไม่ดีมั้ง! พี่สะใภ้ พวกเรา……” ฉีเซิ่งเทียนไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เหตุผลที่จะมาปฏิเสธนั้นก็คิดไม่ออก!
หลินจือเซี๋ยวเหลือบไปมองใบหน้าที่เย็นชาของบิ๊กบอส ไปกินข้าวด้วยกันจะไม่มีปัญหาใช่ไหม ไม่กล้าจะมีด้วย ประเด็นสำคัญก็คือบิ๊กบอสอยากจะไปกินข้าวกับพวกเขาหรือเปล่า?
ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด โอเคไหม?
“ไปเถอะ! สามีฉันเลี้ยงเอง!” อันโหรวควงจิ่งเป่ยเฉินและเดินผ่านพวกเขาไป
ฉีเซิ่งเทียนและหลินจือเซี๋ยวทำได้เพียงแต่มองพวกเขาเดินไป น่าจะออกมาก่อน ไม่น่ามาบังเอิญเจอกันเลย
ตอนนี้ฉีเซิ่งเทียนเพียงหวังว่าหลินจือเซี๋ยวจะไม่ทิ้งคำถามที่เขาถามเมื่อครู่นี้ แม้กระทั่งเขาเองก็ไม่กล้าที่จะเตือน เพราะว่าถ้าหากเตือนหลินจือเซี๋ยวอาจจะทำให้เธอสงสัยขึ้นมาได ด้
ถึงยังไงเธอก็ยังคิดว่าเป็นเขากับเฉินเหยียน ไม่ได้คิดว่าเป็นจิ่งเป่ยเฉินกับอันโหรว ถ้าเป็นแบบนั้นเขาได้ตายแน่!
บรรยากาศภายในลิฟต์นั้นเงียบและเยือกเย็นมาก ทั้งสี่คนนั้นไม่ได้พูดอะไรเลย
เมื่อมาถึงร้านอาหารและนั่งลง บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น
หลินจือเซี๋ยวและอันโหรวหยิบเมนูขึ้นมาสั่งอาหาร ส่วนชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นั้นก็ทำราวกับเจ้าของร้าน
เมื่อสั่งอาหารเรียบร้อยหลินจือเซี๋ยวก็มองไปที่อันโหรว “โหรวโหรว ผิวพรรณเธอดูดีขึ้นเยอะเลยนะ!”
ผิวพรรณของเธอ?
คงไม่ใช่เพราะเรื่องคลุมเครือภายในห้องทำงานที่ทำให้ใบหน้าเธอแดงเมื่อครู่หรอกใช่ไหม?
“ช่วงนี้นอนหลับพักผ่อนเต็มที่” เธอเกือบจะหายดีแล้ว
เกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว หมอบอกว่าร่างกายฟื้นฟูดีมาก
“พักผ่อนก็ดีแล้ว ไม่เหมือนบางคน……” หลินจือเซี๋ยวเลื่อนสายตาไปเหลือบมองฉีเซิ่งเทียน “โหรวโหรว จู่ ๆ เขาก็ฝันบ้าฝันบออะไรก็ไม่รู้ น่าเกลียดชะมัด!”
“หลินจือเซี๋ยว ฉันยังนั่งอยู่ตรงนี้นะ” ฉีเซิ่งเทียนจ้องมองเธอ อย่าได้พูดออกมาเด็ดขาด!
“ฉันทำเหมือนคุณไม่อยู่ไง! ฉันกับโหรวโหรวเป็นเพื่อนรัก คุยเล่นกันคุณจะไม่ฟังก็ได้” ความจริงเธออยากจะรู้ว่าถ้าเกิดเรื่องนี้กับบิ๊กบอสขึ้นมา โหรวโหรวจะทำยังไง!
แต่เมื่อก่อนโหรวโหรวเคยสงสัยเรื่องแบบนั้นมาก่อน ยังไงผู้หญิงก็ต้องหย่าจริง ๆ
แต่ว่าบิ๊กบอสที่รักโหรวโหรวมาก ๆ จะไปคิดนอกใจได้ยังไง!
ฉีเซิ่งเทียนจะต้องรีบหาทางออกให้กับตัวเอง!
“เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะมาคุยเรื่องกฎครอบครัวกันนะ” ฉีเซิ่งเทียนจู่ ๆ ก็ลุกขึ้นและลากหลินจือเซี๋ยวออกไป
“นายทำอะไร!” เธอไม่ยอมให้เขาดึงเธอไป
จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตามองเล็กน้อย การตอบสนองของฉีเซิ่งเทียนเมื่อครู่ดูผิดปกติ
อันโหรวรู้สึกว่ารังสีความหนาวเหน็บของผู้ชายด้านข้างนั้นแผ่ซ่านออกมา ก่อนจะเหลือบไปมอง “ฉีเซิ่งเทียนจะทำอะไร?”
ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเฉินเหยียนหรอกใช่ไหม?
“ไม่รู้”
เอ่อ……
ตอนที่ฉีเซิ่งเทียนปิดบังจิ่งเป่ยเฉินนั้น มีแค่ความรักหนุ่มสาวเท่านั้น เรื่องอื่นไม่น่าจะเป็นไปได้
ฉีเซิ่งเทียนลากหลินจือเซี๋ยวเข้าไปที่ห้องน้ำสาธารณะและปิดประตู เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดพลางก้มมองเธอ “เซี๋ยวเซี๋ยว เรื่องของเราเธอไปพูดกับคนอื่นได้ยังไง? แบบนั้นฉันก็อา ายสิ!”
“ฉันก็แค่อยากจะถามเท่านั้นเอง ถ้าหากว่าโหรวโหรวเจอสถานการณ์แบบนั้นขึ้นมาจะทำยังไง” แต่การตอบสนองของเขาไวเกินไปหรือเปล่า? หนำซ้ำยังดูรุนแรงมากด้วย
หลินจือเซี๋ยวจ้องมองใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขา “พวกเราพูดกันแล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง ฉันเชื่อว่าบิ๊กบอสไม่ทำเรื่องนอกใจแบบนั้น คุณก็…..ไม่แน่”
พูดว่าไม่แน่ได้ยังไง เขาไม่มีทางทำ!
เขาเห็นสถานการณ์ของจิ่งเป่ยเฉินอย่างนั้นจึงตัดสินใจที่จะไม่ดื่มจนเมาอีก
ดื่มไวน์ทำให้เกิดเรื่องผิดพลาด!
“เซี๋ยวเซี๋ยว ระหว่างพวกเธอมีเรื่องอะไรก็พูดคุยกันงั้นเหรอ?”
“พวกคุณทั้งคู่ไม่เหมือนกัน?” เขามีเรื่องอยากจะถาม!
“เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันจริงจังนะ เธอลืมเรื่องอันหยาพั่นครั้งก่อนเหรอ จู่ ๆ เธอเอาเรื่องนี้มาพูด เธอคิดจะทำให้พี่สะใภ้ต้องเสียใจงั้นเหรอ? หรือว่าอยากจะทำให้พี่เฉินไม่สบายใจ เธอย ยังอยากจะทำงานในบริษัทจิ่งอยู่หรือเปล่า?” เขาไม่สามารถอธิบายได้ ห้ามพูดออกมาเด็ดขาด
เมื่อหลินจือเซี๋ยวได้ยินแบบนั้น จู่ ๆ เธอก็ลืมเรื่องนั้นไป ที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นก็ได้จากไปนานแล้ว
เธอมองเขาอย่างซาบซึ้ง “เทียนเทียน โชคดีที่คุณดึงฉันออกมาทันเวลา รั้งม้าหน้าผา กลับตัวยังทัน[1]”
[1] หมายถึงเมื่อควบม้าไปถึงจุดที่เป็นหน้าผาชัน หากไม่รั้งม้าให้หยุดและดึงดันวิ่งต่อไป ก็จะต้องตกหน้าผาตาย ถ้ายังดึงดันทำความเลวต่อไปก็จะพบจุดจบที่ไม่ดีอย่างแน่นอน อุปมาว ว่ากลับเนื้อกลับตัว ยับยั้งการทำความเลว